เปิดใจฟัง Clubhouse แล้วเราจะได้อะไรหลายอย่าง

เปิดใจฟัง Clubhouse แล้วเราจะได้อะไรหลายอย่าง
9 มีนาคม 2564 | โดย เอกพงษ์ หริ่มเจริญ, ผู้อำนวยการกองกิจการอวกาศแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
1,034

“Clubhouse” แพลตฟอร์มมาแรงที่ทลายกรอบการสนทนาแบบสามารถเข้าถึงตัวจริงเสียงจริงของแวดวงต่างๆ ในข้อดีมีข้อเสีย ในข้อเสียมีข้อดี ที่เมื่อเปิดใจฟัง กลั่นกรองแล้ว เราจะได้อะไรไม่น้อยเลย

ตลอดเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Platform ที่มาแรง มาเร็ว มาไว ที่สุดในโลกยุค Digital ในประเทศไทยคงไม่พ้น Clubhouse ซึ่งเป็น Platform ที่เน้นการใช้งานไปในเรื่องของ voice คือการพูดคุยเป็นหลัก เสมือนเป็นศูนย์การประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ ที่เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ แสดงความคิดเห็นร่วมกันได้

หลังจากที่ Downlioad โปรแกรมและเป็นสมาชิก Clubhouse แล้ว ก็สามารถเข้าไปเลือกดูหัวข้อสนทนาในห้องต่าง ๆ ที่อยู่ใน Clubhouse ได้เลย สนใจหัวข้อไหนก็เข้าไปห้องนั้นครับ โดยในแต่ละห้องจะมีบุคคลอยู่ 2 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่

กลุ่ม 1 ผู้ควบคุม (Moderator) เป็นคนที่ตั้งหัวข้อสนทนาและสร้างห้องขึ้นมา คนเหล่านี้จะมีหน้าที่และเปิดปิดไมค์ให้ทุกคนในห้อง กลุ่มต่อมา

กลุ่ม 2 ผู้พูด (Guest Speaker) หรือ ผู้ฟัง (Listener) กลุ่มนี้คือทุกคนที่เข้ามาอยู่ในห้อง โดยทุกคนจะเข้ามาเป็นผู้ฟังก่อน ถ้าหากสนใจจะพูดหรือแชร์อะไรก็สามารถกดปุ่มยกมือที่มีอยู่แล้วผู้ควบคุมก็จะเปิดไมค์อนุญาตให้เป็นผู้พูดได้ แต่ก็มีหลายๆครั้งที่ผู้ควบคุมเห็นคนที่เข้ามาฟังเป็นบุคคลที่น่าจะมีความรู้ก็สามารถจะเชิญขึ้นเวทีมาพูดได้เช่นเดียวกัน

  • ที่มาของความดังชั่วข้ามคืน

Clubhouse เป็น Platform ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปี 2020 แต่มาดังจริงๆ ก็ตอนที่มีข่าวว่า นาย Elon Musk (อีลอน มัสก์) คนดังแห่งค่าย SpaceX ได้ใช้ Clubhouse ในการพูดคุยกับนาย Vladimir Tenev (วลาดิเมีย เทเนฟ) หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Platform ที่ชื่อว่า Robinhood เกี่ยวกับการปั่นหุ้น Gamestop ที่นักลงทุนรายย่อยรวมตัวกันสร้างปรากฏการณ์ปั่นราคาหุ้นของ Gamestop จนราคาพุ่งสูงขึ้นจนทำให้ขาใหญ่ระดับกองทุนขนาดใหญ่ที่มีผู้บริหารมืออาชีพไม่ทันได้ตั้งตัวและประเมินสถานการณ์ผิดจนต้องสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นชื่อชั้นของคู่สนทนาและเรื่องราวของหุ้นล้มยักษ์แบบ Gamestop ส่งผลให้ชื่อเสียงของ Clubhouse ดังขึ้นมาในชั่วข้ามคืน ในทำนองที่ว่าเป็น Club ที่ระดับเทพ คนดังในวงการต่างๆ มาใช้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และก็เป็นเวทีที่คนธรรมดาที่สนใจสามารถจะไปจับจองนั่งฟังหรือพูดคุยกับบรรดาคนดังในวงการต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่มีแม้กระทั่งค่าใช้จ่าย

และด้วยกฎเกณฑ์ที่ Clubhouse วางไว้ตั้งแต่ต้นว่าห้ามใครอัดเสียงหรือนำเสียงสนทนาใน Clubhouse ไปเผยแพร่หรือทำซ้ำ ยิ่งทำให้ Clubhouse กลายเป็นเวทีที่เปิดกว้างให้กับนักคิด นักสนทนา ผู้รู้หรือผู้ต้องการแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนกันอย่างเสรี จึงไม่น่าแปลกใจที่ Clubhouse มีผู้ลงทะเบียนเป็นสมาชิกในประเทศไทยสูงกว่าทุกประเทศในโลกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

  • ได้อะไรจากการฟัง Clubhouse

ตามชื่อเรื่องในวันนี้นะครับ “เปิดใจฟัง Clubhouse แล้วเราจะได้อะไรหลายๆ อย่างดังนั้นก่อนอื่นในการเข้าไปฟัง Clubhouse ของแต่ละคนผมคิดว่าเราต้องเริ่มจากการเปิดใจก่อนครับ เปิดใจที่จะเรียนรู้ รับฟัง แลกเปลี่ยน ยอมรับในข้อมูลและความเห็นที่แตกต่าง เปิดใจแล้วเราก็เลือกที่จะเข้าไปฟังในห้องที่เป็นหัวข้อสนทนาที่เราสนใจ

จากการติดตาม Clubhouse ในช่วงที่ผ่านมา ผมยอมรับว่า Clubhouse เป็นแหล่งรวมของผู้รู้ ผู้ใฝ่รู้ ผู้มีประสบการณ์อย่างแท้จริง มีการแลกเปลี่ยนแบบตรงไปตรงมา สุภาพ มีอารยะ ผู้ที่เข้าไปเป็นสมาชิก Clubhouse ในเมืองไทยส่วนใหญ่ก็จะเป็นเด็กวัยรุ่น นักเรียน นิสิต นักศึกษา คนหนุ่มสาววัยทำงาน นักวิชาการ นักการศึกษา นักกิจกรรม จนถึงผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในสาขาอาชีพที่ตรงกับชื่อของห้องอย่างแท้จริง ร้อยละ 90 ของห้องที่ตั้งขึ้นก็จะเป็นห้องที่พูดคุยเกี่ยวกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ เรื่อง Digital เรื่องการทำธุรกิจ Startup เรื่อง Tech เรื่องการลงทุน หุ้น เศรษฐกิจ การเมือง เรื่องอื่นๆ ตามกระแสเปลี่ยนแปลงของโลก และยุคสมัย น่าสนใจมากครับ หลายๆ ห้องได้ฟังเสียงกูรูตัวจริงแชร์ประสบการณ์และตอบคำถามแบบชัดเจน ผู้คนที่เข้ามาแลกเปลี่ยนหรือถามคำถามก็จัดได้ว่าของจริงมีความรู้พื้นฐาน ทำการบ้านมาดี

การสนทนาใน Clubhouse ให้ความรู้สึกที่เป็นกันเองและสดมาก อาจจะเป็นเพราะเป็นการนำเสนอทางเสียงแบบสดๆ เหมือนเล่าเรื่องราวให้เพื่อนๆ ฟัง ไม่เครียดเหมือนขึ้นไปยืนบนเวที ถือไมค์ ไฟส่องหน้า ไม่วอกแวกจากสายตาคนดู ไม่ต้องห่วงเรื่องการแต่งตัว จัดระเบียบร่างกาย สมาธิจึงไปทุ่มอยู่กับการนำเสนอเนื้อหาสาระอย่างเต็มที่ คำถามที่ถามก็ถามได้เต็มที่เมื่อบรรยากาศดูเป็นกันเอง การนำเสนอความคิดเห็น การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็เกิดขึ้นแบบสดๆ คนถามก็กล้าถาม อาจจะเป็นเพราะไม่เห็นหน้าไม่เห็นตัว คนพูดก็พูดแบบที่ตนเองมีประสบการณ์จริงๆ ส่วนคนไหนที่ไม่เห็นด้วยก็จะนำเสนอประเด็นของตนเองขึ้นมาพร้อมเหตุผลประกอบ คนที่เข้ามาฟังก็ใช้วิจารณญาณเลือกเอาเองครับว่าชุดข้อมูลไหนจริง เรื่องราวไหนใกล้เคียงกับสถานการณ์หรือแนวทางที่คนฟังเห็นสมควร เก็บไปต่อยอดทำประโยชน์ได้ ใน Clubhouse ทุกคนมีสิทธิ์ได้พูด มีสิทธิ์ยกมือขอและทุกคนมีสิทธิ์เข้าไปฟังถ้าห้องยังมีที่ว่าง จำนวนผู้ฟังใน Clubhouse สูงสุดได้ 8,000 คน แต่ถ้าประเด็นการสนทนาหรือผู้พูดเป็นของจริง ประเภทซูเปอร์กูรู หรือเบอร์ใหญ่ในวงการจริงๆ ก็จะมีการเชื่อมเสียงไปเปิดห้องใหม่เพื่อให้คนเข้ามาฟังเพิ่มแต่จะไม่มีโอกาสได้ถามคำถามหรือแสดงความคิดเห็นเหมือนในห้องหลัก

  • ข้อควรระวังใน Clubhouse

เรื่องที่สำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือการสมัครเข้าเป็นสมาชิก Clubhouse ไม่มีข้อบังคับในการแสดงตัวตน จะใช้ชื่ออะไรก็ได้ ใช้รูปอะไรเป็นรูปประจำตัวก็ได้ คนเดียวจะมีกี่ Account ก็ได้ ก็เป็นเพราะว่าวัตถุประสงค์ของ Clubhouse เน้นที่เสรีภาพในการแสดงออก เปิดกว้างในการระดมสมองระดมความคิด อย่างเสมอภาค ไม่สนใจชื่อเสียง หน้าตา เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ดังนั้นสิ่งที่สมาชิกต้องตระหนักก็คือหน้าตาที่เราเห็น ชื่อที่เราคุ้น หรือแม้แต่เสียงที่ได้ยินอาจจะไม่ใช่ตัวตนของคนๆ นั้นก็ได้ การให้ข้อมูลในบ้างเรื่องถ้าผู้ฟังไม่มีความรู้พื้นฐานก็ต้องไปศึกษาเพิ่ม หรือลองฟังหลายๆ คนพูดแล้วมาวิเคราะห์ด้วยเหตุด้วยผลอีกครั้ง

นอกจากประเด็นเรื่องตัวตนที่แท้จริงแล้ว เรื่องอื่นๆ เช่นการอวดอ้าง ก่อกวน หรือถามคำถามแบบอยากแจ้งเกิดเป็นเรื่องปกติในสังคมมนุษย์ ผมเชิญชวนให้ทุกคนเปิดใจแล้วเข้าไปหาความรู้ ไปฟังแนวคิดหลากหลาย เป็นอาหารสมองในโลก Digital กับการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดครับ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง