Apple Music vs Spotify ศึกตลาดการให้บริการเช่าเพลง

Apple Music vs Spotify ศึกตลาดการให้บริการเช่าเพลง
8 พฤษภาคม 2564 | โดย ศุภวัชร์ มาลานนท์, ชิโนภาส อุดมผล | คอลัมน์ Tech, Law and Security
397

ส่องศึกตลาดการให้บริการเช่าเพลง เมื่อ "Spotify" คู่แข่งรายใหญ่ของ "Apple Music" ร้องเรียนพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมของ Apple ต่อคณะกรรมาธิการยุโรป เนื่องจากเป็นเจ้าของการจัดจำหน่ายแต่ผู้เดียวผ่านช่องทางแอพสโตร์ ซึ่งส่งผลต่อการค้าที่ไม่เป็นธรรม

วันที่ 11 มี.ค.2562 Spotify ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเช่าเพลงและเป็นคู่แข่งรายใหญ่ของ Apple Music ได้ร้องเรียนพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมของ Apple ต่อคณะกรรมาธิการยุโรปเกี่ยวกับสัญญาอนุญาตให้จัดจำหน่ายในแอพสโตร์ ที่ส่งผลต่อการค้าที่ไม่เป็นธรรมในตลาดการให้บริการเพลงแบบสตรีมมิ่ง

ซึ่งในกรณีนี้ Apple เป็นเจ้าของช่องทางการจัดจำหน่ายแต่ผู้เดียวผ่านช่องทางแอพสโตร์ และเป็นผู้ให้บริการและคู่แข่งกับ Spotify ด้วยผ่านช่องทาง Apple Music ในตลาดการให้บริการเช่าเพลง (music streaming) คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นว่าข้อกล่าวหามีมูลจึงเริ่มกระบวนการสอบสวนเบื้องต้นในเวลาต่อมา

วันที่ 16 มิ.ย.2563 ภายหลังสิ้นสุดการสอบสวนเบื้องต้นเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้อำนาจเหนือตลาดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายของ Apple ในตลาดเพลงแบบเช่าและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-books/audiobooks) คณะกรรมาธิการยุโรปได้เริ่มกระบวนการสอบสวนพฤติกรรมการกระทำความผิดของ Apple ตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของสหภาพยุโรป (EU Competition Law) ในตลาดการให้บริการเช่าเพลง ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ในการจำหน่ายแอพที่ให้บริการเช่าเพลงผ่านแอพสโตร์ โดยการบังคับให้ผู้ให้บริการแอพที่ให้บริการเช่าเพลงต้องถูกบังคับใช้ระบบ in-app purchase (IAP การซื้อภายในแอพ) ของแอพสโตร์

คณะกรรมาธิการยุโรปมีความเห็นในเบื้องต้นว่า เงื่อนไข IAP ในแอพสโตร์อาจเป็นการทำลายการแข่งขัน เนื่องจากทำให้นักพัฒนาไม่สามารถแจ้งให้ผู้ใช้บริการแอพของตนทราบเกี่ยวกับช่องทางการจัดจำหน่ายหรือ subscription แบบอื่นๆ ที่อาจเป็นทางเลือกด้านราคาและคุณภาพที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้บริการ แต่ต้องถูกผูกติดกับเงื่อนไขการชำระเงินและสามารถเลือกรูปแบบของการซื้อ หรือ subscription ของแอพสโตร์เท่านั้น

วันที่ 30 เม.ย.2564 ภายหลังสิ้นสุดกระบวนการสอบสวนและแสวงหาข้อเท็จจริง คณะกรรมาธิการยุโรปได้แจ้งความเห็น (Statement of Objections) ของคณะกรรมาธิการยุโรปไปยัง Apple ว่า Apple ได้ใช้อำนาจเหนือตลาดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในตลาดแอพเพื่อการบริการเช่าเพลง ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 102 TFEU ในพฤติกรรม ดังนี้

(1) เงื่อนไขให้ใช้ระบบ IAP เป็นช่องทางการจัดจำหน่ายและชำระเงินเพียงช่องทางเดียวของดิจิทัลคอนเทนท์ในแอพสโตร์ สำหรับอุปกรณ์ไอโฟนและไอแพด โดย Apple กำหนดค่าธรรมเนียมการใช้บริการร้อยละ 30 ของราคาจำหน่าย ทำให้ผู้ให้บริการบนแอพสโตร์ต้องนำราคาส่วนนี้ส่งผ่านไปยังราคาค่าบริการที่เรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ (users) ของแอพ

(2) ข้อกำหนดห้ามมิให้นักพัฒนาแจ้งถึงช่องทางอื่นๆ ในการจัดจำหน่ายนอกจากในแอพเท่านั้น ซึ่งทำให้ผู้ใช้อุปกรณ์ของ Apple ต้องจ่ายค่าบริการที่สูงขึ้นสำหรับการให้บริการ ทั้งที่สามารถซื้อหรือสมัครผ่านช่องทางภายนอก อาทิ เว็บไซต์ของผู้ให้บริการที่อาจมีราคาที่ถูกกว่า

คณะกรรมาธิการยุโรปจึงมีความเห็นเบื้องต้นตาม Statement of Objections ว่า พฤติกรรมของ Apple ดังกล่าวเป็นการทำลายการแข่งขันในตลาดการให้บริการเพลงแบบสตรีมมิ่ง โดยการเพิ่มต้นทุนให้กับคู่แข่งในตลาดดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้บริการของแอพอื่นๆ ต้องชำระราคาค่าบริการสูงขึ้น (จากอัตราบวกค่าธรรมเนียมร้อยละ 30)

อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวยังไม่เป็นที่สิ้นสุด Apple มีสิทธิตามกฎหมายในการโต้แย้งข้อกล่าวหาและความเห็นของคณะกรรมาธิการยุโรป รวมถึงนำเสนอพยานหลักฐานและขอให้มีการไต่สวนเพื่อรับฟังพยานหลักฐานอีกด้วย รวมทั้งมีสิทธิขอให้ศาลที่มีเขตอำนาจทบทวนคำสั่งในท้ายที่สุดของคณะกรรมาธิการยุโรปได้

จากข้อร้องเรียนของ Spotify และความเห็นของคณะกรรมาธิการยุโรปต่อกรณีของ Apple ครั้งนี้ อาจนำมาซึ่งการตั้งข้อสังเกตต่อรูปแบบการค้าในยุคดิจิทัลในปัจจุบันที่ต่างจากการค้าแบบเดิม และอาจนำมาซึ่งความจำเป็นในการกำหนดกฎกติกาการแข่งขันที่เป็นธรรมในอนาคต โดยเฉพาะการกำหนดบทบาทของเจ้าของหรือผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่มีลักษณะผูกขาด

ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้มีแต่ Apple เท่านั้น และการผูกขาดนั้นไม่ได้จำกัดเฉพาะอยู่ที่ความเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม แต่ยังรวมไปถึงการผูกขาดข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนกิจกรรมต่างๆ ในแพลตฟอร์มด้วย ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้สหภาพยุโรปอาจจะเป็นกลุ่มประเทศแรกที่มีกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับดูแลแพลตฟอร์มต่างๆ โดยเฉพาะ (Proposal Digital Markets Act และ Digital Service Act)

ในขณะเดียวกันระบบกฎหมายก็ต้องไม่ลืมว่า Apple เป็นผู้สร้างระบบนิเวศทางธุรกิจของแอพสโตร์ขึ้นมาด้วย ทำให้กลายเป็นตลาดดิจิทัลขนาดใหญ่ที่ทำให้เกิดธุรกรรมจำนวนมาก สร้างงานและรายได้และต่อยอดการพัฒนาให้กับบุคคลหลายกลุ่มที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับระบบนิเวศนี้ การที่ Apple หรือบริษัท หรือนักพัฒนาสามารถสร้างระบบนิเวศดังกล่าวขึ้นมาจนประสบความสำเร็จ หลักประกันต่อการแสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสมจากการลงทุนคือ แรงจูงใจที่สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและการสร้างนวัตกรรม 

ระบบกฎหมายที่ดีจึงต้องเป็นระบบกฎหมายที่เป็นธรรม คุ้มครองประโยชน์และส่วนได้เสียของทุกภาคส่วน ต้องคุ้มครองผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายเล็ก ผู้บริโภค นักพัฒนา และสามารถสร้างสมดุลแห่งการบังคับใช้กฎหมายและกฎกติกาที่เป็นธรรมได้

กรณีการใช้อำนาจเหนือตลาดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 มาตรา 50 ที่กำหนดห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดกระทำการกำหนด หรือรักษาระดับราคาซื้อ ขายสินค้า ค่าบริการอย่างไม่เป็นธรรม หรือกำหนดเงื่อนไขในลักษณะที่ไม่เป็นธรรมให้ผู้ประกอบธุรกิจอื่นซึ่งเป็นคู่ค้าของตน ต้องจำกัดการบริการหรือการจำหน่ายสินค้า เป็นต้น

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง