ครม. ไฟเขียวเสนอ 'ต้มยำกุ้ง' ขึ้นทะเบียน 'ยูเนสโก' เป็นมรดกวัฒนธรรม

ครม. ไฟเขียวเสนอ 'ต้มยำกุ้ง' ขึ้นทะเบียน 'ยูเนสโก' เป็นมรดกวัฒนธรรม
23 มีนาคม 2564 | โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
342

คนไทยเฮ! ครม. เห็นชอบให้กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ "ต้มยำกุ้ง" ขึ้นทะเบียนกับ "ยูเนสโก" เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

วันนี้ (23มี.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบให้กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ "ต้มยำกุ้ง" (TomyumKung) ยื่นขึ้นทะเบียนกับ "ยูเนสโก" ให้เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

โดยที่ผ่านมาประเทศไทยมีมรดกภูมิปัญญาฯ ได้รับการขึ้นทะเบียนของ "ยูเนสโก" แล้ว 2 รายการ คือ "โขน" และ "นวดไทย" ไปเมื่อปี พ.ศ. 2561 และ พ.ศ. 2562 โดยมีรายการ "โนรา" และ "สงกรานต์ในประเทศไทย" ที่เสนอไปแล้ว และอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของยูเนสโก 

ล่าสุด.. สำหรับปี 2564 นี้ ประเทศไทยจะได้เสนอรายการ "ต้มยำกุ้ง" เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโกเป็นลำดับต่อไป

นายอิทธิพล เปิดเผยว่า วธ.โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เห็นความสำคัญของต้มยำกุ้งอาหารประจำชาติที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ด้วยเป็นอาหารที่มีคุณค่าสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชุมชนเกษตรกรรมริมแม่น้ำลำคลองในภาคกลางของไทย ที่มีวัฒนธรรมการบริโภคอาหารอย่างเรียบง่ายพึ่งพิงธรรมชาติและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

อีกทั้ง คนไทยมีการสืบทอดการทำต้มยำกุ้งในครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง มีผู้ประกอบวิชาชีพด้านอาหาร ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศบุคคล หน่วยงานต่างๆ ที่เป็นเจ้าขององค์ความรู้ ซึ่งภูมิปัญญาการทำต้มยำกุ้งนอกจากจะมีการสืบทอดอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังแพร่กระจายไปยังภูมิภาคอื่น ๆ อย่างกว้างขวาง ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์สูตรต้มยำกุ้งที่แปลกใหม่มากมาย ที่ตอบสนองต่อสภาพทางภูมิศาสตร์ วิถีชีวิตและรสนิยมทางอาหารที่แตกต่างกันไปของคนกลุ่มต่างๆ

การเสนอต้มยำกุ้ง เพื่อขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมฯของมนุษยชาติกับยูเนสโก นอกจากจะสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยแล้ว ยังกระตุ้นให้ตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณค่าในมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของตน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ในความหลากหลายของอาหารไทย สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่ออาหารของไทยในระดับนานาชาติ

ทั้งยังสร้างโอกาสทางการตลาดให้ธุรกิจอาหารไทย เกิดการสร้างงานและรายได้ให้แก่ผู้ผลิตวัตถุดิบ อันได้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรผู้ส่งออก และผู้ประกอบการร้านอาหารไทย ทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย

รมว.วธ. กล่าวต่อว่า สิ่งที่ประเทศไทยต้องดำเนินการหากต้มยำกุ้งได้รับการขึ้นทะเบียนคือการจัดทำรายงานสถานะปัจจุบันของมรดกวัฒนธรรมฯ ที่แสดงถึงผลสำเร็จ ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการสงวนรักษา และดำเนินการตามมาตรการการสงวนรักษาต้มยำกุ้งอย่างเคร่งครัด

เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและความมั่นคงด้านอาหารและส่งเสริมการศึกษาวิจัยการพัฒนานวัตกรรมอันเกี่ยวกับภูมิปัญญา ด้านอาหารทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบ เช่น เทคโนโลยีและนวัตกรรมเกี่ยวกับการถนอมอาหารคุณภาพของวัตถุดิบและการรักษาความสดใหม่และคุณค่าทางโภชนาการ

รวมถึงการส่งเสริมการตลาดเพื่อเพิ่มความต้องการการบริโภคอาหารไทยให้ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างกว้างขวาง อันจะส่งผลดีอุตสาหกรรมอาหาร ธุรกิจการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศไทย

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง