OR เทรดวันแรกเหนือจอง โบรกประเมินราคาเหมาะสม24บาท

“โบรกเกอร์”คาด “โออาร์” เทรดวันแรกราคาเหนือจองจากไอพีโอ  18 บาท แรงซื้อจากนักลงทุนรายใหญ่-กองทุน บล.กิมเอ็ง ประเมิน ระยะสั้นราคาไซด์เวย์ จากนักลงทุนบางรายขายทำกำไร แต่ระยะกลางราคาจะสะท้อนกับปัจจัยพื้นฐาน บล.เอเซีย พลัส ให้ราคาเหมาะสมปีนี้ที่ 24 บาท

  บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)หรือ OR เข้าซื้อขายหุ้นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)วันนี้ (11 ก.พ.)  ด้านนักวิเคราะห์ ประเมิน ราคาเหนือจองจากราคาไอพีโอ ที่ 18 บาทต่อหุ้น 

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ MBKET กล่าวว่า คาดหุ้นOR เทรดวันแรกราคาจะเหนือจองได้ แต่ระยะสั้นราคาอาจปรับตัวขึ้นไปไม่มาก เพราะ ในช่วงจองซื้อนักลงทุนสถาบัน (กองทุน)ที่จองซื้อหุ้นในประเทศได้รับจัดสรร 28 กองทุน และผู้จองซื้อรายย่อยอีก 5.3 แสนราย ซึ่งถือว่ามีจำนวนนักลงทุนจำนวนมาก

 ดังนั้นทำให้ในระยะสั้นที่หุ้นเข้าซื้อขายก็จะมีแรงขายจากนักลงทุนบางรายออกมา เพื่อทำกำไรบ้าง ทำให้ราคาหุ้นช่วงแรกที่เข้าซื้อขายราคาจะแกว่งตัวบ้าง แต่เชื่อว่าระยะกลางราคาหุ้นของORคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น (Outperform) สะท้อนกับปัจจัยพื้นฐานของOR ที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเหมือนกับหุ้นขนาดใหญ่ที่เข้ามาจดทะเบียนก่อนหน้า เช่น บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)หรือ SCGP และ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX ที่ช่วงแรกราคาผันผวน หลังจากนั้นปรับตัวขึ้นดี

     

         

     นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า OR เข้าเทรดวันแรกวันนี้จะสามารถสูงกว่าราคาจองได้ เนื่องจาก หุ้นที่เสนอขายนั้น กระจายให้กับนักลงทุนรายย่อยจริงๆ และกองทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ  แต่นักลงทุนที่มีพอร์ตขนาดกลางและขนาดใหญ่ ที่จองซื้อหุ้นก็ได้คนละ 4,400-4,500 หุ้น ซึ่งถือว่าได้หุ้นน้อยสำหรับนักลงทุนที่มีพอร์ตขนาดกลางและขนาดใหญ่  จึงเชื่อว่าจะมีแรงซื้อของนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนขนาดกลางเข้ามาเพิ่ม รวมถึงกองทุน เพราะ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาหลักทรัพย์(มาร์เก็ตแคป)ของหุ้น OR ที่กว่า 2 แสนล้านบาท ทำให้เข้าเกณฑ์เกณฑ์ฟาสต์แทร็ก  ในการเข้าคำนวณในดัชนี  SET 50ทันที ใน 3 วันทำการหลังจากวันแรกที่เข้าเทรด 

     ทั้งนี้คาดว่าราคาหุ้นวันแรกอาจปรับขึ้นไม่แรง เพราะผู้ถือหุ้นของOR มีจำนวนมาก ซึ่งอาจมีนักลงทุนรายย่อยบางรายอาจมีการขายหุ้นออกมาบ้าง แต่ระยะยาวหุ้นOR น่าสนใจลงทุนจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยบริษัทให้ราคาเหมาะสมหุ้น OR ปีนี้ อยู่ที่ 24 บาทต่อหุ้น ซึ่งมี ค่า P/E 24 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับP/E กลุ่มพลังงานและค้าปลีก 

     ด้านฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส คาดปี 2564  OR จะมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ อยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.2%จากปีก่อนที่ฐานต่ำ เพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19  ส่วนภาพระยะยาวตั้งแต่ปี 2564-2567 คาด OR จะมีกำไรเติบโตเฉลี่ย CAGR ที่ 16.7% โดยใช้ปี 2563 เป็นปีฐาน จากการคาดว่าเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัว และการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ ซึ่งฝ่ายวิจัยกำหนดสมมติฐานให้มีการเปิดสถานีบริการน้ำมัน 108 แห่งต่อปี และเปิดสาขาคาเฟ่อเมซอน เพิ่ม 418 สาขาต่อปี ตามเป้าหมายหลักของ OR   ในขณะที่กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ มีการเปิดสถานีบริการน้ำมันปีละ 35-36 แห่ง และขยายสาขาคาเฟ่อเมซอนปีละ 35-36 สาขา 

       ดังนั้นในปี 2565-2567 คาด OR จะมีกำไรเติบโต 16.7%, 5.8%  และ 6.4% มาอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท 1.5 หมื่นล้านบาท และ 1.6 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ รวมถึงคาดORจะจ่ายปันผลสูงถึง 0.8 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น Dividend yield ที่ราว 4.2% ภายใต้สมมติฐาน ราคาหุ้นละ 18.0 บาท

      นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย)  กล่าวว่า OR จะเปิดตลาดเหนือจองได้แน่นอน เพราะถ้าพิจารณาจากผลประกอบการปี 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ 10,895 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.21 บาท และถ้าคิดแบบ Fully Diluted รวมหุ้นไอพีโอทั้งหมดด้วย กำไรต่อหุ้นจะอยู่ที่ 0.91 บาท หรือ คิดเป็นค่าP/Eประมาณ 22-23 เท่า ต่ำกว่าช่วงเปิดจองหุ้นไอพีโอที่มีค่า P/E อยู่ที่ 27 เท่า

     “ตอนเปิดจองเทรดP/E 27 เท่า ณ ราคาไอพีโอ 18 บาท คนยังจ้องกันล้นหลาม รายย่อยได้หุ้นน้อยมาก สูงสุดแค่ 4,400-4,500 หุ้นเท่านั้น มองว่าน่าจะมีดีมานด์คงเหลือรอเข้าไปซื้อในตลาดหุ้นวันนี้อีกเยอะ แถมP/Eยังลงมาอีก แปลว่าราคาหุ้นตอนนี้ถูกกว่าตอนจอง”

            สำหรับกลยุทธ์การลงทุนไม่ว่าจะถือลงทุนระยะสั้น หรือ จะถือยาวดีทั้งคู่ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของนักลงทุนแต่ละราย สมมติถ้าวันนี้เปิดมาพุ่งแรงอยู่ที่ 23-24 บาท ซึ่งเป็นราคาเป้าหมายปี 2564 ที่ตลาดคาดการณ์กันไว้ คงจะมีแรงเทขายกำไรออกมาบ้าง   แต่ถ้าใครจะเลือกถือยาวก็น่าสนใจเช่นกัน ด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่อง คาดกำไรปี 2564 จะเติบโตแบบอนุรักษนิยม 7-8% คิดเป็นกำไรต่อหุ้นราวๆ 1 บาท ภายใต้คาดการณ์ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันโต 5% ส่วนธุรกิจนอนออยล์คาดกำไรเงินสด (EBITDA) จะโต 15%

     

      นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า   OR เข้ามาเทรดนั้น ส่งผลดีต่อตลาดหลักทรัพย์ฯที่ทำให้มีนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาลงทุนในตลาดทุนไทยมากขึ้นต่อเนื่องจากปี 2563 ที่นักลงทุนเข้ามาเปิดบัญชีจำนวนมากแบบไม่เคยมีมาก่อน จึงทำให้ตลาดทุนไทยมีความน่าสนใจในการลงทุนมากขึ้น และ เชื่อว่าจากนี้จะมีบริษัทเข้ามาระดมทุน และมีนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาลงทุนมากขึ้น  

      ส่วนด้านความพร้อมในการรับหุ้น ORตลท.ได้วางแผนและพยายามคิดถึงเหตุการณ์ที่จะต้องเจอในวันนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ

แท็กที่เกี่ยวข้องการเงินเทรดวันแรกOR