ล็อคเป้า ‘มั่นคง-พลังงาน’ ถล่ม ‘นายกฯ’ เวทีงบฯ 65

ล็อคเป้า ‘มั่นคง-พลังงาน’ ถล่ม ‘นายกฯ’ เวทีงบฯ 65

เหลืออีกสัปดาห์เศษ เวที สภาฯ เพื่อพิจารณา ร่างพ.ร.บ.งบฯ65 วงเงิน 3.1ล้านล้านบาท จะเริ่มขึ้น ถือเป็นโอกาสของ "พรรคฝ่ายค้าน" ที่จะชำแหละเนื้อหา เพื่อโยงให้เห็นถึงศักยภาพบริหารประเทศของรัฐบาลปัจจุบัน ผ่านตัวเลขงบประมาณ

       ขณะที่ทุกพรรคการเมืองเข้าสู่โหมดเตรียมพร้อมอภิปรายงบฯ 65 หลังจากที่ “ชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ” นัดหมายพิจารณาวาระแรก 3 วัน 3 คืน ตั้งแต่ 31 พฤษภาคม - 2 มิถุนายน

       ทุกพรรคส่งตัวแทนรับเอกสาร และรายละเอียดของ ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท และส่งให้ผู้เชี่ยวชาญของพรรคไปวิเคราะห์ ทำบทสรุปย่อๆ เพื่อมุ่งสู่ใจความที่ “ส.ส.” จะทำการบ้านต่อ เพื่อไปอภิปรายในสภาฯ

       รายละเอียดการจัดสรรงบฯ ถูกโหมโรงขึ้นแล้วจากพรรคเพื่อไทย-พรรคก้าวไกล ที่ตั้งข้อสังเกตว่า

       “การจัดสรรงบฯ ไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหา และพบสัดส่วนของงบด้านความมั่นคง-งบทหาร ที่สูงกว่างบพัฒนา ที่หัวใจคือความมั่นคงของประชาชน”

       หากโฟกัสให้ถูกจุดคือ พุ่งเป้าไปที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม” เป็นหลัก เพราะฐานะผู้นำของประเทศแต่ไม่สามารถลำดับความสำคัญของการบริหาร ผ่านการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมกับสถานการณ์วิกฤตของประเทศ

       แม้เรื่องที่ “ฝ่ายค้าน” พุ่งเป้าถล่มจะทราบดี และ “พล.อ.ประยุทธ์” เตรียมรับมือโดยสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อ 18 พฤษภาคม "ให้รัฐมนตรีเตรียมชี้แจงรายละเอียด ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ประเทศ เหตุผล และความจำเป็น ส่วนการกระตุ้นและเยียวยาเศรษฐกิจ รวมถึงป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นรายจ่ายที่กำหนดไว้ในงบกลาง ส่วนของเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินจำเป็น และงบจาก พ.ร.ก.กู้เงิน รวมถึงให้ตอบข้อซักถามอย่างกระจ่าง เพื่อความเข้าใจร่วมกันและความสบายใจของประชาชน”

162138603935

       อย่างไรก็ดี ตัวเลขทางงบประมาณที่แสดงให้เห็นในเอกสาร ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นประจักษ์พยานที่ฝ่ายค้านเล็งเป้า เตรียมล็อคคอถล่มการบริหารงานของ “รัฐบาล”

       สำหรับงบประมาณรายจ่ายด้านความมั่นคงที่ฝ่ายค้านจับตาเป็นพิเศษ

       รายการตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงจะพบว่า เสนอจัดสรร รวม 387,909.6 ล้านบาท คิดเป็น 12.5% ของวงเงินงบประมาณมี 14 แผนงาน อาทิ งบเพื่อสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ วงเงิน 5,983 ล้านบาท ที่มุ่งสร้างจิตสำนึก รัก หวงแหน สถาบันหลักของชาติ แผนงานรักษาความสงบภายใน วงเงิน 21,674 ล้านบาท

162138638767

       ไฮไลต์แผนงานนี้ คือการส่งเสริมความปรองดองสามัคคีคนในชาติ แผนงานแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงิน 7,144 ล้านบาท แผนงานพัฒนาศักยภาพป้องกันประเทศ วงเงิน 62,974 ล้านบาท มุ่งเสริมศักยภาพงานข่าวกรอง พัฒนากองทัพ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งถูกจับตาว่างบก้อนใหญ่กว่า 6.2 หมื่นล้านบาทส่วนหนึ่งอาจนำไปใช้เพื่อจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ยังไม่จำเป็น เมื่อเทียบกับเงินที่ควรนำไปแก้ปัญหาประชาชน-ฟื้นเศรษฐกิจ

       

       นอกจากนั้น เมื่อดูรายกระทรวง ที่แม้ภาพรวมจะถูกปรับลดเมื่อเทียบกับปี 2564 พบ 3 กระทรวง ที่พบการปรับงบเพิ่มขึ้นคือ กระทรวงการคลัง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงพลังงาน

       ทั้งนี้ในส่วนของกระทรวงการคลัง และกระทรวงพัฒนาสังคมฯ เข้าใจได้ว่าเพื่อภารกิจงานที่เกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจ การคลัง และด้านประชาชน

       แต่ของกระทรวงพลังงาน ที่ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เสนอของบฯ 2,717 ล้านบาท เทียบปี 2564 ได้รับงบฯ 2,279 ล้านบาท คิดเป็นงบที่เพิ่มขึ้น 438 ล้านบาท หรือ 19.2% ถือว่าน่าแปลก เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแก้ไขวิกฤตของประเทศ หรือ เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ

162138626975

       หากแจกแจงรายละเอียดพบว่า กรมที่ได้เสนอของบเพิ่มสูงสุด คือ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เสนอของบสูงสุด ที่ 1,542.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 422.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี2564 และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เสนอของบ 359.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 159.8 ล้านบาท เมื่อเทียบปี2564

       งบฯ ที่เพิ่มขึ้นกับภารกิจที่ไม่ต่างจากเดิม เชื่อแน่ว่ากระทรวงพลังงานจะเป็น 1 ในหน่วยงานที่ถูกตั้งคำถามจากเวทีสภาฯ มากพอสมควร ว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ของใครและอาจหนีไม่พ้นที่จะโยงเข้ากับ “พล.อ.ประยุทธ์” ที่ได้ชื่อว่ามีสายสัมพันธ์อันดีต่อกัน.