อสังหาริมทรัพย์

วีไอพีฯมั่นใจศักยภาพภูเก็ตเล็งขยับลงทุนปี65รอจังหวะตลาดฟื้นลุยเฟส3คอนโด300ยูนิต-วิลล่า100หลัง

วีไอพี พร็อพเพอร์ตี้ เผยพิษโควิดฉุดยอดขายโครงการคอนโดเทล -พูลวิลล่าวูบเหลือเดือนละ 1 ห้อง จากปกติ 10-20 ห้อง คาดกัดฟันอีก 1-2 ปี สถานการณ์คลี่คลาย ดันราคาพุ่งอีกรอบ เล็งปี 65 ขยับลงทุนเฟส 3 เตรียมดีไซน์ 2 โปรเจค “เชิงทะเล-หาดไม้ขาว” รับตลาดฟื้น

นายอมรชัย แซ่ฮวง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วีไอพี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงทิศทางธุรกิจว่า ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะช่วง 1-2 ปีจากนี้ที่ตลาดน่าจะยังชะลอตัว แต่เชื่อว่ามีแนวโน้มฟื้นตัวในอนาคต ซึ่งจะมีการพิจารณาขยายการลงทุนโครงการอสังหาฯ ต่อเนื่องในภูเก็ต จากโครงการแรก แกรนด์กะตะวีไอพี หาดกะตะ ตามด้วย โครงการ วีไอพี เมอร์คิวรี่ คอนโดมิเนียม เปิดตัวเมื่อกลางปี 2560

“วีไอพี เมอร์คิวรี่” เป็นโครงการที่ 2 มีพื้นที่ 66 ไร่ ใกล้หาดราไวย์ แบ่งการพัฒนาเป็น 3 เฟส มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท แต่ละเฟสมีมูลค่า 2,000 ล้านบาท โดยเฟสแรก สร้างบนพื้นที่ 10 ไร่ครึ่ง เป็นคอนโด 8 อาคาร รวม 516 ห้อง ขายไปแล้ว 70% ในรูปแบบของ “คอนโดเทล” ที่สามารถปล่อยเช่าระยะสั้นรายวันหรือรายสัปดาห์ได้ โดยร่วมกับเชนวินแดม (WYNDHAM) ภายใต้ชื่อโรงแรมลา วิต้า ภูเก็ต (La Vita Phuket)

เฟส2 เป็นโครงการ พูล วิลล่า จำนวน 114 หลัง ราคาเริ่มต้น 18-25 ล้านบาท บนพื้นที่ 30 ไร่ ปัจจุบันขายไปแล้วกว่า 30% จะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2564 โครงการจะแล้วเสร็จใน 2 ปีข้างหน้าพร้อมส่งมอบ

สำหรับเฟส 3 จะสร้างบนพื้นที่กว่า 16 ไร่ที่เหลือเป็นคอนโด 300 ยูนิต และวิลล่า 100 หลัง แต่ขณะนี้รอดูสถานการณ์ก่อน คาดว่า จะสามารถเริ่มดำเนินการได้เร็วสุดในปี 2565 หรือปี 2566

วินแดม ลาวิต้า ภูเก็ต สร้างขึ้นมาเพื่อบริหารโครงการในรูปแบบคอนโดเทล ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่นักลงทุน ด้วยการให้ผลตอบแทนจากการเช่า 6% ใน 2 ปี และมาใช้ห้องได้ไม่เกิน 30 วัน ทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ได้รับบริการในโรงแรมระดับห้าดาว คาดว่าจะส่งมอบได้ในเดือน มิ.ย.ปีนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่ 80% เป็นคนจีน จาก ปักกิ่ง เฉิงตู เซิ่นเจิ้น รองลงมาเป็นคนยุโรป รัสเซีย 20% เหลืออยู่ 20% ราว 120 ห้อง ราคาเฉลี่ยตารางเมตรละ 1 แสนบาท ราคาเริ่มต้น 2.9 ล้านบาท ในขนาด 28 ตารางเมตร กลุ่มลูกค้ามีอายุ 30-40 ปี

"แนวโน้มความต้องการโครงการ พูล วิลล่า ชาวต่างชาติ พบว่านิยมเพิ่มขึ้นในรูปแบบของลีสโฮลด์ที่มีระยะเวลาการเช่า 30 ปี ส่วนหนึ่งเกิดจากวิกฤติโควิด ซึ่งยอดขายลดลงเหลือเดือนละ 1 ห้อง จากปกติเดือนละ 10-20 ห้อง แต่อสังหาฯ ในภูเก็ตยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ต้องอดทนไปอีก 1-2 ปี เมื่อโควิดหายไปราคาขึ้นแน่นอน”

ทั้งนี้ จุดเด่นของโครงการในเฟสแรกให้ความสำคัญสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ยาว 800 เมตร ตอบโจทย์ลูกค้าชาวจีน ที่ชื่นชอบสระว่ายน้ำสามารถมองเห็นวิวทะเล ด้านอ่าวฉลอง หาดราไวย์ และอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว เช่น แหลมพรหมเทพ จุดชมพระอาทิตย์ตกดิน

นายอมรชัย ระบุว่า การใช้แบรนด์โรงแรมระดับโลกเข้ามาบริหารและเป็นจุดขาย ทำให้ลูกค้าชาวจีนสนใจ สะท้อนว่า “Hotel Residence” เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาฯ ที่ดี แต่อาจไม่เพียงพอในภาวะการแข่งขันรุนแรง และเศรษฐกิจชะลอตัว ดังนั้น การการันตีผลตอบแทนจากการเช่า จึงเป็นแรงเสริมที่เข้ามาช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุน หรือผู้ซื้อที่ต้องการผลตอบแทนจากการลงทุน ทำให้ช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ยอดขายยังคงมีอยู่แต่อาจไม่หวือหวา

“ลูกค้าส่วนใหญ่มีความต้องการซื้ออสังหาฯ ในภูเก็ต อยู่แล้ว เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วง 5 ปีหลัง คนจีนนิยมซื้ออสังหาฯ ในไทยเพิ่มขึ้น”

ในอนาคตบริษัทมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ พร้อมแผนลงทุนเพิ่ม 2 โครงการ โดยมีที่ดินย่าน "เชิงทะเล" 41 ไร่ และหาดไม้ขาว 81 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบโครงการ