นวัตกรรม

กสทช. จับมือ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ส่ง 'เอไอ' ดูแลสูงวัย

โครงการดูแลผู้สูงวัย หรือ Elder Care Project “ฝากผู้สูงวัยไว้ให้ AI ดูแล” เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเอไอในการสังเกตการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ หวังลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ ตั้งเป้าทดลองใช้กลางปี 64 นี้

สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) พัฒนาโครงการดูแลผู้สูงวัย หรือ Elder Care Project โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ให้เป็นเสมือนตาของคนในครอบครัวดูแลผู้สูงวัยอย่างใกล้ชิด เน้นสังเกตการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ พร้อมแจ้งเตือนทันที เพื่อให้ผู้ดูแลหรือลูกหลานมาช่วยเหลือได้ทันท่วงที ลดความรุนแรงและการสูญเสียจากอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาหลักของผู้สูงอายุ  ให้ลูกหลานอุ่นใจเมื่อต้องไปทำงาน

นายเจตนิพัทธ์ มูลรินต๊ะ ผู้ช่วยนักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Center) และผู้ร่วมพัฒนาโครงการ Elder Care สถาบัน AIT กล่าวว่า ทีมนักวิจัยป้อนข้อมูลการเคลื่อนของร่างกายรูปแบบต่างๆ ทั้ง แบบปกติ เช่น ยืน, เดิน, นั่ง, ดูนาฬิข้อมือ, ชี้นิ้ว, เดาะลูกปิงปอง, ปรบมือ และแบบผิดปกติ เช่น การเดินโซเซ และล้มในลักษณะต่างๆ โดยให้อาสาสมัครจำลองการเคลื่อนไหวเหล่านี้ เพื่อให้ AI เรียนรู้และประมวลผลได้ตรงที่สุด นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้อง AI ภายในบ้านกลุ่มตัวอย่าง 2 หลัง ซึ่งมีผู้สูงวัยอาศัยอยู่ ในจังหวัดชัยนาท และกรุงเทพมหานคร เพื่อจับการเคลื่อนไหวของผู้สูงวัยจากกิจวัตรประจำวันจริงตลอด 24 ชั่วโมง

“การเคลื่อนไหวที่หลากหลายของอาสาสมัครจำนวนมาก ช่วยให้การประมวลผลของ AI มีความแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้การเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวปกติ ยังช่วยให้ AI คาดการณ์ความเป็นไปได้ที่ผู้สูงวัยอาจหกล้ม หรือ เริ่มเคลื่อนไหวผิดปกติ แจ้งเตือนให้ลูกหลานสังเกตและดูแลผู้สูงวัยในบ้าน ป้องกันได้ทั้งก่อนและขณะเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้กล้อง AI จะถูกติดตั้งตามมุมต่างๆภายในบ้าน เพื่อให้เห็นกิจวัตรของผู้สูงวัย และดูแลได้ตลอดช่วงเวลาเมื่อผู้สูงวัยต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง เชื่อว่า Elder Care จะช่วยลดอุบัติเหตุและความรุนแรงจากอุบัติเหตุให้กับผู้สูงวัยได้” เจตนิพัทธ์ กล่าว

โดยโครงการ Elder Care เริ่มพัฒนาตั้งแต่ต้นปี 2563 โดยสถาบัน AIT ร่วมมือกับคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เพื่อนำเทคโนโลยีมาพัฒนาคุณภาพชีวิตและรองรับสังคมผู้สูงวัย โดยจากรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ประเทศไทยเข้าสู่งสังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว ในปี 2564 นี้ ทั้งนี้โครงการใกล้เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะสามารถเริ่มติดตั้งและใช้จริงไม่เกินกลางปีนี้ กลุ่มเป้าหมายแรก คือ บ้านพักอาศัยที่มีผู้สูงวัย ก่อนขยายผลไปสู่สถานดูแลผู้สูงวัย และสถานที่รวมตัวของคนวัยเกษียณในอนาคต