คิดจะ 'กู้เงิน' สักก้อน ต้องคำนึงถึงอะไร?

คิดจะ 'กู้เงิน' สักก้อน ต้องคำนึงถึงอะไร?
11 เมษายน 2564
1,791

เรื่องน่ารู้ก่อนคิดจะ 'กู้เงิน' สักก้อนในสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ที่หลายคนอยู่ในภาวะขาดสภาพคล่อง เราต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง? พร้อมเปิดวิธีคิดดอกเบี้ย และระยะเวลาการกู้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ออกบทความในประเด็น "คิดกู้เงินสักก้อน ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง" ไว้อย่างน่าสนใจ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 เกิดในประเทศที่ลากยาวข้ามมาในปีนี้ อาจทำให้ประชาชนบางกลุ่มมีความจำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้มาช่วยบรรเทาปัญหาการขาดสภาพคล่อง แต่ก่อนที่จะเริ่มกู้ เรื่องสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจกันก่อน เพื่อเป็นประโยชน์ในเปรียบเทียบภาระดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นกับเงินกู้นั้นๆ ก็คือ วิธีคิดดอกเบี้ย และระยะเวลาการกู้

ในเรื่องวิธีคิดดอกเบี้ยนั้น หลักๆ แล้ว จะมี 2 วิธีด้วยกันก็คือ 1.วิธีคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ และ 2.วิธีคิดแบบลดต้นลดดอก

1.การคิดดอกเบี้ยแบบคงที่

จะเป็นมีการคำนวณภาระดอกเบี้ยที่ผู้กู้ต้องจ่ายตั้งแต่วันเริ่มทำสัญญาสินเชื่อ โดยดอกเบี้ยจะคิดบนยอดสินเชื่อที่เกิดขึ้นตลอดอายุสัญญาสินเชื่อนั้น และจะถูกนำไปเฉลี่ยเป็นภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน เช่นเดียวกับยอดสินเชื่อที่จะถูกเฉลี่ยเป็นงวดๆ ซึ่งที่ผู้กู้จะต้องทยอยคืนให้กับผู้ให้บริการเงินกู้ด้วยเช่นกัน

2.การคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก

มีความซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย แต่โดยหลักการแล้ว การคิดดอกเบี้ยวิธีนี้จะเอื้อประโยชน์ต่อลูกหนี้ที่มีวินัยในการผ่อนชำระ เพราะหากมีการชำระคืนอย่างสม่ำเสมอ เงินต้นที่ลดลงหลังการผ่อนชำระในแต่ละงวดก็จะส่งผลทำให้ดอกเบี้ยที่คำนวณบนเงินต้นคงเหลือสำหรับการผ่อนในงวดถัดไปลดลงตาม

สมมติว่า ผู้กู้ต้องการกู้เงินก้อนหนึ่งประมาณ 12,000 บาท อัตราดอกเบี้ยที่ 24% ระยะเวลาผ่อน 6 เดือน ซึ่งตามตัวอย่างด้านล่างจะพบว่า โดยเปรียบเทียบแล้ว แม้ยอดสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย และจำนวนงวดผ่อนจะเท่ากัน แต่หากสัญญาสินเชื่อนั้นๆ คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ก็จะทำให้ภาระผ่อนต่อเดือน รวมถึงดอกเบี้ยทั้งหมดที่จะต้องจ่าย รวมๆ แล้วจะต่ำลงกว่าสินเชื่อที่คิดดอกเบี้ยแบบคงที่

161812275473

ในชีวิตจริง ผู้กู้อาจทำได้แค่เพียงเปรียบเทียบสัญญาสินเชื่อของแต่ละแห่งตามที่ผู้ให้บริการสินเชื่อนำเสนอมา แต่หากมองในมุมของผู้ปล่อยกู้แล้ว ผู้ปล่อยกู้แต่ละรายอาจเผชิญข้อจำกัดด้านต้นทุน ความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการ และเงื่อนไขอื่นๆ ที่ทำให้ไม่สามารถนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้กู้ได้

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ผู้กู้มีสิทธิ์ที่จะเลือกเองได้ ก็คือ จำนวนงวดการผ่อน ซึ่งคงไม่มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงินของผู้กู้เอง ถ้าเลือกจำนวนงวดผ่อนน้อย ดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายก็น้อยลง แต่ภาระต่อเดือนก็จะสูง ในทางกลับกัน หากเลือกจำนวนงวดผ่อนยาวขึ้น ภาระต่อเดือนก็จะน้อยลง แต่รวมๆ แล้วดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายก็เยอะขึ้นตามระยะเวลาที่นานขึ้น

สุดท้ายแล้ว นอกจากผู้กู้จะต้องทำความเข้าใจกับวิธีการคำนวณดอกเบี้ยของผู้ให้บริการสินเชื่อแล้ว ผู้กู้อาจจะต้องตรวจสอบสถานะทางการเงินของตัวเองด้วยว่า หากหักภาระผ่อนชำระหนี้ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในแต่ละเดือนแล้ว เรามีรายได้ส่วนที่เหลือสำหรับการเก็บออมด้วยหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อเลี่ยงสภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว และเพื่อเป็นการเตรียมเงินออมเผื่อกรณีฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในวันข้างหน้า

ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง