อิตาเลียนไทยลุยไฮสปีด ตอกเสาเข็มงานโยธาปีนี้

อิตาเลียนไทยลุยไฮสปีด ตอกเสาเข็มงานโยธาปีนี้
31 มีนาคม 2564
1,632

“อิตาเลียนไทย” มั่นใจปีนี้เริ่มตอกเสาเข็มงานโยธาไฮสปีดเทรนเชื่อมสามสนามบิน ช่วงสุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา มูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท ดันงานในมือพุ่งเกิน 1 แสนล้าน พลิกทำกำไร ด้าน ครม.ไฟเขียวเพิ่มงบเวนคืนที่ดิน 2,170 ล้านบาท

นายสุเมธ สุรบถโสภณ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) โดยระบุว่า อิตาเลียนไทยในฐานะพันธมิตรกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือกลุ่มซีพี คู่สัญญาในโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อมสามสนามบิน คาดว่าภายในปีนี้โครงการดังกล่าวจะเริ่มงานก่อสร้างได้ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

 

“อิตาเลียนไทยเป็นพันธมิตรส่วนงานก่อสร้าง เรารับเหมางานโยธาโครงการนี้ คาดว่าในปีนี้จะเริ่มงานก่อสร้างได้ในส่วนของช่วงสุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา มูลค่างานกว่า 8 หมื่นล้านบาท จะทำให้งานในมือ(Backlog) เกิน 1 แสนล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้ในปีนี้เกิน 7 หมื่นล้านบาท กลับมาทำกำไร”

 

ขณะเดียวกัน ในปีนี้บริษัทฯ ยังเตรียมร่วมประมูลงานโยธาโครงการไฮสปีดเทรนไทย - จีน ในสัญญา 4 – 1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ซึ่งเป็นช่วงที่มีแนวเส้นทางทับซ้อนกับไฮสปีดเทรนเชื่อมสามสนามบิน อีกทั้งยังเข้าร่วมประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เป็นคู่สัญญาก่อสร้างไฮสปีดเทรนไทย - จีน รวม 2 สัญญาแล้ว คือ สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด ระยะทาง 37.45 กม. วงเงิน 9,848 ล้านบาท ปัจจุบันเข้าพื้นที่เตรียมงานก่อสร้าง และการลงนามครั้งนี้ในสัญญา 4 – 4 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย

ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบในหลักการปรับเพิ่มกรอบงบประมาณเวนคืนที่ดินในโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อมสามสนามบิน ขยายกรอบวงเงินค่าจัดกรรมสิทธิ์และสำรวจอสังหาริมทรัพย์ กรณีเวนคืนตามสัญญาร่วมลงทุน วงเงิน 2,170 ล้านบาท ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ตามที่มีการนำเสนอ

 

โดย ครม.ยังสั่งการให้พิจารณาราคาที่เป็นจริง ไม่ใช่ราคาตลาด เพื่อป้องกันปัญหาการเวนคืน ส่วนงบประมาณในการเวนคืนที่ดินนั้น ให้เป็นอำนาจของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) พิจารณางบประมาณ หากไม่เพียงพอให้หารือร่วมกับสำนักงบประมาณ และเร่งรัดให้มีการส่งมอบพื้นที่เริ่มงานก่อสร้างโครงการตามแผน คือ ส่งมอบส่วนแรกช่วงสุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา ภายใน ต.ค.นี้

 

รายงานข่าวจาก สกพอ. ระบุว่า สาเหตุที่ต้องมีการเสนอขอปรับเพิ่มวงเงินเวนคืนดังกล่าว เนื่องจากภายหลังลงสำรวจพื้นที่แล้ว พบว่าพื้นที่ที่จะเวนคืน มีราคาตลาดเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงในบางพื้นที่จะต้องมีการขยายเขตทางเพิ่มเติม ซึ่งกรอบวงเงินที่ขอรับจัดสรรเพิ่ม 2,170 ล้านบาทนั้น จะแบ่งเป็น

 

1.งบจำเป็นเร่งด่วน ขอรับจากงบกลางปี 2564 วงเงิน 607.56 ล้านบาท และ 2. ขอรับงบประมาณประจำปี 2565 วงเงิน 1,562.59 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าเวนคืน ช่วงพญาไท-ดอนเมือง วงเงิน 792.11 ล้านบาท และค่าเผื่ออุทธรณ์ ช่วงสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา วงเงิน 770.48 ล้านบาท

 

ส่วนการทำสัญญาหลังประกาศค่าทดแทนมีพื้นที่รวม 920 ไร่ ได้มีการดำเนินการไปแล้ว 78% และจะเร่งให้เสร็จภายในต้นเดือน ก.ย. 2564 ซึ่งหากไม่มาทำสัญญา ร.ฟ.ท.จะออกประกาศครอบครองและวางทรัพย์ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 เพื่อให้เกิดการครอบครองต่อไป โดยขณะนี้คาดว่าจะเร่งสรุปรายชื่อผู้ที่จะต้องทำสัญญาทั้งหมดให้จบภายในเดือน มิ.ย. 2564 จากนั้นจะดำเนินการทำสัญญาแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: