การเมือง

'คอร์รัปชันไทย' ฝังลึก ก้าวถอยหลัง-เชื่อมั่นทรุด

ตลอด 7 ปีประเทศไทยถูกจัดอันดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตในปี 2563 มีคะแนนน้อยที่สุดในรอบ 7 ปีโดยอันดับถอยลงไปที่ 104 ของโลก

หากย้อนไปถึงช่วงที่คสช.” เข้ามาบริหารประเทศตลอด 6 ปี จนมาถึงช่วงรอยต่อรัฐบาลประยุทธ์ 1” ก่อนหน้านี้ คสช.เคยประกาศ ธงนำการปราบการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำรัฐประหารเมื่อ 22 ..2557 แต่ภาพการปฏิรูปด้านปราบปรามคอร์รัปชันซึ่งมีสถิติการวัดระดับจากประเทศนานาชาติจากจำนวน 180 ประเทศทั่วโลก โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ” (Transparency International หรือ TI) มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเบอร์ลิน เยอรมนี เป็นองค์กรอิสระนานาชาติก่อตั้งขึ้น เพื่อรณรงค์การแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้ประกาศคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI (Corruption Perceptions Index : CPI) เป็นประจำปีทุกปี

ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ยุค คสช.เข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่ปี 2557 จนถึงต้นปี 2562 ต่อเนื่องในรัฐบาล พล..ประยุทธ์ในปี 2562-2564ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านทุจริต สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้รวบรวมสถิติจากการจัดอันดับ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติตลอด 7 ปีดังนี้

ปี 2557 ไทยได้ 38 คะแนน (เต็ม 100 คะแนน) อยู่ในลำดับที่ 85 ของโลกจาก 175 ประเทศและอยู่อันดับที่ 3 ในกลุ่มประเทศอาเซียน10 ประเทศ

ปี 2558 ไทยได้ 38 คะแนน อยู่ลำดับที่ 76 ของโลกจาก 168 ประเทศ และอยู่อันดับที่ 3 ในกลุ่มประเทศอาเซียน

ปี 2559 ไทยได้ 35 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 101 ของโลกจาก 176 ประเทศและอยู่อันดับที่ 6 ในกลุ่มประเทศอาเซียน

ปี 2560 ไทยได้ 37 คะแนน อยู่ลำดับที่ 96 ของโลกจาก 180 ประเทศ และอยู่อันดับที่ 4 ในกลุ่มประเทศอาเซียน

ปี 2561 ไทยได้ 36 คะแนนอยู่ลำดับที่ 99 ของโลกจาก 180 ประเทศ และอยู่อันดับที่ 5 ในกลุ่มประเทศอาเซียน

ปี 2562 เป็นปีที่ประเทศมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ไทยได้คะแนนอยู่ที่ 36 คะแนน อยู่ลำดับที่ 101 ของโลกจาก 180 ประเทศ และอยู่อันดับที่ 6 ในกลุ่มประเทศอาเซียน

ปี 2563 ประเทศไทยได้ 36 คะแนน อยู่ลำดับที่ 104 ของโลกจาก 180 ประเทศ และอยู่อันดับที่ 5 ในกลุ่มประเทศอาเซียน

จะเห็นได้ว่าตลอด 7 ปีประเทศไทยถูกจัดอันดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต ซึ่งในปี 2558 ถือเป็นปีที่มีคะแนนที่ดีที่สุดตลอด 7 ปี แต่ในปี 2563 มีคะแนนน้อยที่สุดในรอบ 7 ปีโดยอันดับถอยลงไปที่ 104 ของโลกเช่นกัน

162178865197

ในเรื่องนี้ดร.มานะ นิมิตรมงคลประธานองค์กรต่อต้านการคอร์รัปชั่น มองว่า จะเห็นได้ว่าภาครัฐมีการกำหนดนโยบาย ออกกฎหมายหรือมีความพยายามหลายอย่าง แต่เหมือนกับที่ต่างชาติประเมินประเทศไทยมีความเป็นจริงอย่างนั้น โดยกฎหมายและมาตรการของไทยที่เป็นผลสำเร็จหรือสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ยังมีผลออกมาน้อยมาก ซึ่ง 7-8 ปีที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่มีผลดีชัดเจน อาทิ มี พ...การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ..2558 หรือ ...การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ..2560 แต่มีหน่วยงานจำนวนน้อยที่สามารถปฏิบัติได้ และหน่วยงานส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเป็นไปตามที่วางไว้ได้จริง ส่วนในเรื่องอื่นยังถือว่ามีความคืบหน้าช้ามาก

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง พบว่าในบางเรื่องที่ทำแล้วมีผลดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปกำลังมีแนวโน้มว่าจะถูกแก้ไขให้ย้อนหลังกลับไป เช่น...การจัดซื้อจัดจ้างฯ ที่สร้างความโปร่งใส และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการเมกะโปรเจค หรือการจัดซื้อขนาดใหญ่ มีความพยายามแก้กฎหมายโดยตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนออกไป โดยลดบทบาทของภาคประชาชนในคณะกรรมการป้องกันการทุจริตตาม ...การจัดซื้อจัดจ้างฯ ทำให้เราเกิดความสงสัยตรงนี้ดร.มานะ ระบุ

162177356615

ดร.มานะระบุด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีเสียงคัดค้านประชาชนขณะนี้ ซึ่งตั้งแต่การมีสภาปฏิรูปแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แผนการปฏิรูปโดยคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ พูดเรื่องพ...ข้อมูลข่าวสารของราชการ ..2540 ต้องสร้างความโปร่งใสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ แต่ขณะนี้กลับไม่เกิดผลในทางปฏิบัติได้เลย ซึ่งในร่างแก้ไข ...ข้อมูลข่าวสารฯฉบับของรัฐบาล เป็นไปในทิศทางตรงข้าม เพราะนอกจากจะไม่เป็นไปตามข้อเสนอของสภาปฏิรูปฯ หรือตามแผนปฏิรูปแล้ว ยังกลับทำให้เลวร้ายไปกว่าเดิมอีกตรงนี้เป็นเรื่องน่ากลัวมาก ถึงแม้โดยรวมแผนปฏิรูปฯ เขียนไว้ครอบคลุมดี แต่ในทางปฏิบัติยังเป็นปัญหามากเช่นกัน

การตัดช่องทางมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นการขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และทำให้ประเทศไทยก้าวถอยหลังออกไปและสูญเสียความเชื่อมั่นจากคนไทย นักธุรกิจ และนักลงทุน เพราะที่ผ่านมาอย่างเรื่องข้อตกลงคุณธรรมเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในโครงการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ สามารถประหยัดได้ต่อปี 1.4 หมื่นล้านบาท แต่ไม่มีเหตุผลอะไรจะทำให้ถอยหลังลงคลอง แทนที่จะทำให้มีประสิทธิภาพและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนมากขึ้นดร.มานะ กล่าว

สำหรับสถานการณ์ปัญหาคอร์รัปชันในอนาคตนั้นดร.มานะ มองว่า ทิศทางในอนาคตหากมองปัจุบันยังต้องบอกว่าเห็นภาพในเชิงบวกน้อยมากจากกระบวนการปฏิรูปของภาครัฐ แต่อีกด้านได้เห็นความตื่นตัวที่มากขึ้นของภาคประชาชน รวมถึงเห็นข้าราชการที่ดีๆจำนวนมากที่เข้าใจในแนวโน้มใหม่ๆ เหล่านี้

ส่วนการจัดอันดับขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติถึงแม้ภาครัฐให้ความสนใจพูดถึง แต่การลงมือแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังยังเห็นน้อยมาก เพราะทุกวันนี้ยังเห็นข่าวการคอร์รัปชันในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในรัฐวิสาหกิจ ในหน่วยงานราชการ หรือแม้แต่ในสถานการณ์โควิดยังเห็นความเลวร้ายเหล่านี้เกิดขึ้น

ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(...) ที่ถูกเปิดเผยในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 9 ..2563 จากข้อมูลในปีงบประมาณ 2562 สำนักงาน ...ได้รับเรื่องกล่าวหาการทุจริตจำนวน10,382 เรื่อง คิดเป็นวงเงินงบประมาณจากโครงการภาครัฐในคำกล่าวหารวม 238,209 ล้านบาท

โดยเฉพาะประเภทการทุจริตอันดับหนึ่ง พบว่าเป็นการจัดซื้อจัดจ้าง วงเงิน 207,060 ล้านบาท ส่วนอันดับสอง การดำเนินการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ วงเงิน 23,840 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีสถิติ รับเรื่องทุจริตที่ร้องเรียนมาถึง ...ตลอดปีงบประมาณ2563 อีกจำนวน 8,691 เรื่อง คิดเป็นวงเงินงบประมาณของโครงการจากคำกล่าวหา รวมประมาณ 9 หมื่นล้านบาท.