หัวเว่ยชี้ ‘นวัตกรรม’ เปิดหน้าต่างแห่งความหวัง

หัวเว่ยชี้ ‘นวัตกรรม’ เปิดหน้าต่างแห่งความหวัง
24 กุมภาพันธ์ 2564
220

งานโมบาย เวิลด์ คองเกรส เซียงไฮ้ 2021 ยักษ์เทคโนโลยี “หัวเว่ย” เปิดสุนทรพจน์ถึงวิกฤติโควิดที่ทั้งโลกต้องเผชิญ แม้จะปิดกั้นโอกาส แต่นวัตกรรมจะเปิดช่องทางแห่งความหวัง และความก้าวหน้าทางนวัตกรรมจะยกระดับคุณภาพชีวิต พัฒนาธุรกิจให้ชาญฉลาด และสร้างความเท่า

ในงาน Mobile World Congress Shanghai 2021 นายเคน หู (Ken Hu) รองประธานหัวเว่ย กล่าวถึงประเด็นของโควิด-19ที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อประเทศ องค์กร และผู้คนทั่วโลก รวมถึงบทบาทของเทคโนโลยีในการต่อสู้กับโรคระบาด

นายเคน หู (Ken Hu) รองประธานหัวเว่ย สำนักงานใหญ่ กล่าวว่า นวัตกรรมไม่ใช่แค่เรื่องของการแก้ปัญหาที่เราเผชิญอยู่ในวันนี้ แต่เป็นเรื่องของการมองหาหนทางให้กับวันพรุ่งนี้ เมื่อเราสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว เราต้องตระหนักว่าเราจะสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างไรให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาธุรกิจให้ชาญฉลาดยิ่งขึ้น และสร้างโลกที่ทุกคนได้มีส่วนร่วมด้วยกันมากยิ่งขึ้น

เขาอธิบายว่า ขณะที่ความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลและความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลทำให้ช่องว่างทางดิจิทัลขยายตัวกว้างขึ้น โรคระบาดยิ่งทำให้สถานการณ์ดังกล่าวแย่ลงไปอย่างเห็นได้ชัด เราจึงต้องมุ่งเน้นให้นวัตกรรมเป็นสะพานเชื่อมต่อช่องว่างระหว่างคนที่มีและคนที่ไม่มี รวมทั้งเป็นเครื่องมือผลักดันการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียมกัน (digital inclusion)

โควิด-19 ได้ทำให้เกิดเงื่อนไขใหม่ ๆ มากมายด้านโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล ทั้งนี้ หัวเว่ยได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ให้บริการโครงข่ายจำนวนมากตลอดปีที่ผ่านมา เพื่อทำให้เครือข่ายสัญญาณกว่า 300 เครือข่ายใน 170 ประเทศมีเสถียรภาพ ในอินโดนีเซีย หัวเว่ยได้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลรูปแบบใหม่กับการขนส่งติดตั้งสถานีฐานกว่า 5,000 แห่งได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ในหนิงเซี่ย ประเทศจีน เราเตอร์แบบอินทิเกรต (integrated router) ของหัวเว่ยทำให้ผู้ใช้งานระดับองค์กรสามารถเข้าถึงระบบคลาวด์แบบ Multi-Cloud ได้ ซึ่งช่วยให้พวกเขาเคลื่อนย้ายข้อมูลสู่คลาวด์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงยังลดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย “เมื่อเรามองไปถึงแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เราจะต้องมั่นใจว่านวัตกรรมจะไม่ใช่แค่เรื่องของวันนี้ แต่เป็นเรื่องของการหาหนทางให้กับวันหน้า ร่วมถึงการสร้างมูลค่าทางสังคมให้มากขึ้น

 

มุ่งสร้างนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ นายเคน หูได้แนะนำแอปพลิเคชัน Cyberverse ของหัวเว่ย ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) ขั้นสูง เพื่ออธิบายการผสานกันของโครงข่าย, อุปกรณ์ 5G และเทคโนโลยี AR เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมแบบเสมือนจริงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยหัวเว่ยหวังว่า Cyberverse จะช่วยสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ มากมายให้แก่ภาคอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา บันเทิง การท่องเที่ยว การขนส่ง และหรือการนำทาง (Navigation)

เมื่อไม่กี่ปีมานี้ เทคโนโลยีอย่าง 5G, คลาวด์ และ AI เริ่มมีบทบาทสำคัญในภาคการผลิต รวมถึงยังช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่กระบวนการดำเนินงานที่ชาญฉลาดและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น  ตัวอย่างเช่น การใช้โครงข่าย 5G และแอพพลิเคชัน AI ที่ปฏิบัติการด้วยเทคโนโลยีคลาวด์ในเขตอุตสาหกรรมตงกวน ซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิตสำหรับสายการผลิตโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนได้เป็นอย่างมาก

หัวเว่ยได้คาดการณ์ว่าภายในปี 2568 กว่า 97% ของบริษัทขนาดใหญ่ทั้งหมดจะใช้งานเทคโนโลยี AI นอกจากนี้ยังได้ประมาณการว่า 55% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศจีนในปี 2568 จะถูกขับเคลื่อนโดยเศรษฐกิจแบบดิจิทัล และรายได้กว่า 60% ของผู้ให้บริการระดับโลกจะมาจากลูกค้าระดับอุตสาหกรรม

นายหูยังกล่าวถึงการทำให้การคาดการณ์เกิดขึ้นได้จริงด้วยว่า “ทุกอุตสาหกรรมควรจะเน้นด้านการพัฒนาศักยภาพ สร้างอิโคซิสเต็ม และสร้างมูลค่าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล”

ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน หัวเว่ยได้เน้นย้ำการพัฒนาเทคโนโลยี 5G อย่างจริงจังเพื่อช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในทุกอุตสาหกรรม นอกจากนี้นายเคน หูยังได้กล่าวเสริมอีกด้วยว่านวัตกรรมของหัวเว่ยนั้นจะเน้นย้ำใน 3 ด้าน ได้แก่ เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และแอพพลิเคชั่น

ด้านเทคโนโลยี: โซลูชัน 5G Super Uplink ใหม่ของหัวเว่ย สามารถส่งมอบความเร็วในการอัปโหลดแบบเหนือชั้น ทำให้สามารถแก้ปัญหาใหญ่อย่างคอขวดในการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในภาคอุตสาหกรรมได้

ด้านผลิตภัณฑ์: ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีการประมวลผลแบบเอดจ์คอมพิวติ้ง (edge computing) ของหัวเว่ยที่ผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเทคโนโลยี 5G สามารถเร่งกระบวนการติดตั้งไซต์ของเทคโนโลยีการประมวลผลแบบเอดจ์คอมพิวติ้งได้เร็วขึ้นถึง 10 เท่า

ด้านแอพพลิเคชัน: ศูนย์ปฎิบัติการ Wireless X Labs ของหัวเว่ยได้ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ในหลากหลายแวดวงเพื่อริเริ่มนำเทคโนโลยี 5G ไปประยุกต์ใช้ในหลายภาคอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมการผลิต, การสาธารณสุข, การเงิน, และการคมนาคม และร่วมกันค้นคว้าว่า 5G จะสามารถช่วยให้อุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไรบ้าง

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับลูกค้าและพาร์ทเนอร์ในการขับเคลื่อนนวัตกรรม 5G เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ให้ตอบสนองความต้องการเฉพาะในแต่ละภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งเป้าผลักดันเพื่อขยายการนำเอา 5G ไปใช้ในธุรกิจแบบ 1 to N นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินงานในด้านการประสานงานของการสื่อสาร 5G และการวางมาตรฐานทางอุตสาหกรรม เพื่อเร่งกระบวนการการนำแอพพลิเคชัน 5G ไปใช้ในภาคธุรกิจ

นายหู ยังกล่าวเสริมอีกว่า ในการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์และผู้ให้บริการเครือข่ายระดับภูมิภาค หัวเว่ยยังได้เซ็นสัญญามากกว่า 1,000 ฉบับในการนำเทคโนโลยี 5G ไปใช้ในกว่า 20 ภาคอุตสาหกรรมอีกด้วย

ทั้งคาดการณ์ถึงการเพิ่มขึ้นของช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่กว้างขึ้นระหว่างกลุ่มบุคคลและกลุ่มองค์กรที่ได้และกลุ่มที่ไม่ได้รับผลประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการพัฒนาอย่างไม่เท่าเทียม ลดช่องว่างและส่งเสริมการพัฒนาที่ทุกคนได้มีส่วนร่วม เขาเน้นว่าเป้าประสงค์ของการพัฒนานวัตกรรมจะต้องเปลี่ยนไปเป็นการคำนึงถึงการสร้างคุณค่าทางสังคมให้มากยิ่งขึ้น

แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะปิดโอกาสหลายอย่างลงไป แต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมก็ได้เปิดหน้าต่างแห่งความหวังด้วยเช่นกัน โดยหัวเว่ยจะยังคงมุ่งหน้าให้ความสำคัญกับการเฟ้นหาความร่วมมือแบบเปิดกว้างระหว่างลูกค้าและพาร์ทเนอร์ธุรกิจต่อไป เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่องและช่วยผลักดันภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ เข้าสู่ยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต พัฒนาธุรกิจให้ชาญฉลาด และสร้างความเท่าเทียมแก่ผู้คนทั่วโลกให้มากขึ้น

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง