“มาชิตะ” สานต่อ Collaboration  ควง “ฮะจิบัง ราเมน” ออกรสราเมนเย็น โกยแชร์สาหร่ายอบ

“มาชิตะ” สานต่อ Collaboration   ควง “ฮะจิบัง ราเมน” ออกรสราเมนเย็น โกยแชร์สาหร่ายอบ
14 พฤษภาคม 2564 | โดย สาวิตรี รินวงษ์
171

ตลาดสแน็คสาหร่าย "พันล้าน" เงียบเหงาตามสถานการณ์เศรษฐกิจ กำลังซื้อผผู้บริโภคลด แต่ "มาชิตะ" อาศัยชิงทุกช่วงเวลาเพื่อสร้างโอกาส จับมือพันธมิตร ออกสินค้าใหม่ ทำตลาดต่อเนื่อง ผลักดันสู่ผลลัพธ์เพิ่มส่วนแบ่งตลาด

 “มาชิตะ” ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ Collaboration ต่อเนื่อง ล่าสุดจับมือ “ฮะจิบัง ราเมน” ร้านราเมนญี่ปุ่นชื่อดัง ออกขนมขบเคี้ยว(สแน็ค)สาหร่ายอบรสชาติใหม่รส “ราเมนเย็น” ดึงเมนูขึ้นชื่อของร้านอย่างเมนู ซารุราเมน บะหมี่เย็นต้นตำรับญี่ปุ่น ปลุกตลาดสาหร่ายเปิดประสบการณ์แปลกใหม่ เพิ่มสีสันให้กับผู้บริโภค ชูจุดเด่นสาหร่ายคุณภาพพรีเมี่ยม จากประเทศเกาหลี 100% ไม่ใส่ผงชูรส (No Msg) ตั้งเป้ารักษาตำแหน่งผู้นำตลาดสาหร่ายอบด้วยส่วนแบ่ง 39%  

นายธิติพร ธรรมาภิมุขกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มการตลาดแบรนด์ บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา หนึ่งในแนวทางการทำตลาดของ “มาชิตะ” ที่ทำมาโดยตลอดและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก คือกลยุทธ์ผสานพลังกับพันธมิตรในการทำตลาดหรือ Partnership Marketing ร่วมมือ(Collaboration) กับร้านอาหารชื่อดัง อาทิ บาร์บีคิว พลาซ่า, บอนชอน ชิคเกน, ซูกิชิ และทูดาริ ทำให้แบรนด์มีความโดดเด่น สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และวางจุดยืนให้กับแบรนด์ได้อย่างดี จนทำให้ได้รับผลตอบรับจากตลาดส่งผลให้ยอดขายเติบโตอย่างมาก

ล่าสุด “มาชิตะ” เดินหน้าผนึก “ฮะจิบัง ราเมน” ร้านราเมนสัญชาติญี่ปุ่นชื่อดัง ร่วมพัฒนาสูตรสาหร่ายอบรสชาติใหม่ “รสราเมนเย็น” ดึงเมนูเอกลักษณ์และยอดนิยมของร้าน มาผสานจุดแข็งของทั้ง 2 แบรนด์ เสิร์ฟความอร่อยให้กับผู้บริโภค โดยร้านฮะจิบัง ราเมน มีเมนูซารุราเมน บะหมี่เย็นสไตล์ญี่ปุ่นเอกลักษณ์เมนูอันดับ 1 ของร้าน โดยการรับประทานแบบจุ่มเส้นราเมนลงในน้ำซอสซารุ พร้อมเครื่องเคียงทำให้รสชาติกลมกล่อม กลิ่นหอม เมื่อปรุงเข้ากับแผ่นสาหร่ายมาชิตะอบกรอบ จึงเกิดเป็นความอร่อยใหม่ ที่มาพร้อมกับความหอมของน้ำมันงาและความกรอบของสาหร่าย อีกทั้งยังได้สาหร่ายที่มีความเย็นเหมือนได้เข้าไปอยู่ในถ้วยซารุแท้ๆ ทำให้รสชาติอร่อย หอมน้ำซอสซารุ จากต้นฉบับ 

อย่างไรก็ตาม สาหร่ายมาชิตะเป็นแบรนด์แรกที่สร้างความแตกต่างด้วยกลยุทธ์ Partnership Marketing ทุกร้านที่เลือกมา Collaboration ล้วนแต่เป็นร้านอาหารที่ผู้บริโภคยอมรับและไว้วางใจ เป็นการนำจุดแข็งของทั้งสองฝั่งมาเจอกัน จึงเป็นการนำรสชาติความอร่อยบนโต๊ะอาหารมาใส่ไว้ในซองส่งตรงถึงมือผู้บริโภค

 

ทั้งนี้ แผนการทำตลาดของบริษัทฯ ผ่านทุกแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ เพื่อเพิ่มการรับรู้ของสินค้าให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ จนถึงวัยทำงานซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ที่สำคัญยังช่วยขยายฐานผู้บริโภคใหม่ๆ โดยเฉพาะแฟนๆ ที่เป็นสาวกหรือลูกค้าของแบรนด์ฮะจิบัง ราเมนเกิดการทดลอง และซื้อสาหร่ายมาชิตะรับประทานมากขึ้น  

สำหรับสาหร่ายมาชิตะอบสไตล์เกาหลี “รสราเมนเย็น” มีขนาด 15 กรัม ราคา 39 บาท เสิร์ฟความอร่อยผ่านร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น (7-Eleven) ทุกสาขา รวมถึงจำหน่ายที่ร้านฮะจิบัง ราเมน ทุกสาขาในกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ และ ปทุมธานี ตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือนสิงหาคม 2564 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

ด้านภาพรวมตลาดสแน็คสาหร่ายมีมูลค่าประมาณ 2,101 ล้านบาท  ถึงแม้มูลค่าตลาดจะลดลงเนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่แบรนด์สาหร่ายมาชิตะ ยังคงมีการเติบโต ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดปี 2563 อยู่ที่ 18.3% โดยเฉพาะสาหร่ายประเภทอบ แม้ตลาดรวมจะติดลบ 19.2% แต่มาชิตะเติบโตถึง 6% และเป็นผู้นำมีส่วนแบ่งทางการตลาด 31.5%

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง