'เสก โลโซ' นอนคุก! ศาลไม่อนุญาตฎีกา ยึดคำสั่งอุทธรณ์ จำคุก 2 ปี 18 เดือน เสพยา-ขัดขืนการจับกุม

'เสก โลโซ' นอนคุก! ศาลไม่อนุญาตฎีกา ยึดคำสั่งอุทธรณ์ จำคุก 2 ปี 18 เดือน เสพยา-ขัดขืนการจับกุม
25 มีนาคม 2564
15,030

ศาลฎีกาไม่รับพิจารณาคดี "เสก โลโซ" เสพยาไอซ์ ขัดขืนการจับกุมเจ้าหน้าที่ ลงโทษจำคุกไม่รอลงอาญาตามพิพากษาศาลอุทธรณ์ 2 ปี 18 เดือน ทำให้ต้องนอนเรือนจำทันที

เวลา 09.00น. เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2564 ศาลอาญามีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ ศาลนัดฟังคำสั่งศาลฎีกา คดีดำ อ.1662/61 ที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ อายุ 47 ปี ร็อกเกอร์ ชื่อดัง เป็นจำเลย ฐานเสพยาเสพติด (ไอซ์)โดยฝ่าฝืนกฎหมาย และข้อหาอื่น เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค.61โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำคุกตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 1 ปี รับสารภาพลดโทษเหลือ 6 เดือน ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยขู่เข็ญว่าจะประทุษร้ายโดยมีอาวุธปืน ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน และฐานเสพยาฯ จำคุกอีก 6 เดือน รวมจำคุกคดีนี้ทั้งสิ้นเป็นเวลา 1 ปี 18 เดือน และให้บวกโทษของศาลอาญาคดีทำร้ายร่างกายสาวคนสนิทของอดีตภรรยาอีก 1 ปี 3 เดือน เป็นจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 2 ปี 21 เดือนโดยศาลไม่รอการลงโทษเเม้ว่าจำเลย อ้างป่วยเป็นโรคไบโพล่าขณะกระทำผิด

เนื่่องจากเห็นว่าจากพฤติการณ์การสื่อสารกับเจ้าหน้าที่พบว่าจำเลยรู้ผิดชอบดี จึงไม่อาจอ้าวภาวะป่วยดังกล่าวได้ การกระทำของจำเลยนั้นไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งศาลเคยให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดีในการรอลงอาญาคดีอื่นไว้แล้วแต่จำเลยยังมากระทำผิดซ้ำในช่วงเวลารอลงอาญาอีก จึงไม่สมควรให้รอลงอาญาและให้นับโทษจำเลยต่อจากคดี พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วย

จากนั้นศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่าฐานมีอาวุธปืนซึ่งเป็นของผู้อื่นที่ได้รับใบอนุญาตให้มี และใช้ตามกฎหมาย และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 5 เดือนลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือนเมื่อรวมกับโทษฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นจำคุก 1ปี15 เดือน บวกโทษจำคุก 1ปี3 เดือนที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ3705/2559ของศาลอาญาเข้ากับโทษของจำเลย ในคดีนี้เป็นจำคุก 2 ปี 18 เดือน ยกคำขอให้

นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 971 / 2561 ของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช
เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5ปีต้องห้ามไม่ให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่คู่ความสามารถฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้หากผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณา หรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด และอนุญาตให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 221
เมื่อจำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาอนุญาตให้ฎีกา ศาลอาญามีนบุรีดำเนินการส่งสำนวนให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาเพื่อพิจารณาอนุญาตให้จำเลยฎีกาแล้ว

ปรากฏว่าผู้พิพากษาทั้งหมดพิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดจึงไม่อนุญาตให้ฎีกา
ในปัญหาข้อเท็จจริงศาลอาญามีนบุรีจึงอ่านคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาให้จำเลยฟังและมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย
ดังนั้นจำเลยจึงต้องรับโทษตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง