พระเจ้าจอร์จไหวไหม! “ทีวีไดเร็ค” ทรานส์ฟอร์ม ทีวีโฮมชอปปิง 22 ปี สู้ศึก “อีคอมเมิร์ซ”

พระเจ้าจอร์จไหวไหม! “ทีวีไดเร็ค” ทรานส์ฟอร์ม ทีวีโฮมชอปปิง 22 ปี สู้ศึก “อีคอมเมิร์ซ”
6 มีนาคม 2564 | โดย สาวิตรี รินวงษ์
1,478

ทีวีโฮมชอปปิงส่งสัญญาณ "แผ่ว" ตลาดลดการโตร้อนแรง 20-30% เหลือเพียง 10% ซ้ำร้าย "ผู้บริโภค" ดูทีวีน้อยลง "ทีวีไดเร็ค" เขย่าทัพธุรกิจ ทรานส์ฟอร์มสู่ "อีคอมเมิร์ซ" ชิงเค้กค้าออนไลน์ 2.94 แสนล้านบาท ท้าชนขาใหญ่ "ช้อปปี้-ลาซาด้า-เจดีเซ็นทรัล" ไหวไหม?ลุ้น!

ทีวีไดเร็คถือเป็นตำนานของทีวีโฮมชอปปิงของเมืองไทย เพราะเรียกว่าเป็นรายแรกๆที่นำสินค้ามาจ้อขายผ่านหน้าจอแก้วอย่างยาวนาน พร้อมกับสร้างวลีเด็ดให้เกิดขึ้นในวงการกับ โอ้ว! พระเจ้าจอร์จ มันยอดมากติดปากผู้บริโภคชาวไทยจนถึงทุกวันนี้ 

เป็นเวลา 22 ปีที่ทีวีไดเร็คขายสินค้าผ่านโทรทัศน์ สร้างผลงานมากมาย จนบริษัทต้องหยิบ 10 เรื่อง ที่ผู้บริโภคอาจไม่รู้มาแชร์ แต่ กรุงเทพธุรกิจยกตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น เช่น บริษัทออกอากาศขายสินค้ามากถึง 35,606,775 นาที, มีฐานข้อมูลผู้บริโภค 10,178,002 ราย หรือคิดเป็น 1 ใน 7 ของประชากรไทย, ระยะทางที่ขนส่งสินค้าให้ผู้บริโภค 172,7786,840 กิโลเมตร(กม.) ไปเยือนดาวอังคารได้ 3 รอบ, สินค้าขายดีอันดับ 1 ตลอดกาล คือ velform hair และบริษัทสร้างยอดขายรวมกว่า 30,000 ล้านบาท เป็นต้น 

นั่นเป็นภาพในอดีตที่กำลังจะเปลี่ยนไป เนื่องจากบริษัทกำลัง ทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่พลิกโฉมจากผู้เล่นในธุรกิจทีวีโฮมชอปปิงไปสู่ อีคอมเมิร์ซ” 

161500744862

นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้เป็นพันธมิตรกับ โมโม่ ดอทคอมหรือ Momo.com Inc. ได้เรียนรู้การดำเนินธุรกิจการเปลี่ยนผ่านจากทำทีวีโฮมชอปปิงไปสู่การค้าขายอีคอมเมิร์ซสร้างการเติบโตของยอดขายระดับแสนล้านบาท ทำให้บริษัทเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ เพื่อฝ่ากระแสดิสรัปชั่น โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยที่ดูทีวีน้อยลง อีกมิติยังสร้างการเติบโตรับการค้าขายออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซที่มีการเติบโตต่อเนื่อง จากผู้บริโภคซื้อสินค้าตลอด 24 ชั่วโมง 

ทั้งนี้ ปี 2563 ตลาดทีวีโฮมชอปปิงมีมูลค่าราว 16,000 ล้านบาท เติบโตกว่า 10% จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิดทำให้ผู้บริโภคกลับมาดูทีวีเพิ่มขึ้น แต่อัตราการเติบโตดังกล่าวต่ำกว่าในอดีตซึ่งอยู่ที่ระดับ 20-30% ขณะที่เค้กเท่าเดิมคู่แข่งยังเข้ามาทำตลาดมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันทวีความรุนแรง ส่วนธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยมีมูลค่า 2.94 แสนล้านบาท แนวโน้มยังโตต่อ

ทีวีโฮมชอปปิงจะไม่โตไปกว่านี้แล้ว ทำให้บริษัทต้องปรับโครงสร้างใหม่ เพื่อฝ่ากระแสดิสรัปชั่นไปให้ได้ ซึ่งการปรับตัวของเราจะไม่ใช่ทีวีโฮมชอปปิงแล้ว แต่ทรานส์ฟอร์มสู่การธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่ไม่ได้มองออนไลน์เป็นช่องทางขาย แต่มองเป็นโมเดลธุรกิจ

161500102362

สำหรับกลยุทธ์ที่จะผลักดันสู่อีคอมเมิร์ซ จะใช้กลยุทธ์ผสานทุกส่วนของทีวีไดเร็ค ไม่ว่าจะเป็นทีวีโฮมชอปปิง คอลเซ็นเตอร์ ร้านค้าปลีกทีวีดี ช็อป โดยไตรมาส 1-2 จะมีการรุกขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างๆ เช่น โซเชียลคอมเมิร์ซทุกแพลตฟอร์ม เว็บไซต์ แอ๊พพลิปเคชั่นทีวีดี นอกจากนี้จะอาศัยศักยภาพของโมโม่นำสินค้าจากจีนเข้ามาจำหน่ายมากขึ้นเกือบ 10 เท่าตัว แตะระดับ 40,000 รายการ(เอสเคยู) จากเดิมมี 6,000-7,000 เอสเคยู   

ที่น่าจับตาเมื่อโมโม่เป็นจุดแข็งที่จะผลักดันทีวีไดเร็คให้ไปถึงเป้าหมาย เพราะส่วนหนึ่งมีบทเรียนการทรานส์ฟอร์มธุรกิจจากทีวีโฮมชอปปิง แปรงร่างเป็นยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซไต้หวัน จะเสริมกระดูกเหล็กให้กับทีวีไดเร็คได้แค่ไหนบนสมรภูมิอีคอมเมิร์ซในไทยแสนล้าน เพราะตลาดเต็มไปด้วยขาใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเซ็กเมนต์มาร์เก็ตเพลส ที่มี JSL หรือ JD CENTRAL, Shopee และ LAZADA ครองตลาดอย่างเหนียวแน่นและขับเคี่ยวกันดุเดือดเลือดพล่านเผาเงินดึงลูกค้ากันเอาเป็นเอาตาย 

161500733329

ข้อมูลจาก ไพรซ์ซ่า ระบุพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยนิยมชอปปิงผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซกันค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม พื้นที่เหล่านี้มีพ่อค้าแม่ขายเล็กกลางมากมาย แบรนด์เล็กใหญ่เปิดเพจ หน้าร้านกันให้พรึ่บ! การออกตัวเวลานี้ของทีวีไดเร็คจะทันเกมแค่ไหนยังต้องลุ้น 

นอกจากนี้ สเต็ปต่อไปของบรรดาอีคอมเมิร์ซต่างพยายามกินรวบธุรกิจและบริการ โดยมีตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ คือทำตั้งแต่สื่อ-โฆษณา-อีคอมเมิร์ซ-ชำระเงิน-โลจิสติกส์ ดังนั้นจะทำให้เห็นการเทียบฟอร์มขุมกำลังทางธุรกิจแต่ละรายอย่างชัดเจน รวมถึงเป็นตัวชี้วัดใครจะอยู่หรือไป ใครจะยืนหนึ่งบนสังเวียนได้

ทรานส์ฟอร์มเวลานี้ ภารกิจของ ทรงพลยังต้องจัดทัพธุรกิจ องค์กร พนักงานอย่างต่อเนื่อง การสร้าง Growth Mindset ของทีมให้ไปในทิศทางเดียวกันหมด 

ทว่า สิ่งหนึ่งที่เป็นจิ๊กซอว์ของก้าวการเป็นผู้เล่นอีคอมเมิร์ซ คือเทค คัมปะนีจึงเห็นการตั้งบริษัท บริษัท เอบีพีโอ จำกัด (ABPO) ขึ้นมา โดยมีบริการครบครัน 

อาทิตย์ น้อยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอบีพีโอ จำกัด (ABPO) กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบันที่ต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ABPO ซึ่งเป็นบริษัทที่เกิดจากการปรับโครงสร้างและควบรวมธุรกิจ B2B (Business to Business) ของทีวีไดเร็ค มีการวางยุทธศาสตร์ทรานส์ฟอร์มองค์กร สู่การเป็นบริษัท Tech Company เพื่อขายสินค้าและให้บริการที่หลากหลาย สร้างฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในยุคดิจิทัล

ปัจจุบัน ABPO มีแผนเข้าลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ Tech Company และได้ทำการลงทุนใน BLOCKFINT บริษัท  FINTECH สตาร์ทอัพ และ Blockchain Technology ผู้พัฒนาระบบซอฟท์แวร์ แอปพลิเคชันสำหรับการสร้าง Neo Banking (ธนาคารดิจิทัลในโลกออนไลน์) ซึ่งเป็นระบบธนาคารรูปแบบใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจธนาคารในอนาคต และ บริษัท EAT LAB ผู้พัฒนาระบบ AI Core Tech เพื่อช่วยผู้ประกอบการร้านอาหารต่างๆ วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค การพัฒนาโปรโมชั่นที่สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทฯ มีแผนงานเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพต่างๆ มากขึ้น โดยให้ความสนใจขยายการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพด้าน Food Ordering (สั่งอาหาร) เพื่อเพิ่มสัดส่วนการลงทุนและก้าวสู่การเป็น Tech Company พร้อมทั้งมีเป้าหมายในอนาคตที่จะนำ ABPO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไปดร.อาทิตย์ กล่าว 

161500110645

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักเดิม(Core Business) อย่างทีวีโฮมชอปปิง ปี้นี้ได้ปรับตำแหน่งการตลาดของใหม่ โดย "ทรงพลัง" ฉายภาพแต่ละช่องใหม่ แบ่งเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มสินค้าราคาย่อมเยา2.กลุ่มสินค้าจับตลาดกลาง-บน 3.กลุ่มสินค้าฟิตเนสเพื่อออกกำลังกาย 4.กลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน 5.กลุ่มสินค้าสำหรับตลาดแมสในราคาเข้าถึงได้ เสมือนยกธุรกิจค้าปลีกมาอยู่ในทีวีโฮมช้อปปิ้ง และ 6.กลุ่มสินค้าแบรนด์เนม เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้สินค้าถูกนำเสนอสู่สายตาผู้บริโภคมากขึ้นกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อ  

อย่างไรก็ตาม การทรานส์ฟอร์มสู่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้แตะ 4,000 ล้านบาท มีสัดส่วนรายได้ออนไลน์เป็น 30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 14% ทีวีโฮมชอปปิง 62% และการตลาดแบบตรง 24% ส่วนระยะยาวในปี 2567 ต้องการมีรายได้แตะ 10,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10% ของโมโม่ โดยมีรายได้ออนไลน์แตะ 50% ทีวีโฮมชอปปิงอยู่ที่ 50% 

 “ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีการปรับโครงสร้างธุรกิจหลายด้าน และยังต้องดำเนินการต่อ โดยการทำงานจากนี้ไปเราจะเป็นแบบสตาร์ทอัพลุยออนไลน์เต็มที่

สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจทีวีไดเร็คทรงพลกลับมารับตำแหน่งซีอีโอ นำทัพอีกครั้งตั้งแต่มกราคมที่ผ่านมา จากก่อนหน้านี้นั่งเป็นกรุ๊ปซีอีโอ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง