'วันงดสูบบุหรี่โลก' :ไม่อยากป่วยหนัก 'เลิกบุหรี่'ดีกว่าไหม

'วันงดสูบบุหรี่โลก' :ไม่อยากป่วยหนัก 'เลิกบุหรี่'ดีกว่าไหม
31 พฤษภาคม 2564
118

"วันงดสูบบุหรี่โลก" (31 พฤษภาคม) ถ้า"อยากเลิกบุหรี่"มีหนทางที่ทำได้ แต่ใจต้องแข็งพอ จึงอยากรณรงค์ให้คนไทยเลิกบุหรี่ในทุกช่องทางให้มากที่สุด และคำแนะนำการเลิกบุหรี่ในท้ายเรื่อง

เนื่องใน"วันงดสูบบุหรี่โลก"ในปีนี้ องค์การอนามัยโลก(WHO )พบว่า มีประชากรโลกแค่ร้อยละ 30 เข้าถึงบริการช่วยเลิกบุหรี่ได้ จากผู้ที่อยากเลิกกว่า 780 ล้านคน เตรียมแจกวารสาร “มุ่งมั่นตั้งใจ เลิกบุหรี่ได้จริง” ให้ภาคีประยุกต์ใช้กำหนดนโยบายหรือวิธีปฏิบัติ พร้อมผลักดันยาช่วยเลิกบุหรี่ เข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ หนุนใช้สมุนไพรเป็นศาสตร์ทางเลือกรักษาอาการติดนิโคติน

 “ความมุ่งมั่น ที่จะเลิกบุหรี่”

รศ.ดร.พญ.ธัญญรัตน์ อโนทัยสินทวี ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนแคมเปญรณรงค์ให้ประชาชนงดสูบบุหรี่ ในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม ขององค์การอนามัยโลก (WHO)ในปีนี้ WHO มีคำขวัญว่า“Commit to Quit” หรือ “ความมุ่งมั่น ที่จะเลิกบุหรี่” ว่า ในปีนี้ ศจย.ยังสนับสนุนให้ประชาชนเลิกสูบบุหรี่และควบคุมยาสูบผ่านงานวิชาการ

162245876151

รศ.ดร.พญ.ธัญญรัตน์ อโนทัยสินทวี

ซึ่งได้จัดทำวารสารก้าวทันวิจัยกับศจย. ในประเด็น มุ่งมั่นตั้งใจเลิกบุหรี่ได้จริง เนื้อหาภายในวารสาร เกี่ยวข้องกับเรื่องวันงดสูบบุหรี่โลก งานวิจัยเกี่ยวกับบุหรี่ในหลายมิติ และวิธีการไปสู่ Commit to Quit อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงวิธีการรักษาจากภาวะเสพติดนิโคติน

ซึ่งต่อไปในประเทศไทยจะใช้คำนี้แทนการเสพติดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่นๆ  และอีกมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อภาคีเครือข่ายด้านการรณรงค์เลิกบุหรี่ ในการนำไปใช้ผลักดันแง่นโยบาย หรือนำไปใช้ในทางปฏิบัติให้ประชาชนเลิกสูบบุหรี่ และ ผลักดันให้ประชาชนเข้าถึงช่องทางช่วยเลิกบุหรี่ที่มีอยู่ในมากที่สุด

มีคนสูบบุหรี่ 780 ล้านคนอยากเลิกบุหรี่

คุณหมอธัญญรัตน์ กล่าวถึงที่มาของ Commit to Quit ของ WHO ว่า มีความน่าสนใจ ถึงแม้ว่าจะมีคนสูบบุหรี่ประมาณ 780 ล้านคนทั่วโลกอยากจะเลิกบุหรี่ แต่มีเพียงแค่ร้อยละ 30 เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงบริการช่วยเลิกบุหรี่ ซึ่งบริการเหล่านี้จะช่วยให้ผู้สูบบหรี่เอาชนะการเสพติดสารนิโคติน ได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

ดังนั้น WHO จึงเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้ผู้สูบบุหรี่ที่อยากเลิกสูบ สามารถเข้าถึงบริการช่วยเลิกบุหรี่ อย่างสายด่วนเลิกบุหรี่ บริการให้คำแนะนำแบบสั้นเพื่อการเลิกบุหรี่ (SMS) คลินิกช่วยเลิกบุหรี่ หรือสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทดแทนนิโคติน (Nicotine Replacement Therapy) ได้มากขึ้น

เพื่อให้เจตนารมณ์บรรลุผล WHO จึงจัดตั้งโครงการผ่านแพลทฟอร์มดิจิทัลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แคมเปญ “Quit Challange” ผ่านช่องทาง WhatsApp ที่จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลิกสูบบุหรี่

162245880768

และยังสร้างสังคมดิจิทัล ที่สนับสนุนการเลิกสูบบุหรี่ ผ่านทาง Social Media โดยชักชวนองค์กรเอกชนเข้าร่วม เช่น Allen Carr’s Easyway, Amazon Web Services, Cipla, Facebook, WhatsApp, Google, Johnson & Johnson, Praekelt, และ Soul Machines

นอกจากนี้ยังได้ออกเครื่องมือเพื่อช่วยในการเลิกบุหรี่ชื่อ WHO’s 24/7 ที่จะแปลเป็นภาษาต่างๆ เช่น จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย และสเปน เพื่อช่วยให้คนทั่วโลกเข้าถึงคำแนะนำในการ เลิกบุหรี่ ได้มากขึ้น

 “บุหรี่เป็นสาเหตุการตายของประชากรทั่วโลกประมาณ 8 ล้านคนต่อปี และเป็นที่รับรู้กันมานาน แล้วว่าบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็งปอด และมะเร็งอีกหลายๆ ชนิดในร่างกาย

นอกจากนี้ บุหรี่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคหลอดหัวใจและสมอง และที่สำคัญในปีที่ผ่านมา  เริ่มมีการระบาดของ COVID-19 และมีผลการศึกษายืนยันแล้วว่าผู้ที่สูบบุหรี่ที่ติดเชื้อ COVID-19 มีโอกาสเกิดอาการรุนแรง และมีอัตราตายมากกว่าผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้สูบบุหรี่

ดังนั้นการเลิกบุหรี่ รวมถึงการช่วยเหลือให้ผู้สูบเลิกสูบบุหรี่ จึงมีความสำคัญต่อการลดอัตราการตาย และความเจ็บป่วยของประชากรทั่วโลก

นอกจากการสนับสนุน ให้ประชาชนเข้าถึงบริการช่วยเลิกบุหรี่ให้มากที่สุดตามเจตนารมณ์ของ WHO แล้ว ศจย.ยังเป็นอีกหน่วยงาน หลักช่วยผลักดันยาเลิกบุหรี่ให้เข้าไปอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อให้คนที่สูบบุหรี่เข้าถึงยาช่วยเลิกบุหรี่ ได้มากขึ้น รวมถึงสนับสนุนให้สมุนไพรไทยเป็นอีกหนึ่งแพทย์ทางเลือกช่วยเลิกบุหรี่”  คุณหมอธัญญรัตน์ กล่าว 

................

วิธีเลิกบุหรี่

  1. ทิ้งบุหรี่ที่มีอยู่ให้หมด หาให้ทั่วว่า คุณอาจจะซุกซ่อนบุหรี่ของคุณเอาไว้ที่ไหน ในกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง เสื้อแจ็คเก็ต ลิ้นชักโต๊ะทำงานโยนทิ้งไม่ให้เหลือแม้กระทั่งมวนเดียว ไม่ว่าจะมีราคาแพงแค่ไหนก็อย่าเสียดายเป็นอันขาด
  2. ที่เขี่ยบุหรี่ก็ทิ้งไปเสียด้วย กรณีที่เสียดายเพราะมันเป็นเครื่องตกแต่งราคาแพง อาจจะยกให้คนอื่นไปเสีย หรือนำไปเก็บไว้ในที่ ๆ คุณแน่ใจว่า จะไม่มองเห็นหรือหยิบออกมาได้โดยง่าย
  3. เปลี่ยนทรงผม จะได้ดูว่า เรากำลังจะเป็นคนใหม่
  4. ทำความสะอาดบ้านและเครื่องเรือนทั้งหมด รวมทั้งเสื้อผ้าก็นำมาซักให้สะอาด ให้กลิ่นบุหรี่หมดไป จริงอยู่คนสูบบุหรี่จะไม่ได้กลิ่นเหล่านี้หรอก เพราะความเคยชิน แต่เมื่อเลิกแล้ว คุณจะได้กลิ่นของมัน
  5. ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เพราะมันจะช่วยชำระล้าง Nocotine ออกจากร่างกาย และยังช่วยบรรเทาอาการอยากบุหรี่ได้ด้วย
  6. ลดปริมาณสาร Caffeine ที่รับประทานในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นชาหรือกาแฟก็ตาม โดยก่อนการเลิกบุหรี่ ควรจะพยายามลดปริมาณสารนี้ให้ได้ประมาณครึ่งหนึ่งของที่เคยรับประทานในแต่ละวัน เพราะ Nicotine ทำให้ caffeine ซึมเข้าร่างกายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ถ้าหากคุณดื่ม Caffeine ในปริมาณเท่าเดิม ขณะที่สูบบุหรี่ อาจจะนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า Caffeine Toxicity โดยมีอาการ กระวนกระวายและเครียดได้ แลtนั่นอาจจะทำให้คุณหันกลับไปสูบบุหรี่อีกครั้ง
  7. ออกกำลังกาย เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้เราเอาใจออกห่างจากบุหรี่ได้ด้วย
  8. หาเพื่อนที่มีความต้องการจะเลิกบุหรี่ด้วยกันสักคน แล้วเลิกพร้อมกันเพื่อที่จะได้เป็นที่ปรึกษา คอยเตือนและคอยให้กำลังใจกัน หรืออาจจะเป็นการหาแรงบันดาลใจอื่น เช่น เลิกเพื่อลูก เลิกเพื่อบิดามารดา หรือคนรักก็ได้

ข้อมูลจาก :  สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.)

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: