'ลงทุนในตัวเอง' สไตล์ 3 กูรู การลงทุนที่ 'ผลตอบแทนสูง' และ 'ไม่ขาดทุน'

'ลงทุนในตัวเอง' สไตล์ 3 กูรู การลงทุนที่ 'ผลตอบแทนสูง' และ 'ไม่ขาดทุน'
16 เมษายน 2564 | โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
6,182

ถอดประสบการณ์ 3 กูรูการเงิน กับ "การลงทุนในตัวเอง" ที่เรียกว่าเป็นการลงทุนที่ให้ "ผลตอบแทนสูง" และไม่มีวัน "ขาดทุน" ที่คนทุกยุคควรเริ่มต้นลงทุน และลงทุนอย่างต่อเนื่อง

"การลงทุนในตัวเอง" นับเป็นอีกหนึ่งการ "ลงทุน" ที่สำคัญสำหรับการใช้ชีวิตในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และมีแค่คนที่เปลี่ยนทันเท่านั้นที่จะเห็นโอกาสในการเติบโต

ในยุควิกฤติโควิด-19 การทุ่มเงินลงทุนอะไรบางอย่างเพื่อหวังผลตอบแทน หรือการหารายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งใจคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก 

"กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" ชวน 3 กูรูทางการเงินคุยเรื่องวิธีการพัฒนาตัวเองในแบบของตัวเอง เพื่อแชร์ความสำเร็จ และแรงบันดาลใจในการลงทุนในตัวเอง ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นการ "ลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด" และไม่มีวัน "ขาดทุน" 

เดอะมันนี่โค้ช โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

จักรพงษ์ เมษพันธุ์ หรือ "เดอะ มันนี่ โค้ช" (The Money Coach) กูรูการเงินการลงทุน ผู้เคยเผชิญวิกฤติ 2540 กับหนี้ก้อนโต ก่อนพยายามลงทุนตัวเอง ใช้เวลาที่มีอยู่ลงทุนในความรู้ จนสามารถเปลี่ยนหนี้เป็นอิสระภาพทางการเงินได้ เดอะมันนี่โค้ช ชี้แนวการลงทุนในตัวเองแบ่งออกเป็น 3 ด้าน "ร่างกาย สมอง จิตใจ"

1. ลงทุนในร่างกาย

จักรพงษ์ มองว่า การลงทุนกับตัวเองในเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะความเสี่ยงของสุขภาพจะกระทบต่อสุขภาพทางการเงิน การใช้ชีวิตไม่ใช่ใช้ร่างกายหาเงินเพื่อความมั่งคั่งอย่างเดียว แต่จะต้องลงทุนในสุขภาพซึ่งเป็นต้นทุนอย่างหนึ่งของชีวิต 

2. ลงทุนสมอง

การเรียนรู้ ต้องเรียน ต้องปรับตัวตลอดเวลาในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีเรื่องที่ต้องเรียนรู้ ศึกษา เพื่อปรับตัวมากมาย ฉะนั้น การหาความรู้เพิ่มอาหารสมองเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะคนวัย 40+ ที่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อพัฒนาตัวเองมากๆ 

การเรียนรู้ที่จะสร้างรายได้ใหม่ๆ เพิ่มทักษะที่ 2 3 4 รวมถึงศึกษาหาความรู้ทางด้านการเงินการลงทุน เพราะคนส่วนใหญ่หาเงินเป็นแต่ลงทุนไม่เป็น ถ้าไม่เรียนรู้จะไม่มีทางรู้เลยว่าในวันข้างหน้าอาจจะมีสินทรัพย์ใหม่ๆ ให้เราลงทุน แล้วมันอาจจะดีกว่าสินทรัพย์ที่เรายึดติดกันอยู่ในปัจจุบัน

ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นความเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล การศึกษาที่จะเปลี่ยนรูปแบบไป การเรียนเปลี่ยน ธุรกิจที่เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงและล้มหายตายจากไป หรือเทรนด์ต่างๆ ของโลกที่มีส่วนกระทบในชีวิตของเราทั้งสิ้น อยู่นิ่งๆ ไม่ได้

3. ลงทุนในจิตใจ

ดูแลจิตใจตัวเองให้มีความสุข และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง 5-10 ปี ใกล้ๆ นี้

วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ CFP อุปนายก สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

ด้าน วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ CFP อุปนายก สมาคมนักวางแผนการเงินไทย นอกจากจะวางแผนการเงินให้คนอื่นแล้ว เบื้องหลังความสำเร็จของตัวเองมีการลงทุน 3 เรื่องหลักอยู่เบื้องหลัง นั่นคือ "ลงทุนในสุขภาพ ความรู้ ด้วยเวลา"

"การลงทุนในตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การลงทุนที่คุ้มค่าคือ การลงทุนในตัวเอง" วิวรรณ กล่าว

1. ลงทุนในสุขภาพ

สุขภาพ สุขภาพกายและใจ การควบคุมดูและการเข้าออกของ อาหาร กิน ขับถ่าย อากาศ หายใจรับอากาศบริสุทธิ์ หายใจถูกต้องได้ออกซิเจน ลดโอกาสเกิดโรคร้าย ช่วยรักษาสร้างภูมิต้านทานได้ อารมณ์ สิ่งที่เข้ามากระทบต่ออารมณ์ ความรู้สึก รวมถึงการนอนด้วย นอนหลับสนิทสดชื่น มีผลต่อการทำงาน

2. ลงทุนในความรู้

ความรู้ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องแสวงหาอย่างไม่สิ้นสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ต้องเรียนรู้ การเรียนรู้ทำให้เราไม่แก่ สมองได้ทำงานเยอะๆ โอกาสเป็นความจำเสื่อมจะน้อยลง ความรู้นอกจากจะช่วยให้ไม่แก่ ยังทำให้เราสามารถสร้างโอกาสการทำงานในโลกที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนงานได้ตลอด ลักษณะงานที่เราทำอยู่เดิมอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทำให้มีช่องทางหารายได้ของเราได้ ถ้ามีความรู้ไว้ไม่จน 

3. ลงทุนทุกอย่างด้วยเวลา

การลงทุนในตัวเองบางอย่างใช้เวลา บางอย่างใช้เงิน ใช้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ต้องมีเงินมากก็สามารถทำได้ ถ้าเราให้เวลา ออกกำลังกาย พัฒนากายและใจ เชื่อมโยงกันไปทั้งหมดทั้งสุขภาพกายและใจ

สิ่งสำคัญคือ ความรู้ต่างๆ จะเกิดขึ้นได้ต้องไปอ่าน ไปหา ไปลองทำ ทดสอบ ทดลอง ให้เวลากับมัน ใครๆ ก็เรียนรู้ได้ ทำงานเรียนรู้การอาหารให้ดีขึ้น ใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการทำงานให้ดีขึ้นเร็วขึ้น ปรับเปลี่ยนการทำงานอยู่ตลอดเวลาก็จะไม่ตกเทรนด์

"สุขเศรษฐกิจดี สุขภาพกายดี และจิตใจดีไปด้วย เพราะฉะนั้นการลงทุนในตัวเองและลงทุนในสินทรัพย์เป็นสิ่งที่ควรมาคู่กัน" วิวรรณ กล่าวปิดท้าย 

พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตรชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้างานวิจัยลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน)

พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตรชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้างานวิจัยลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน) เล่าถึงการลงทุนในตัวเองที่ผ่านมา เป็น 3 เรื่องหลัก ดังนี้

1. ลงทุนกับสุขภาพ

ลงทุนในตัวเองที่ให้รีเทิร์นหรือผลตอบแทนที่คุ้มที่สุด คือการลงทุนในสุขภาพ เพราะการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ พลังคุ้มค่า เป็นการลงทุนที่คุ้มที่สุดแล้ว ส่วนตัว พิพัฒน์ ใช้วิธี "กินน้อย นอนเยอะ ออกกำลังกาย" แม้บางครั้งจะต้องลงทุนเป็นเงินบ้าง แต่การจ่ายให้กับสุขภาพดีอยู่เสมอย่อมคุ้มค่าและต่อยอดได้

2. การลงทุนกับความรู้

การลงทุนในความรู้ ทำยังไงให้เรามีทักษะพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงกับเศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ทักษะต่างๆ ของคนต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ 

เช่น ปัจจุบัน "โปรแกรมมิ่ง" เริ่มเข้ามามีบทบาท ถึงแม้ทำไม่เป็นก็ต้องรู้ว่ามันคืออะไร และนำส่วนที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานได้ตามความจำเป็น ยิ่งเข้าใจเยอะ มูลค่ายิ่งสูง เป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน

"ไม่ใช่แค่เรียนจบแค่ไหนทำงานแค่นั้น โลกกว้างมาก ทุกคนทำได้ไม่ยาก เช่น เริ่มต้นศึกษาจากคอร์สฟรีในอินเทอร์เน็ต และอ่านหนังสือ" พิพัฒน์ กล่าว

3. การลงทุนกับจิตใจ

สภาพจิตใจเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันภารกิจต่างๆ ได้ การเรียนรู้ที่จะพักบ้างหรือ Take a break ให้เป็น ท่องเที่ยวบ้างรีเทิร์นหรือผลตอบแทนอาจจะน้อย แต่ก็ช่วยเยียวยาจิตใจที่เหนื่อยล้าให้ขับเคลื่อนไปทิศทางที่ดีได้เช่นกัน 

จะเห็นได้ว่าแม้ทั้ง 3 จะเป็นกูรูการเงินการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ และทำงานเกี่ยวข้องกับความมั่งคั่งทางการเงิน แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จทางการเงิน และการมีสุขภาพทางการเงินที่ดีล้วนแล้วแต่มาจากการลงทุนในตัวเองในมิติต่างๆ ที่แทบไม่ต่างกัน ทั้งการลงทุนใน "สุขภาพ จิตใจ และความรู้" ที่ทุกคนสามารถลงทุนได้ทันทีที่ตัดสินใจ "ลงมือทำ"

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง