Selective Buy

Selective Buy
22 กุมภาพันธ์ 2564 | โดย บล.กรุงศรี
128

คาด SET แกว่งตัว 1,490 - 1,510 จุด เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่กระตุ้นการลงทุน

ตลาดหุ้นวานนี้

SET ปิดที่ 1,500.51 จุด -10.52 จุด (-0.70%) มูลค่าการซื้อขาย 9 หมื่นล้านบาท  สอดคล้องกับตลาดภูมิภาคที่ปรับฐานลงจากความกังวล Bond yield สหรัฐฯพุ่งขึ้นแรง ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวขึ้นและส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นซึ่งกดดันต่อทิศทางดัชนี 

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้     

คาด SET แกว่งตัว 1,490 - 1,510 จุด เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่กระตุ้นการลงทุนประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลง รวมถึงแนวโน้ม Fund flow ต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่องจะกดดันต่อดัชนี อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีแรงซื้อเก็งกำไรหุ้นบเติบโตและหุ้นที่มีข่าวเฉพาะตัวช่วยหนุนให้ดัชนีรีบาวด์ขึ้นได้

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • หุ้นที่คาดว่างบ 4Q20 เติบโต IVL SPRC ESSO VNT CBG ROJNA TVO HTC CPF RCL COM7 XO WICE JMT JMART SINGER SAWAD AH CHG
  • หุ้นกระแสข่าวกัญชง CBG ICHI SAPPE RBF DOD PTG

หุ้นแนะนำวันนี้

  • CPF (ปิด 29 ซื้อ/เป้า 42.2) เก็งกำไรงบ 4Q20 คาดมีกำไรสุทธิ 7.4 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 84%yoy แบ่งเป็นกำไรปกติ 4.9 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 18%yoy และกำไรพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงเงินลงทุนใน CTI ที่จีนประมาณ 2.5 พันล้านบาท
  • BLA (ปิด 23.9 ซื้อ/เป้า BB Consensus 27.9) ระยะสั้นได้ Sentiment บวกจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสูงขึ้น ส่งผลดีต่อเงินลงทุนของบริษัทซึ่งส่วนใหญ่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล

บทวิเคราะห์วันนี้

CBG (ปิด 138.5 ถือ/เป้า 145), MAKRO (ปิด 36.25 ซื้อ/เป้า 42), PSH (ปิด 12.4 ถือ/เป้า 12.7), PSL (ปิด 9.6 ซื้อ/เป้าใหม่ 12 เดิม 9.5), SPRC (ปิด 9.2 ซื้อ/เป้าใหม่ 10.6 เดิม 9.5)

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (-) Bond yield 10 ปีสหรัฐขึ้นต่อกดดัน Sentiment การลงทุน: ล่าสุด US bond yield 10 ปีปรับขึ้นสู่ระดับ 1.338% สูงสุดในรอบ 1 ปี สร้างความกังวลถึงเงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และยังกดดันให้ Earning yield Gap ลดลงทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐซึ่ง Valuation ค่อนข้างตึงตัวอยู่แล้วเสี่ยงต่อการปรับฐาน
  • (+/-) ส่งออกไทยเดือน ม.ค. 64 ลุ้นเป็นบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2: เบื้องต้น Consensus คาดยอดส่งออกของไทยเดือน ม.ค. จะขยายตัว 2.4% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 หากออกมาเป็นบวกตามที่ตลาดคาดถือเป็นสัญญาณบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ (ภาคส่งออกคิดเป็น 50% ของ GDP)
  • (+) วัคซีนป้องกันไวรัส Covid-19 ถึงไทยล็อตแรก 24 ก.พ. นี้: เป็นวัคซีนของซิโนแวคจำนวน 2 แสนโดส โดยจะเริ่มฉีดเร็วสุด 27 หรือ 28 ก.พ.นี้ ฉีดคนละ 2 โดสห่างกัน 2-4 สัปดาห์ ส่วนล็อตที่ 2 อีก 8 แสนโดสจะเข้ามาในเดือน มี.ค. ติดตามความรวดเร็วในการแจกจ่ายและประสิทธิผลหลังการฉีดรวมถึงผลข้างเคียง
แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง