อินเดียป่วย 'โควิด-19' เดินทางรถตู้โดยสาร 13 พ.ค. ผู้ร่วมเดินทางรายงานตัว-ตรวจหาเชื้อ

อินเดียป่วย 'โควิด-19' เดินทางรถตู้โดยสาร 13 พ.ค. ผู้ร่วมเดินทางรายงานตัว-ตรวจหาเชื้อ
19 พฤษภาคม 2564
17,721

รพ.ปากช่องนานา แจ้งพบผู้ป่วย "โควิด-19" ชาวอินเดียเดินทางรถตู้โดยสาร ขอความร่วมมือผู้โดยสารในวันที่ 13 พ.ค. 64 เวลา 09.00 น. ปากช่อง-กรุงเทพฯ บ.ปากช่องคาร์เรนท์ และเดินทางจากกรุงเทพฯ-ปากช่อง เวลา 17.00 น. ของ บ.จำนงค์ทัวร์ ติดต่อเพื่อคัดกรองการตรวจหา

เพจเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลปากช่องนานา ได้ประกาศแจ้งว่าพบผู้ป่วยโควิด-19 ชาวอินเดียเดินทางโดยรถตู้โดยสารวันที่ 13 พ.ค. พร้อมระบุว่า...

ขอความร่วมมือท่านผู้โดยสารที่เดินทางโดยรถตู้ ในวันที่ 13 พ.ค. 64 เวลา 09.00 น. ปากช่อง-กรุงเทพฯของ บ.ปากช่องคาร์เรนท์ และเดินทางจากกรุงเทพฯ-ปากช่อง เวลา 17.00 น. ของ บ.จำนงค์ทัวร์ ให้มารายงานตัวและคัดกรองการตรวจหาเชื้อ โควิด-19

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ (หมอยง) หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสเฟซบุ๊ก (Yong Poovorawan) ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับโควิด-19 สายพันธุ์อินเดียว่า 

“สายพันธุ์อินเดีย” เป็นเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่พบเป็นครั้งแรกในประเทศอินเดียตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2563 เชื้อไวรัสโควิด“สายพันธุ์อินเดีย” ตัวนี้มีชื่อว่า “B.1.617” จากการศึกษาทางทฤษฎีพบว่าการกลายพันธุ์ของโควิด“สายพันธุ์อินเดีย” ในครั้งนี้อาจมีแนวโน้มทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของวัคซีนลดลงได้ แต่ยังไม่มีการยืนยันทฤษฎีดังกล่าวอย่างแน่ชัด

ทั้งนี้ “สายพันธุ์อินเดีย” กลายพันธุ์ 2 จุด (Double Mutant)  คือ E484Q และ L452R ส่งผลให้มีความสามารถในการกระจายตัวที่สูงมากขึ้น รวมถึง“สายพันธุ์อินเดีย” กลายพันธุ์ 3 จุด (Triple Mutant Variant) เป็นชนิด B.1.618 หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “โควิดสายพันธุ์เบงกอล” เกิดจากการหายไปของหนามตำแหน่ง H146 และ Y145 และมีการกลายพันธุ์ในตำแหน่ง E484K และ D614G

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ไขข้อข้องใจ 'สายพันธุ์อินเดีย' อันตรายแค่ไหน?

สำหรับการกลายพันธุ์ของ โควิด-19 “สายพันธุ์อินเดีย” นั้น ดร.เจเรมี คามิลล์ นักไวรัสวิทยาจากมหาวิทยาลัยลุยเซียนาสเตตของสหรัฐ กล่าวว่า ลักษณะการกลายพันธุ์บางอย่างของไวรัสสายพันธุ์อินเดีย มีความคล้ายคลึงกับที่พบในสายพันธุ์บราซิลและสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ถึงแม้ว่าในขณะนี้ ทางผู้เชี่ยวชาญเผยว่ายังไม่มีหลักฐานสรุปได้แน่ชัดเกี่ยวกับเชื้อกลายพันธุ์ใหม่นี้ แต่ความน่ากังวลคือ มีการกลายพันธุ์ที่สำคัญในตำแหน่ง E484K ที่เป็นจุดสำคัญในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน (แอนติบอดี) ซึ่งแอนติบอดีเป็นสิ่งเดียวที่จะต่อสู้กับไวรัสได้ หลังจากคนผู้นั้นได้รับวัคซีนหรือเคยผ่านการติดเชื้อมาแล้ว

แต่หากนำ สายพันธุ์อินเดียมาเทียบกับสายพันธุ์จากอังกฤษ หรือที่เรียกว่าไวรัสสายพันธุ์เคนต์ (B.1.1.7) ซึ่งตรวจพบได้มากที่สุดภายในประเทศ ณ ขณะนี้รวมทั้งแพร่กระจายไปยังกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง