AAV - ซื้อ (11 พ.ค.64)

AAV - ซื้อ (11 พ.ค.64)
11 พฤษภาคม 2564 | โดย บล.เคจีไอฯ
140

ประมาณการ 1Q64F: คาดว่าจะยังขาดทุนสุทธิต่อเนื่อง

Event

ประมาณการ 1Q64, ปรับประมาณการปี FY64-65 และปรับราคาเป้าหมายปี FY65

lmpact

คาดว่าผลประกอบการใน 1Q64 จะยังคงอ่อนแอ


เราคาดว่า AAV จะขาดทุนสุทธิ 1.59 พันล้านบาทใน 1Q64F แย่ลงทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจาก COVID-19 ระบาดระลอกสองที่จังหวัดสมุทรสาครเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2563 ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทใน 1Q64 เพราะ i) มีการควบคุมการเดินทางเส้นทางในประเทศเข้มงวดขึ้น และ ii) ไม่มีการบินเส้นทางระหว่างประเทศ ส่งผลให้ผลประกอบการจากธุรกิจหลักของ AAV ถูกกระทบจาก COVID-19 มาตั้งแต่ 2Q63 ทั้งนี้ ใน 1Q64 AAV มีผู้โดยสารรวม 980,000 ราย (-78.4% YoY, -65.2% QoQ) และทำการบิน 8,314 เที่ยวบิน (-71.9% YoY, -60.7% QoQ) โดย Load factor ของ
เครื่องบินที่มีการใช้งานอยู่ที่ 66% (-18ppts YoY, -8ppts QoQ) เราคาดว่ายอดขายของ AAV ใน 1Q64F จะอยู่ที่ 1.18 พันล้านบาท (-84.9% YoY, -65.7% QoQ) ขณะที่คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะเป็น -247.6% จาก -3.0% ใน 1Q63 และ -32.3% ใน 4Q63 โดยประเด็นสำคัญที่น่าสนใจได้แก่ i) จำนวนผู้โดยสารลดลงอย่างมากทั้ง YoY และ QoQ ii) load factor ยังคงอ่อนแอ และไม่ทำกำไร รวใมทั้งค่าตั๋วเฉลี่ยยังคงค่อนข้างต่ำ เนื่องจากไม่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ และมีการแข่งขันด้านราคาระหว่างสายการบินต่าง ๆ

ปรับลดประมาณการปี 2564-65F จากการที่ COVID-19 กลับมาระบาดระลอกสาม

เราปรับลดสมมติฐานจำนวนผู้โดยสารปี FY64F ลงเหลือ 7.2 ล้านคน และ ปี FY65F เหลือ 12.5 ล้านคน (จากเดิม 15.9 และ 22.2 ล้านคน ตามลำดับ) ดังนั้น เราจึงปรับลดประมาณการปี 2564F เป็นขาดทุนสุทธิ 3.77 พันล้านบาท (จากเดิมคาดขาดทุนสุทธิ 1.09 พันล้านบาท) และปรับลดประมาณการเป็นขาดทุนสุทธิปี 2565F เป็น 155 ล้านบาท (จากเดิมกำไรสุทธิ 47 ล้านบาท) เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะติดลบเพิ่มขึ้นเป็น -60.0% (จาก -4.0%) ในปี 2564 และเป็นบวก 4.4% (จาก 6.0%) ในปี 2565 นอกจากนี้ เรายังปรับสมมติฐานสัดส่วน SG&A/ยอดขายปี 2564-65F เป็น 16.0% และ 8.5% (จากเดิม 8.0%) เพื่อสะท้อนถึงการปรับประมาณการยอดขายลดลง

คณะกรรมการของ AAV อนุมัติแผนปรับโครงสร้างองค์กร และเงินทุน

AAV เสนอแผนปรับโครงสร้างบริษัท โดยนักลงทุนรายใหม่จะให้เงินกู้แก่ Thai AirAsia (TAA) ในวงเงินไม่เกิน 3.15 พันล้านบาท (ไม่คิดดอกเบี้ย) ในรูปของพันธบัตรแปลงสภาพ (convertible bonds หรือ CBs) อายุ 3 ปี โดยจะกำหนดช่วงแปลงสภาพหลังจากที่ TAA ได้รับอนุมัติให้เสนอขายหุ้น IPO
(แทน AAV) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ทั้งนี้ ตามแผนปรับโครงสร้างบริษัทจะทำให้เกิด dilution effect ระหว่าง 27.0-29.4% สำหรับผู้ถือหุ้นเดิมของ TAA 33.0% ของเงินทุนก่อนปรับโครงสร้าง (Figure 8) เราเชื่อว่าแผนนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถเอาตัวรอดจากวิกฤตินี้ได้โดยมีสภาพคล่องทางการเงินเพิ่มขึ้น

Valuation & Action

เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ AAV โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2565 ที่ 3.03 บาท (อิงจาก P/BV ที่ 1.1x เท่ากับค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง) จากเดิมที่ 3.25 บาท

Risks

COVID-19 ระบาด, เศรษฐกิจถดถอย, ความไม่สงบทางการเมืองไทย หรือเกิดเหตุก่อการร้าย

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง