เผยครูภรรยา 'ผอ.วิดีโอคอล' เซ็กซ์โฟนนักเรียน พยายามแก้ปัญหาก่อนเรื่องแดง

เผยครูภรรยา 'ผอ.วิดีโอคอล' เซ็กซ์โฟนนักเรียน พยายามแก้ปัญหาก่อนเรื่องแดง
9 กุมภาพันธ์ 2564
1,746

สหวิชาชีพเร่งสอบสวนผู้เสียหายคดี "ผอ.วิดีโอคอล" เซ็กซ์โฟนนักเรียน เผยครูภรรยาผอ.พยายามแก้ปัญหาก่อนเรื่องแดง ด้านตร.เผยขั้นตอนการดำเนินคดี

กรณีข่าวที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับแวดวงครู กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนขยายโอกาสจากอนุบาล 1 ถึง ม.3 เป็นโรงเรียนขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ในอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยได้มีคลิปวีดีโอเซ็กซ์คอลกับเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นเด็กนักเรียนหญิง ม.2 และเป็นผู้เสียหายอย่างร้ายแรงในกรณีนี้ โดยทางสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาเขต 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ดำเนินการทางวินัยตามขั้นตอนกับผู้อำนวยการ ได้สั่งย้ายผู้อำนวยการคนดังกล่าวออกจากโรงเรียนมาช่วยราชการยังต้นสังกัด พร้อมทั้งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน เพื่อนำมูลการสอบสวนข้อเท็จจริงไปตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 พันตำรวจเอก เทเวศร์ ปลื้มสุทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรขนอม เปิดเผยว่าขั้นตอนการดำเนินการนั้นต้องรอให้สหวิชาชีพซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านเข้าไปดูแลเด็ก หลังจากนั้นจะทำการสอบตามขั้นตอนโดยผู้เชี่ยวชาญ หลังจากได้ข้อมูลจะนำมากำหนดแนวทางการดำเนินคดี ซึ่งจะอยู่ในกลุ่มของคดีพรากผู้เยาว์ และกลุ่มคดีละเมิดทางเพศ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนของการออกหมายเรียก เนื่องจากผู้ถูกแจ้งความดำเนินคดีเป็นข้าราชการมีที่อยู่หลักแหล่งชัดเจน แต่ถ้าออกหมายเรียกแล้วไม่มาพบพนักงานสอบสวนจะนำไปสู่การเสนอศาลเพื่อออกหมายจับ

ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรขนอม ยังเตือนด้วยว่าการนำเสนอข้อมูลข่าวของสื่อมวลชนจะต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะเป็นกรณีที่ผู้เสียหายเป็นเด็ก การพยายามในการเปิดเผยผู้เกี่ยวข้องกับเด็กที่เป็นผู้เสียหายอาจมีความผิดทางอาญาได้ สื่อมวลชนควรระมัดระวังในการนำเสนออย่างมาก และควรศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย ขณะเดียวกันในส่วนของคลิปภาพนั้นจะมีการดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ส่งต่อในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม ผู้ใกล้ชิดกับผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกิดเหตุ เปิดเผยข้อมูลว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภรรยาของผู้อำนวยการทราบเรื่องและพยายามขัดขวาง โดยได้ขอย้ายตัวเองมาอยู่ในโรงเรียนเพื่อพยายามขัดขวางเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้นักเรียนผู้เสียหายได้ย้ายตัวเองไปเรียนโรงเรียนอื่น โดยเรื่องนี้ได้ทราบภายในตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 แต่เรื่องมาแดงขึ้นช่วงต้นกุมภาพันธ์ 2564 ส่วนการดำเนินการทางวินัยเป็นเรื่องของต้นสังกัด ซึ่งน่าจะดำเนินการโดยเร็ว เนื่องจากเป็นเหตุร้ายแรงอย่างมาก กระทบต่อความน่าเชื่อถือของแวดวงวิชาชีพครูอย่างยิ่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง