พระประสงค์ ปริปุณโณ “แค่กลัวตาย ก็ทุกข์ตั้งแต่ตอนนั้น”

พระประสงค์ ปริปุณโณ  “แค่กลัวตาย ก็ทุกข์ตั้งแต่ตอนนั้น”
17 พฤษภาคม 2564 | โดย เพ็ญลักษณ์ ภักดีเจริญ
494

ถ้าจะห้ามใจไม่ให้กลัวเจ็บ กลัวตาย คงยาก เรื่องเหล่านี้ต้องฝึกฝน แล้วจะฝึกอย่างไร "พระประสงค์ ปริปุณโณ" พระนักเทศน์ธรรมดาๆ รูปหนึ่งมีคำตอบ 

ในช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิดระบาด หมอช่วยพวกเราได้ในเรื่องการรักษาโรคทางกาย แต่ทางใจ คงต้องหาที่พึ่งเอง โดยเฉพาะความกลัวตาย กลัวเจ็บป่วย กลัวไม่ได้สั่งเสียคนในครอบครัว กลัวว่างานศพจะเป็นภาระของญาติพี่น้อง ฯลฯ

สารพัดเรื่องราวที่กลัว เรื่องเหล่านี้ แม้ภิกษุสงฆ์จะให้คำตอบได้ แต่ทั้งหมดอยู่ที่ตัวเรา

“กลัวตายก็ต้องตาย ไม่กลัวตายก็ต้องตาย แต่ถ้ากลัว มันทุกข์ตั้งแต่ตอนนั้นจนกระทั่งวันตาย ...” พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ พระนักเทศน์ ที่ชอบธุดงค์ในเมืองไทยและต่างประเทศ รวมถึงเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าชิคาโก อเมริกา เล่าให้ฟัง

ส่วนใหญ่ท่านไม่ได้จำพรรษาที่ไหนเป็นหลักแหล่ง ล่าสุดจำพรรษาที่วัดผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์ เพราะฤดูฝน ธรรมชาติงดงามมาก เหมาะกับการปฏิบัติธรรม 

พระอาจารย์ประสงค์ เป็นพระธรรมดาๆ รูปหนึ่ง ตอนเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าชิคาโก ท่านบอกว่า ตอนนั้นหาพระไปจำพรรษาเป็นเจ้าอาวาสไม่ได้ ท่านก็เลยต้องรับหน้าที่ 

แรกๆ ตั้งใจว่า จะอยู่อเมริกาแค่ 1 ปี แต่อยู่ไปอยู่มา 14 ปี และยังถูกนิมนต์ไปยังประเทศต่าง ๆ กว่า 20 ประเทศ กลายเป็นพระธรรมทูตสายสหรัฐอเมริกาและยุโรป

เวลากลับเมืองไทย พระอาจารย์ประสงค์จะชอบธุดงค์ไปตามป่าเขา ป่าช้า และที่ต่างๆ มีเวลาว่างก็เขียนหนังสือ ทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง มีผลงานหลายเล่ม อาทิ หักหอกเป็นดอกไม้ ,ฮัลโหล! รู้สึกตัวหรือเคยชิน ,ทำไมต้องทำไม, รักนะ…เด็กโง่ ,มองวัตถุทะลุถึงธรรม และนิทานธรรมะกลับตาลปัตร เป็นต้น ท่านมีผลงานทั้งภาษาไทยและคำแปลภาษาอังกฤษ และเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกวัย  

ถ้าอย่างนั้น...ไม่ว่าจะกลัวตาย กลัววัคซีน หรือไม่กลัวอะไรเลย  ลองอ่านเรื่องราวของพระรูปหนึ่ง...

162113387580

  • ตอนที่บวช พระอาจารย์มีความทุกข์หรือเปล่า

ตอนนั้นบวชแก้บน ไม่มีอะไรมาก

  • ทำไมเลือกธุดงค์ไปทั่วประเทศ

ขนาดปฏิบัติไม่เป็น หายใจเข้าออกก็มีความสุขแล้ว ถ้าปฏิบัติเป็นจะมีความสุขขนาดไหน ก็เลยออกเดินธุดงค์ เพื่อเป็นการพิสูจน์สิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน

เพราะครูบาอาจารย์พูด บางทีเราก็ลืม ถ้าเห็นเราก็จะจำ ถ้าได้ทำก็จะเข้าใจ เราต้องการความเข้าใจ ก็เลยธุดงค์ เดินป่า เดินเขา ในเมืองไทยไปเหนือจรดใต้

ช่วงที่ธุดงค์แรกๆ อาตมาบอกกับตัวเองว่า ถ้ายังมีสติก็จะเดิน จะขึ้นรถก็ต่อเมื่อไม่รู้สึกตัว  เช่น ป่วยไข้ ไม่สบาย ประสบอุบัติเหตุ อาตมาออกเดินจนเข้าพรรษา เมื่อเข้าพรรษาก็หาที่จำพรรษา

เวลาออกธุดงค์ ระยะทางบิณฑบาตไปกลับต้องประมาณ 4-5 กิโลเมตร ส่วนมากก็อยู่ตามถ้ำ ตามเขา มีทั้งภาวนาปักกลดรูปเดียว ปักกลดกับพระหลายรูป 

  • แล้วทำไมธรรมะจึงเป็นคำตอบให้ชีวิตได้

ชีวิตมีเรื่องของกายและใจ กายก็คือ เราต้องการความสะดวกสบาย ก็แสวงหาวัตถุไป ส่วนเรื่องใจ เราต้องการความสุข ไม่ต้องการเป็นทุกข์

แต่บางทีเราคิดว่าความสุขต้องอาศัยเหยื่อ จึงสิ้นเปลืองเงินทอง แต่การฝึกภาวนาทางธรรม หายใจเข้าหายใจออกก็มีความสุขแล้ว

  • ท่านมีครูบาอาจารย์เยอะไหม

อาตมาเคารพท่านอาจารย์พุทธทาส หลวงพ่อพุธ ฐานิโย หลวงพ่อชา ฯลฯ ครูบาอาจารย์รูปไหน น่าเคารพศรัทธาก็ไปฝึกปฏิบัติด้วย เมื่อก่อนอาตมาจะตามล่าหาครูบาอาจารย์ ใครดัง ใครเก่ง อาตมาตามไปเรียนรู้ 

ปีที่แล้ว ไปกราบครูบาอาจารย์ที่ป่าช้า ตอนคุยกัน ท่านบอกว่า“กูอวดดี อยู่เกินพระพุทธเจ้า (เกิน 80 ปี) ตอนนี้สารพัดโรคเลย...” ท่านไม่โกหก พูดตรงๆ แต่จริงใจ ครูบาอาจารย์คนนี้อยู่ป่าช้ารูปเดียว อาตมาเคยเดินธุดงค์กับท่าน ท่านบอกว่า “จะมาตามอะไรกู กูยังเอาตัวไม่รอด”

ครูบาอาจารย์คนแรกของอาตมาคือ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ อ่านหนังสือท่าน แล้วเริ่มเข้าป่า ฝึกกรรมฐาน นั่นเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต จากฟุ้งซ่านกลางคืนคิดๆๆๆ หลับแล้วฝัน เรียกหลับตาฝัน ตื่นปุ๊ปคิดปุ๊บ อันนั้นเรียกว่า ลืมตาฝัน 

คนหกเจ็ดพันล้านคนยังอยู่ในความฝัน กลางวันลืมตาฝัน กลางคืนหลับตาฝัน พระพุทธเจ้าไม่ได้ห้ามคิด แต่ไม่ปล่อยให้ความคิดลากเราไป ถ้าเราสั่งให้ตัวเราคิด ก็คือ ขึ้นหลังม้าแล้วควบม้าไป แต่ถ้าความคิดลากเราไป คือ ตกจากหลังม้า แล้วถูกม้าลากไป

  • ตอนนี้ยังแสวงหาครูบาอาจารย์อีกไหม

ไม่ได้แสวงหาครูบาอาจารย์แล้ว ปีนี้อายุ 66 ปี อาตมาจะนึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสว่า ถ้ามีเราเป็นกัลยาณมิตรจะพ้นทุกข์ทั้งปวงได้ ดังนั้นเวลามีปัญหา ก็จะนึกถึงพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสว่า โลกนี้จะไม่ว่างจากอรหันต์ ถ้าคนยังปฏิบัติตามมรรคมี องค์แปด 

ตอนที่ครูบาอาจารย์ฉันอาหารวันละมื้อ หรืองดอาหาร เคยถามท่านว่า งดแล้วได้ประโยชน์อะไร ท่านบอกว่า กายมันด้อย จิตมันเด่น กินมากฟุ้งซ่านมาก กินน้อยฟุ้งซ่านน้อย กลับมาดูความรู้สึก ทั้งหงุดหงิด ทั้งฟุ้งซ่าน ทั้งเบื่อรำคาญ จะสังเกตจิตได้ง่าย

162113475048

 

  • ทำไมตอนนั้นพระอาจารย์ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดชิคาโก

สมัยนั้นผลิตพระไม่ทัน ทางเมืองไทยก็เลยจัดให้อาตมาไป อยู่ที่นั่น 14 ปี ตอนนั้นมีเพื่อนคนไทยที่จบปริญญาโทที่อเมริกา ทำงานกับฝรั่งหลายปีมาช่วยงาน เพื่อนคนนั้นหาเงิน แล้วไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร ก็เอามาช่วยทำวัด และในที่สุดก็บวช

คนไทยที่นั่นเวลาทำบุญให้ทานจะเต็มที่ แต่เวลาพระเทศน์ ก็ติดธุระรีบกลับบ้าน เรื่องสมาธิจะฝึกน้อย ฝรั่งบางคนสนใจกรรมฐาน มาขอเรียนภาษาไทย เพราะอยากอ่านพระไตรปิฎก  

อยู่ที่นั่นโยมคนไทยน่ารักมาก ปกติกรรมการจะให้วัดครึ่งหนึ่ง กรรมการครึ่งหนึ่ง แต่ที่นั่นกรรมการให้วัดหมด แล้วแถมให้อีก ตอนแรกว่าจะอยู่ปีเดียว แต่เห็นความเสียสละสร้างวัดกัน และคนไทยบางส่วนก็สนใจภาวนา เลยอยู่ยาวเป็นสิบๆ ปี

  • แล้วทำไมกลับมาเมืองไทย

ช่วงนั้นแม่ป่วย และเวลาเป็นเจ้าอาวาส ไปไหนได้ไม่เกิน 3 เดือนต้องกลับวัด อาตมาเป็นคนชอบเดินธุดงค์ 

ท่านเขียนหนังสือและบทกวีด้วยใช่ไหม

     จริงๆ อาตมาไม่ถนัดเขียน พูดแล้วโยมไปถอดเทป ส่วนบทกวีเขียนตามความรู้สึก ตอนนี้อาตมาจำพรรษาวัดผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์ อากาศดีมาก คนเข้าใจว่ามาเขาค้อต้องมาฤดูหนาว แ่ต่ฤดูฝน  สวยงามมาก นอกพรรษาอาตมาอยู่ที่โป่งกระทิง ทำเป็นน็อตดาวน์ภาวนาอยู่รูปเดียว ทำที่เดินจงกรมไว้ อาตมาไม่ได้จำพรรษาเป็นที่เป็นทาง วัดที่ราชบุรีบ้านเกิด ก็ไม่ได้รับแขก อยู่รูปเดียว

ตอนเด็กๆ อาตมาเป็นนักดนตรี นักบาสเก็ตบอล และชอบศิลปะ ก็เลยเอาความรู้ที่มีอยู่มาใช้กับเด็กๆ   ญาติโยมชอบพาลูกมาให้อาตมาช่วยสอน บอกว่า ซน ดื้อ เกเร เราก็โชคดีที่เคยเป็นเด็กมาก่อน ไม่ได้เกิดมาแล้วแก่เลย

เด็กๆ พร้อมที่จะทำตามแต่ไม่พร้อมที่จะฟัง ผู้ใหญ่พร้อมที่จะฟังแต่ไม่พร้อมทำตาม  และเวลาเด็กๆ ขอพ่อแม่มาหาอาจารย์ประสงค์ พ่อแม่ก็ถามว่ามาทำไม เด็กๆ บอกว่า ท่านพูดภาษาคนรู้เรื่องดี

ก่อนจะบวชอาตมาเคยเป็นช่างภาพ ฆ่ากันตายที่ไหน อาตมาก็สะพายกล้องไปถ่ายรูป พอบวชแล้ว ทิ้งกล้องเลย แต่โทรศัพท์มือถือก็ถ่ายรูปได้

ถ่ายออกมาญาติโยมก็ชอบขอภาพไปใช้ อาตมาทำงานด้านนี้มานาน เวลาถ่ายภาพวิว จะจัดองค์ประกอบวางมุม หลายคนเห็นภาพก็บอกว่า ใช้ได้

  • วัตรปฏิบัติของพระอาจารย์เป็นอย่างไร

ครูบาอาจารย์บอกว่า ทำเล่นๆ แต่เล่นกับเขา(ลมหายใจ)จริงๆ  ก็คือ เล่นไม่เลิก เรื่องการปฏิบัติธรรมก็เคยเคร่ง นั่งภาวนาสามวัน อดอาหาร 10-20 วันดื่มน้ำอย่างเดียว ครูบาอาจารย์อาตมาก็เคยนั่ง 3 วัน 3 คืน อาตมาก็ไปเฝ้า ไม่ให้ใครกวน แต่พอครบ 3 วัน อาตมาก็ถามท่านว่า เป็นยังไงบ้าง 

ท่านบอกว่า โง่ตลอด 3 วัน 3 คืน ได้แต่ความแกร่งของสมาธิ ปัญญาไม่เกิด ปัญญาจะเกิดต้องน้อมจิต พิจารณาอนิงจัง ทุกขัง อนัตตา ถ้านั่งสมาธิเฉยๆ ก็ได้ความแกร่ง 

ยกตัวอย่างบางคนฉลาดมาก ไม่ว่าใครพูดอะไร ตอบได้ฉะฉาน แต่ขี้โกรธ ขี้โมโห ขี้หงุดหงิด ขี้น้อยใจ ขี้วิตกกังวล เพราะจิตไม่แกร่งหักง่าย

ถ้านั่งสมาธิจะสงบเย็นมากขึ้น ควบคุมตัวเองได้ ครูบาอาจารย์ชี้แนะว่า ถ้ามีปัญหาให้เอาศีลมาคุมกายและวาจา เอาสมาธิมาคุมจิตและปัญญา ตามรู้ตามเห็น

  • พระอาจารย์เคยปฏิบัติแบบเคร่งๆ บ้างไหม

เคร่งดีแต่เครียดไม่ดี กัลยาณมิตรเป็นสิ่งสำคัญ ในใจต้องมีพระพุทธเจ้าเป็นซีอีโอ ลองคิดว่า ถ้าปัญหาเกิดกับพระพุทธเจ้า พระองค์จะแก้ปัญหาอย่างไร ถ้าเราแก้ปัญหาเอง เราจะเอากิเลสของเราไปแก้ไข แต่ถ้าน้อมใจนึกถึงพระพุทธเจ้า เราจะใช้ปัญญาแก้ไข

พระพุทธเจ้าอยู่เบื้องหลังความสงบ ถ้าสงบสักพัก สติปัญญาจะเกิด เหมือนเวลาไฟดับ ลองนั่งนิ่งๆ สักพัก ปรับสายตาให้ชิน  เมื่อเห็นทางก็ค่อยๆ ไป เวลามีปัญหา ลองดึงลมหายใจยาวๆ แล้วยิ้ม 

การปฏิบัติธรรมจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ถามว่า เต้นรำยากไหม ก่อนบวชอาตมาก็เคยเรียนเต้นรำ ตอนนั้นเต้นได้หมดมีความสุขมาก

พอบวชแล้วเต้นไม่ได้ อยู่ในห้องรูปเดียวจะลีลาศ ก็ละอายใจ ต้องไปปลงอาบัติขอขมาพระพุทธเจ้าเพราะเราชอบดนตรี ได้ยินเสียงเบสสะเทือนถึงใจ กำลังจะฉันอาหาร มือเริ่มจะเคาะจังหวะ เจ้าอาวาสหันมามอง แล้วบอกว่าทำอะไร คือไม่มีสติ

 

  • พระมีศีลเยอะมาก สำหรับพระอาจารย์ลำบากไหม

ศีลมีไว้สมาทาน มีศีลให้ขาดดีกว่าไม่มีศีลจะขาด แต่ไม่ได้มีให้อุปาทาน ยึดมั่นให้เกิดความทุกข์ ศีล 227 ข้อสำหรับพระไม่ใช่อยู่ง่ายๆ อย่างโยมถือศีล 5 ยังเหงื่อแตก

ในครั้งพุทธกาล ก็เคยมีพระไปขอลาสึกจากพระพุทธเจ้า เพราะศีลเยอะ นึกว่าบวชแล้วสบาย พระพุทธเจ้าบอกว่า ให้รักษาศีลข้อเดียวก็คือ รักษาจิต ไม่ต้องยุ่งอย่างอื่น ในที่สุดพระรูปนั้นก็บรรลุธรรม

  • มีกิเลสส่วนไหนที่พระอาจารย์ยังลดละไม่ได้

ขอใช้คำหยาบนะ จิตเสือกมีเยอะ จิตโพธิสัตว์กับจิตเสือกจะใกล้ๆ กัน บางเรื่องเราเห็นแล้วคิดว่าน่าจะทำ น่าจะเตือน ถ้าจังหวะนั้นเขาต้องการ เขาก็ขอบคุณเรา มีความสุข อันนี้คือ จิตโพธิสัตว์

แต่ถ้าเขาไม่ต้องการ แล้วเข้าไปยุ่ง เขาจะมองว่าเราเสือก หรือจิตเสือก เราจะแยกเรื่องนี้ไม่ทัน

  • ในช่วงวัยที่เปลี่ยนไป พระอาจารย์ยังคงเดินธุดงค์? 

เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว อาตมาเคยประสบอุบัติเหตุ เส้นเอ็นร้อยหวายฉีก เดินไม่ได้กว่าปี จากเดินธุดงค์สะพายกลดไปทุกที่ แขวนกลดตามป่าช้า ตอนนี้อาตมาก็ยังธุดงค์ต่อไปเรื่อยๆ 

  • ปักกลดในป่าช้า เคยกลัวบ้างไหม 

ก็มี ความรู้สึกเกิดตรงนั้น ก็ดับตรงนั้น ไม่เผลอเพลิน

  • ช่วงไวรัสโควิดระบาด คนส่วนหนึ่งกลัวตาย พระอาจารย์มีคำแนะนำอย่างไร

กลัวก็ตาย ไม่กลัวก็ตาย แต่ถ้ากลัว มันทุกข์ตั้งแต่ตอนนี้จนกระทั่งวันตาย ความตายอยู่แค่ปลายจมูก ความตายรอเราอยู่ เพียงแต่เราจะรับมืออย่างไร 

ดังนั้นเมื่อสูญเสีย อย่าเสียศูนย์ จงเพิ่มพูนพลังใจ ล้มได้ก็ลุกได้ ขอให้ใจ มีพลัง เมื่อมีเจอ ก็มีจาก วันพลัดพราก อยู่รอท่า วันนี้ใต้ชายคา วันข้างหน้าก็ใต้ฝาโลง

162113492725

พระอาจารย์ประสงค์

เรื่องใดที่พระอาจารย์อยากทำในห้วงชีวิตที่เหลืออยู่ ? 

อยากให้คนรักกัน ในโลกโซเชียลมีเดียมีการใช้ข้อมูลทำร้ายกัน เพียงแค่คิดดี คนบางกลุ่มยังคิดไม่เป็น แล้วจะให้พูดดีคงลำบาก 

หลักการที่อาตมาใช้คือ หน้าที่เป็นเรื่องภายนอก การปล่อยวางเป็นเรื่องภายใน อาตมาจำได้ว่า ตอนที่ไปกราบหลวงปู่ดุลย์ ตอนท่านจะละสังขาร อาตมาถามว่า หลวงปู่มีเวทนาไหม ท่านบอกว่า มีแต่ไม่เอา ก็คือ เวทนาทางกาย แต่วางจิตเฉยไม่เอา

อย่างในหนังสือนิทานธรรมะ ตาลปัตรกลับชีวิต มีรูปหักหอกเป็นดอกไม้ อาตมาเคยเจอผู้หญิงคนหนึ่ง แขนขาดทั้งสองข้างจากเหตุการณ์ไฟช็อต อาตมาถามว่า รู้สึกยังไง

เธอบอกว่า ตั้งแต่หนูไม่มีแขน หนูไม่เคยปวดแขนเลย เธอสามารถพูดถึงการสูญเสียอย่างเป็นปกติสุข เธอยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าคนเราไม่ยอมรับก็เครียด

  • การนิมนต์ไปเทศน์ เห็นบอกว่า พระอาจารย์จะให้โอกาสกลุ่มคนพิการหรือคนป่วยก่อน

อาตมาบริจาคร่างกายไว้ตั้งแต่อายุ 23 ไม่ตายซะที ปีที่แล้วอาตมาใช้เวลาบรรยายธรรมครึ่งหนึ่ง ภาวนาครึ่งหนึ่ง อาตมาชอบภาวนารูปเดียวเงียบๆ ส่วนในเรื่องการบรรยายธรรม มีพระบรรยายธรรมเก่งๆ เยอะ 

อาตมาอยากช่วยเหลือกลุ่มคนพิการและคนป่วยก่อน อาตมาทำอุปกรณ์สื่อธรรมะไปช่วยเหลือ อย่างตาลปัตรกลับชีวิต ก็เป็นหนังสือธรรมะง่ายๆ

ถ้าคนเราต้องการอยู่อย่างไม่เป็นทุกข์ ก็ต้องเข้าใจตัวเอง ไม่หลงเข้าไปในอารมณ์และความคิด กลับมารู้สึกตัวให้เป็น พระพุทธเจ้าเน้นเรื่องนี้ แต่คนไม่ค่อยให้ความสนใจ

เพราะแต่ละวันจะเผลอเพลินอยู่กับความคิด ไม่ได้อยู่กับความรู้สึกตัว  ดึงอดีตมาขบเคี้ยว ดึงอนาคตมากังวล ปัจจุบันขณะไม่ค่อยมี พระพุทธเจ้าให้เจริญอานาปานสติ อยู่กับลมหายใจ ถ้าลมหายใจผิดปกติ จะรู้ทันทีว่า จิตไม่ปกติ

  • ในวิถีนักบวช มีบ้างไหมที่พระอาจารย์หลงไปกับลาภ ยศ สรรเสริญ 

การประพฤติพรหมจรรย์ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่ใช่เพื่อลาภสักการะ ไม่ใช่เพื่อคำสรรเสริญเยินยอ ไม่ใช่ให้ใครมานับถือ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติเพื่อให้หมดไป สิ้นไปแห่งอาสวะ เมื่อได้หลักตรงนี้ ถ้าเผลอก็จะระวังตัวเอง  

เคยมีคนอยากให้อาตมาไปเป็นพระปลัด พระครู พระอะไรต่างๆ แต่อาตมาไม่เอา เป็นหลวงตาธรรมดาๆ ดีกว่า ตอนนี้เริ่มแก่ก็เป็นหลวงตาเต็มขั้น เป็นพระประสงค์ธรรมดา ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีค่าตัว 

  

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: