เศรษฐกิจ

รฟท.ประมูลต่อ 'รถไฟทางคู่' ดันลงทุนสู่เศรษฐกิจแสนล้าน

ร.ฟ.ท.ประมูลรถไฟทางคู่สายใหม่คึกคัก หวังกระตุ้นเม็ดเงินลงทุนกว่า 1.2 แสนล้านบาท 25 พ.ค.นี้ เตรียมเปิดชิงเค้กสายบ้านไผ่-นครพนม 5.4 หมื่นล้านบาท หลังประเดิมรับซองสายเด่นชัย-เชียงของ พบบิ๊กรับเหมาเสนอราคาต่ำสุดครบ 3 สัญญา

รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการประกวดราคาโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ โดยระบุว่า ขณะนี้ ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างประกวดราคาโครงการรถไฟทางคู่ 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าการประกวดราคาโครงการเหล่านี้จะเป็นส่วนช่วยกระตุ้นงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19

สำหรับการประกวดราคาในขณะนี้ ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างเตรียมเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอ โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร (กม.) วงเงินก่อสร้าง 5.46 หมื่นล้านบาท ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) ผ่านเว็บไซต์ของ ร.ฟ.ท. โดยโครงการดังกล่าวจะแบ่งออกเป็น 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 ช่วงบ้านไผ่-หนองพอก ระยะทาง 180 กม. วงเงิน 2.71 หมื่นล้านบาท และสัญญาที่ 2 ช่วงหนองพอก-สะพานมิตรภาพ 3 ระยะทาง 175 กม. วงเงิน 2.83 หมื่นล้านบาท

“วันที่ 25 พ.ค.นี้ การรถไฟฯ จะเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอโครงการรถไฟทางคู่ สายบ้านไผ่ – นครพนม ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาข้อเสนอประมาณ 1 เดือน จึงจะสามารถประกาศผลผู้ชนะการประมูลได้ราววันที่ 15 ก.ค.2564 และมีเป้าหมายลงนามสัญญาในวันที่ 6 ส.ค.นี้ ซึ่งโครงการนี้จะใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี เปิดให้บริการในปี 2569”

รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า ร.ฟ.ท.มั่นใจว่าการเปิดประกวดราคาโครงการรถไฟทางคู่จะได้รับการตอบรับจากเอกชน เนื่องจากเป็นโครงการที่มีมูลค่าการลงทุนสูง และเป็นโครงการที่ภาครัฐต้องการเร่งรัดงานก่อสร้าง อีกทั้ง ร.ฟ.ท.ยังได้นำร่องเปิดประกวดราคารถไฟทางคู่ไปแล้ว 1 โครงการ เมื่อวันที่ 18 – 19 พ.ค.ที่ผ่านมา คือ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กม. วงเงินประมาณ 7.29 หมื่นล้านบาท มีเอกชนเข้าซื้อซองทั้ง 3 สัญญา มากกว่า 10 ราย

สำหรับรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ขณะนี้ทราบผลการยื่นข้อเสนอราคาต่ำสุดแล้ว โดยเอกชนที่ยื่นข้อเสนอราคาต่ำสุดทั้ง 3 สัญญา ประกอบไปด้วย สัญญา 1 ช่วงเด่นชัย-งาว ระยะทาง 104 กิโลเมตร (กม.) มีผู้ยื่นซองประมูล 2 ราย จากผู้ซื้อซองทั้งหมด 17 ราย โดยกลุ่มกิจการร่วมค้า กิจการร่วมค้า ITD-NWR ประกอบด้วย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) หรือ ITD และบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด(มหาชน) หรือ NWR เสนอราคาต่ำสุด 26,568 ล้านบาท จากราคากลาง 26,599 ล้านบาท

ขณะที่สัญญา 2 ช่วงงาว-เชียงราย ระยะทาง 135 กม. มีผู้ยื่นซองประมูล 2 ราย จากผู้ซื้อซองทั้งหมด 18 ราย โดยกิจการร่วมค้า CKST JOINT VENTURE ซึ่งประกอบด้วย บริษัท ช.การช่าง จำกัด(มหาชน) หรือ CK และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC เสนอราคาต่ำสุดที่ 26,900 ล้านบาท จากราคากลาง 26,913 ล้านบาท

และสัญญา 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 84 กม. มีผู้ยื่นซองประมูล 2 ราย จากผู้ซื้อซองทั้งหมด 16 ราย โดยกิจการร่วมค้า CKST JOINT VENTURE เสนอราคาต่ำสุดที่ 19,390 ล้านบาท จากราคากลาง 19,406 ล้านบาท

“ขั้นตอนหลังจากนี้คคณะกรรมการคัดเลือกจะพิจารณาคุณสมบัติด้านเทคนิค และข้อเสนอราคา คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน คาดว่าจะประกาศได้ในวันที่ 9 ก.ค.นี้ และหากไม่มีการยื่นอุทธรณ์ใดๆ คาดว่าจะลงนามได้ประมาณวันที่ 2 ส.ค.นี้ ใช้เวลาก่อสร้าง 6 ปี เพื่อทันต่อเป้าหมายเปิดบริการในปี 2571”

รายงานข่าวเผยด้วยว่า ขณะนี้ ร.ฟ.ท.ยังมีนโยบายเร่งผลักดันรถไฟทางคู่อีก 4 โครงการ วงเงินรวมกว่า 1.3 แสนล้านบาท ประกอบไปด้วย 1.ช่วงขอนแก่น-หนองคาย ระยะทาง 167 กม.วงเงิน 25,842 ล้านบาท เชื่อมต่อการขนส่งจากจีน ลาว และไทยในพื้นที่อีอีซี 2.ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงิน 37,527.10 ล้านบาท 3.ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 285 กม.วงเงิน 62,859.74 ล้านบาท และ 4.ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม.วงเงิน 6,661.37 ล้านบาท