กรมอนามัย แนะ คู่รักเว้นระยะห่าง สร้างรักปลอดภัย วันวาเลนไทน์

กรมอนามัย แนะ คู่รักเว้นระยะห่าง สร้างรักปลอดภัย วันวาเลนไทน์
11 กุมภาพันธ์ 2564
177

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะวันวาเลนไทน์ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ชวนคู่รักเว้นระยะห่าง สร้างรักปลอดภัย สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย และหมั่นล้างมือเป็นประจำ

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า วันวาเลนไทน์ของทุกปีมัก เป็นวันที่ผู้คนส่วนใหญ่ใช้โอกาสนี้สร้างความสัมพันธ์ด้วยการแสดงความรักในรูปแบบต่าง ๆ ระหว่างคู่รัก ระหว่างคนในครอบครัว และกลุ่มเพื่อน สำหรับคนไกล สามารถใช้แอปพลิเคชัน VDO call ติดต่อกัน เพื่อลดการ ออกจากบ้านหรือไปในพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19

ส่วนคนที่อยู่บ้านใกล้กัน ก็สามารถใช้บริการเดลิเวอรี ส่งความพิเศษ เช่น การสั่งดอกไม้ หรือของขวัญชิ้นพิเศษให้ถึงบ้าน และคู่ที่อยู่บ้านเดียวกัน แนะนำให้อยู่บ้านในช่วงนี้ หากิจกรรม เช่น ดูหนัง ฟังเพลง พร้อมกับสั่งอาหารมื้อพิเศษและของขวัญพิเศษให้คู่รักขณะอยู่ด้วยกัน แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

กรมอนามัยขอความร่วมมือทุกคู่รักปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะคู่รักที่เดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมร่วมกัน ควรเลือกสถานที่ไม่มีผู้คนแออัด สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร งดการทักทายด้วยการกอดหรือสัมผัสเนื้อตัว และหมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือ เจลแอลกอฮอล์ก่อนและหลังการสัมผัสพื้นผิวที่เป็นจุดสัมผัสร่วมทุกครั้ง

“สำหรับร้านอาหารที่จัดโปรโมชั่นมื้อพิเศษในวันวาเลนไทน์นั้น ต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันโรคโควิด-19 ตั้งแต่ 1) มีจุดคัดกรองผู้สัมผัสอาหารและผู้ใช้บริการ หากพบว่ามีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก เหนื่อยหอบ หรือมีอุณหภูมิร่างกายมากกว่าหรือเท่ากับ 37.5 องศาเซลเซียส ให้ไปพบแพทย์ทันที 2) ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา 3) มีมาตรการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล โต๊ะและที่นั่งรับประทานอาหาร รวมถึงจุดซื้อสินค้าและชำระเงินอย่างน้อย 1-2 เมตร และ 4) จัดให้มีที่ล้างมือด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ให้แก่ผู้ใช้บริการอย่างเพียงพอ พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนลงทะเบียนด้วยการ CHECK-IN และ CHECK-OUT ผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” ทุกครั้งที่ใช้บริการ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง