จัดเต็ม! 'แก๊งอรหันต์ลวงโลก' หายซ่า เจอหมายจับยาวเป็นหางว่าว ผู้เสียหายแห่แจ้งตร.

จัดเต็ม! 'แก๊งอรหันต์ลวงโลก' หายซ่า เจอหมายจับยาวเป็นหางว่าว ผู้เสียหายแห่แจ้งตร.
1 พฤษภาคม 2564
743

จัดการเต็มเหนี่ยว! "แก๊งอรหันต์ลวงโลก" หายซ่า เจอหมายจับยาวเป็นหางว่าว ผู้เสียหายแห่แจ้งความแตะ 500 ราย ยอดตุ๋นเงินทะลุ 25 ล้านบาท

ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี "แก๊งอรหันต์ลวงโลก" จากเหตุนางสาวอิสรีย์ อินทร์ไชยา อายุ 49 ปีหรืออู๋ อวดอุตริอ้างเป็นพระยาธรรมมิกราช ตั้งตนเป็นภิกษุณีเจ้าสำนักสถานปฏิบัติธรรมวิปัสสนา พระพุทธสิกขี ตั้งอยู่เลขที่ 210 หมู่ 1 บ้านดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม

โดยตำรวจได้นำหมายศาลจังหวัดนครพนม เข้าจับกุมฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา พร้อมขยายผลจับกุมสาวกที่โกนหัวแต่งกายคล้ายแม่ชี ทำหน้าที่นายหน้าหาลูกค้าซื้อกองทุนผ้าป่าแบบคืนกำไรคล้ายแชร์ลูกโซ่อีก 5 ราย

ประกอบด้วย 1.นางดรุณี อายุ 45 ปี หรือแม่ชีทองพูนหรือพี่พอลลี่ 2.นางสาวไพลิน อายุ 31 ปี หรือแม่ชีการ์ตูนหรือน้องน้ำตาล 3.นางสาวมะลิวัลย์ อายุ 28 ปี หรือแม่ชีกาเต้ และ 4.นางกิติยา อายุ 46 ปี อาชีพเป็นครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอปลาปาก จ.นครพนม รวม 5 คน

ก่อนหน้าที่ตำรวจจะเข้าทลายแก๊งแม่ชีลวงโลกนี้ วันที่ 20 เมษายน 2564 มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.กุตาไก้ อ.ปลาปาก จ.นครพนม กล่าวหาว่านางสาวอิสรีย์พร้อมสาวกร่วมกันหลอกลวงให้ลงทุนสะสมบุญในรูปแบบผ้าป่าเงินสดและผ้าป่าทองคำ ทำให้มีคนหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ในพื้นที่ ต.กุตาไก้ มีนางเพลิน (นามสมมติ) คนในพื้นที่เป็นนายหน้าเข้าไปหาเหยื่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวนางเพลินมาสอบสวนปากคำ พร้อมเปิดปากซัดทอดถึงขบวนการดังกล่าวว่ามีใครบ้าง จึงเป็นที่มาของการขอหมายจับแก๊งอรหันต์ลวงโลกในที่สุด โดยนางเพลินให้การเป็นประโยชน์เจ้าหน้าที่จึงไม่คัดค้านการประกันตัว

ล่าสุด วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า การสอบสวนคืบหน้าไปมาก ตอนนี้ได้ขอ Statement จากธนาคาร เพื่อตรวจสอบการเดินบัญชีของผู้ต้องหาว่ามีการโยกย้ายถ่ายเทไปให้ใครบ้าง

ส่วนหนึ่งผู้เสียหายนำเงินสดมอบให้กลุ่มสาวก อาทิ แม่ชีทองพูนหรือแม่ชีการ์ตูน บางรายก็โอนเข้าบัญชีของเจ้าสำนัก ในตู้เซฟที่ยึดมาจากอาศรมของเจ้าสำนัก ภายในพบเงินสด 4 หมื่นบาทกับโฉนดที่ดิน 3 ฉบับ และสมุดบัญชีธนาคาร

ผบก.ภ.จว.นครพนม กล่าวถึงการขอหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มประมาณ 3 รายนั้น ว่า เป็นการกล่าวหาของผู้เสียหายที่ไปแจ้งความแต่ละสถานีตำรวจ ได้แก่ 1.สภ.กุตาไก้ 2.สภ.ปลาปาก และ 3.สภ.ท่าอุเทน โดยให้การเชื่อมโยงระหว่างนางสาวอิสรีย์กับแม่ชีทองพูนและแม่ชีการ์ตูนรวม 3 คน ซึ่งอาจจะขอหมายจับผู้ต้องหาทั้งสามเพิ่มอีกหลายสำนวน

ในขณะนี้ศาลท่านไม่อนุญาตให้ผู้ต้องหาประกันตัว ก็คงไม่ต้องขอหมายจับ เพียงสรุปสำนวนยื่นขออายัดตัวไว้สอบสวนข้อเท็จจริง เท่าที่ผู้เสียหายให้รายละเอียดมีตัวละครอยู่ประมาณนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนขณะนี้จำนวน 490 ราย มูลค่าความเสียหายราว 25 ล้านบาท

ผู้เสียหายชื่อนางคำพา (นามสมมติ) ชาวบ้าน ต.รามราช อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า มีแม่ชีทองพูนเข้ามาชักชวนซื้อผ้าป่าทองคำกองละ 3,000 บาท จึงลงทุนซื้อจำนวน 1 กอง ปรากฏว่าก็ได้ผลตอบแทนเป็นทองคำหนัก 1 สลึงจริง จึงเกิดความโลภลงทุนซื้อเพิ่มรวม 4 กองเป็นเงิน 12,000 บาท คราวนี้ไม่ได้รับทองคำเหมือนครั้งแรก

สอบถามก็อ้างว่าเจ้าสำนักกำลังวิปัสสนากรรมฐานแผ่บุญให้ชาวบ้านอยู่ เลยชักชวนเพื่อนบ้านไปสำนักดังกล่าว เป็นจังหวะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ามาจับกุมตัวแม่ชีทองพูนพอดี จึงรู้ว่าถูกหลอกและได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าอุเทน รวมผู้เสียหายในหมู่บ้านตนประมาณ 30 ราย เมื่อถามว่าหวังจะได้เงินคืนไหมนางคำพาตอบคงยากเพราะผู้เสียหายเยอะขนาดนี้เจ้าสำนักจะเอาเงินที่ไหนมาให้

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง