‘กัญชง’สยายปีก  สายพันธุ์สำคัญแค่ไหน

‘กัญชง’สยายปีก  สายพันธุ์สำคัญแค่ไหน
9 กุมภาพันธ์ 2564 | โดย เพ็ญลักษณ์ ภักดีเจริญ
1,771

เมื่อ‘กัญชง’และ'กัญชา' ถูกปลดล็อคจากยาเสพติดให้โทษ ปัจจุบันกลายเป็นพืชสมุนไพรที่มาแรง โดยเฉพาะกัญชงข้อจำกัดน้อยกว่ากัญชา สามารถนำมาสร้างมูลค่าพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ได้ แต่การเลือกสายพันธุ์กัญชงและการสกัดสาร CBD ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข น้ำมันและสารสกัดจากเมล็ด กัญชง ที่ผลิตในประเทศ ไม่จัดอยู่ในประเภทยาเสพติด ขณะที่ช่อดอกกัญชงกัญชาจัดเป็นยาเสพติด สามารถใช้ทางการแพทย์ได้ ส่วนใบ กิ่ง ก้าน ราก เปลือก ลำต้น เส้นใย ไม่นับเป็นยาเสพติด

ส่วนสาร CBD (สารแคนนาบิไดออล)ในกัญชาและกัญชง เป็นสารสกัดที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและตลาดต้องการเยอะ ต่างจากสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC)ในกัญชา มาตรฐานในเมืองไทยระบุว่า ไม่ควรใช้เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก สามารถนำมาใช้ทำอาหาร เครื่องสำอาง และยาได้

หากกัญชงมีสาร CBD เยอะยิ่งมีประโยชน์ ดัดแปลงใช้กับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มได้หลากหลาย เนื่องจากกัญชงไม่ค่อยมีสารTHC หรือมีน้อยมาก จึงไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย สามารถใช้ได้ปริมาณเยอะ

ต่างจากกัญชามีสารที่ทำให้เคลิบเคลิ้ม ใจเต้นเร็ว สูญเสียความทรงจำในบางครั้ง จึงจำกัดให้ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม 

ล่าสุดรัฐบาลประกาศกฎหมายรองรับสินค้าที่มีส่วนผสมของกัญชาและกัญชง โดยอนุญาตให้นำกัญชงมาใช้เชิงพาณิชย์ได้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2564 เป็นต้นไป ซึ่งคณะกรรมการอาหารและยาให้เอกชนสามารถลงทะเบียนปลูกกัญชงในพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อธุรกิจได้ และอีกไม่นานเกินรอ คงได้เห็นผลิตภัณฑ์จากกัญชงออกมาขาย ทั้งประเภทเครื่องดื่ม และอาหาร 

รศ.ดร.วิเชียร กีรตินิจกาล นักปรับปรุงพันธฺุ์พืช ผู้ทรงคุณวุฒิ ศูนย์วิทยาการเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และที่ปรึกษาองค์การเภสัชกรรม เล่าถึงการปลูกกัญชาและกัญชงว่า 

“ผมผลักดันกัญชาและพัฒนากัญชามาหลายสายพันธฺฺุ์ กฎหมายที่ออกมาปีกว่า คนทั่วไปจะปลูกหรือพัฒนาสายพันธุ์กัญชาได้ยากลำบาก เพราะกฎหมายมีข้อกำหนดหลายอย่าง เพื่อทำให้กัญชาใช้ทางการแพทย์ และต้องมีกระบวนการปลูกที่สะอาด ตอนนั้นผมทำให้องค์การเภสัชกรรม ไม่ได้ปลูกกลางแจ้ง แต่ปลูกในอาคาร ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบลงทุนกว่าร้อยล้านบาท”

161286329374

รศ.ดร.วิเชียร กีรตินิจกาล ในแปลงปลูกกัญชาขององค์การเภสัชกรรม

ถ้าเลือกที่จะปลูกกัญชง คงต้องมาเรียนรู้ก่อนว่ามี 3 กลุ่มด้วยกันคือ

1. กัญชงที่ใช้เส้นใย มีความเหนียวมาก นิยมนำมาทำฉนวนความร้อนในอุตสาหกรรมต่างๆ ทำเสื้อเกราะ เครื่องนุ่มห่ม 

2. กัญชงที่ใช้เมล็ด ในต่างประเทศพบว่า มีโอเมก้า 3 และ 6  ในสัดส่วนที่พอเหมาะ เป็นสุดยอดน้ำมัน นิยมนำน้ำมันมาใช้ทำเครื่องสำอาง

3. กัญชงที่ให้สาร CBD ( Canabidiol) ไม่ก่อให้เกิดฤทธิ์ต่อประสาท ไม่มึนเมา นำมาใช้ประโยชน์ได้เยอะ ใช้ทำเครื่องสำอาง อาหารและน้ำดื่ม

ในอนาคตอันใกล้ ผลิตภัณฑ์จากกัญชงจะมีมูลค่ามหาศาล ตลาดจะเติบโตมาก อาจารย์วิเชียร บอกว่า สายพันธุ์กัญชงสำคัญมาก 

“ตอนที่ผมเรียนเกษตรเรื่องการปรับปรุงพันธุ์พืชที่อเมริกา มีคนแอบปลูกกัญชา เราก็เคยไปดู ถ้าจะปลูกเป็นยาให้คุณภาพดี ไม่ใช่ปลูกง่ายๆ การปลูกในอาคารใช้แสงจากหลอดไฟใช้เงินเยอะ ผมปลูกให้องค์การเภสัชกรรมในลักษณะรากลอย เมื่อ 3 ปีผมเริ่มพัฒนาสายพันธุ์สองสายพันธุ์ในเมืองไทย ผมจะทำให้ต้นทุนถูก”อาจารย์วิเชียร เล่า และบอกว่า

“เพราะผมทำสมุนไพรมานาน ผมไปเรียนรู้เรื่องการสกัดด้วย ต้องมีเทคนิคถึงจะสกัดได้ดี ไม่ให้มีสารปนเปื้อน ผมติดต่อเพื่อนต่างประเทศมาช่วยเรื่องกัญชง พิสูจน์แล้วว่าสาร CBD มีประโยชน์เคยใช้รักษาเด็กที่เป็นลมชัก

ไม่ว่ากัญชาหรือกัญชง ถ้ามีสาร CBD มีสรรพคุณรักษาโรคได้ ต่อไปกัญชงที่มีสาร CBD เยอะๆ จะสามารถปลูกขายนอกประเทศได้เพราะไม่ใช่สารเสพติด สร้างภูมิคุ้มกันได้ แต่พออายุเยอะขึ้นสารพวกนี้ก็หายไป ในต้นฮอปส์ที่ใช้ทำเบียร์ มีสารตัวนี้ด้วยแต่น้อยกว่า กัญชงจะมีสารตัวนี้เยอะ แต่กัญชามีสารที่ทำให้เมาด้วย เป็นยาเสพติดทำให้เคลิบเคลิ้ม

กัญชงสายพันธุ์ที่ผมพัฒนามีสาร CBD เกือบ 15 % ส่วนกัญชงที่ชาวเขาปลูกเพื่อเอาเส้นใยไม่มีสารตัวนี้ หรือมีน้อยมากเมื่อ 3 ปีที่แล้วผมคิดว่า ตลาดเรื่องกัญชงจะใหญ่ ก็เลยพัฒนาสายพันธุ์ที่ปลูกแล้วให้สารCBD เยอะๆ และมีTHC ต่ำๆ "

161286340034

นอกจากนี้ เขาบอกว่า ถ้าจะปลูกกัญชงไม่ให้มียาฆ่าแมลง ยาฆ่าเชื้อรา ไม่ง่ายเลย เพราะประเทศไทยแมลงเยอะ

"การที่จะเอาสาร CBD มาใช้ต้องผ่านกระบวนการสกัดที่ถูกต้อง ถ้าสกัดแบบหม้อหุงข้าวธรรมดาๆ ก็จะเหมือนกัญชาใต้ดิน นำมาเป็นส่วนประกอบอาหารไม่ได้

คนที่จะทำอุตสาหกรรมเกี่ยวกับกัญชง ต้องเข้าใจกระบวนการ การสกัดไม่ง่าย ต้องมีเทคโนโลยี ผมเองเคยศึกษาดูงานเรื่องพวกนี้ที่ยุโรป เนเธอร์แลนด์ อิสราเอล อเมริกา และจีนนิยมใช้เส้นใยกัญชงมาทำเสิื้อเกราะ

ส่วนแคนาดาผลิตเมล็ดกัญชงที่สกัดน้ำมันมาใช้ และในยุคประธานาธิบดีทรัมป์พยายามปลดล็อคกัญชง เพื่อยึดตลาดสารCBD นำมาใช้ในผลิตภัณฑ์คุกกี้ เยลลี่กาแฟ ขายดีมาก "

อาศัยว่าเขาเคยอยู่ในแวดวงสมุนไพรมานานกว่า 20 ปี ทั้งวิจัยเรื่องสายพันธุ์และการปลูกสมุนไพร ก็เลยพัฒนาการปลูกทั้งกัญชาและกัญชงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

"ตอนนี้น้ำมันกัญชาที่องค์การเภสัชกรรมผลิตไม่มีขาย ผมอยากทำให้ยากัญชาราคาถูก และคนสามารถเข้าถึงได้ แต่คนอายุไม่ถึง 21 ปีไม่ควรสูบกัญชาจะทำให้สมองทึบ

ดังนั้นนโยบายเปิดเสรีกัญชาที่ผมแย้งก็เรื่องนี้ งานวิจัยที่แคนาดาทำวิจัยเรื่องกัญชากับเยาวชนกสามพันกว่าคนในช่วงสี่ปี พบว่า ถ้าเด็กสูบกัญชาประจำ การรับรู้ความจำจะเสื่อม ถ้าเราเปิดเสรีแล้วกันไม่ให้เด็กสูบกัญชาได้ก็ไม่มีปัญหา และเวลาปลูกกัญชากลางแจ้งแมลงจะเยอะมาก ผมเคยปลูกกว่าสิบครั้ง แมลงกินหมดทั้งต้น แต่ตอนนี้ืทำได้แล้ว

161286369852

"รัฐควรพัฒนากัญชงเส้นใยให้ชาวบ้านปลูก หรือให้ชาวสวนยางปลูกใบกระท่อมเป็นรายได้เสริม ในสมัยก่อนตอนที่รัฐเก็บภาษีฝิ่น เพราะชาวบ้านไม่มีเงิน ก็เลยไปเก็บใบกระท่อมมาชดเชย รัฐสมัยนั้นจึงจัดใบกระท่อมเป็นยาเสพติด

การปลูกกัญชาหรือกัญชง ผมปลูกกลางแจ้งได้แล้ว ผมอยากให้เรื่องนี้ออกมาเร็วๆ ผมมีเพื่อนที่อยู่สถาบันเกี่ยวกับกัญชาที่ยุโรป อยากนำมาร่วมพัฒนาสายพันธุ์ น่าจะมีประโยชน์

ตอนนี้เมืองไทยแทบจะไม่มีสมุนไพรสักตัวที่ส่งออกไปต่างประเทศ ทั้งๆ ที่เราบอกว่า สมุนไพรไทยดีที่สุด แต่ขาดการพัฒนาพันธุ์และการปลูก รวมทั้งการทำให้ได้มาตรฐาน ผมเรียนมาทางด้านการปรับปรุงพันธุ์พืชที่อเมริกา ผมอยากเห็นสมุนไพรตีตลาดโลกได้" อาจารย์วิเชียร และหวังว่า

“ถ้าสกัดสาร CBD ในกัญชาและกัญชงได้มาตรฐาน มีหลายประเทศต้องการ เมื่อสองปีที่แล้วกิโลกรัมละหนึ่งล้านบาท ปัจจุบัน(ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2564 )ราคาหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นบาท ผมอยากปลูกให้มีราคาถูกในเมืองไทย”

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: