เศรษฐกิจ

ความต้องการใช้เหล็กปี64 ไทยบริโภคเหล็กปีนี้โต5% จับตาจีนเร่งส่งออกอาเซียน

สถาบันเหล็ก คาดไทยใช้เหล็กปีนี้โต 5% จีนไล่ซื้อบิลเล็ต-สแลปดันราคาเหล็กโลก จับตาจีนอิทธิพลเหล็กจีนในตลาดอาเซียน หลังส่งออกเหล็กเคลือบมาไทยพุ่ง

นายวิโรจน์ โรจน์วัฒนชัย ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (สลท.) เปิดเผยว่า ในปี 2563 การผลิตเหล็กในปีที่ผ่านมา ทั่วโลกทั้งหมดมีจำนวน 1,829 ล้านตัน ลดลง 0.9% จากปี 2562 ขณะที่การผลิตเหล็กของไทยลดลง 8% ส่วนการบริโภคเหล็กของประเทศ ลดลง 12% มาอยู่ที่ 16.4 ล้านตัน

สำหรับปี 2564 สมาคมอุตสาหกรรมเหล็กโลก คาดว่า การใช้เหล็กจะขยายตัว 4% โดยไทยจะมีความต้องการใช้เหล็กที่ 17.3 ล้านตัน ขยายตัว 5% แต่ต่ำกว่าปี 2559 ที่เคยสูงสุด 20.9 ล้านตัน

ทั้งนี้ มีข้อสังเกตของราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของความต้องการใช้เหล็กในประเทศต่างๆ ช่วงครึ่งหลังของปี 2563 และการเข้าแย่งซื้อเหล็กกึ่งสำเร็จรูปของจีน โดยยอดนำเข้าบิลเล็ตและสแลปของจีนช่วง 10 เดือนแรกของปี 2563 มี 16 ล้านตันขยายตัว 920% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 และส่งผลให้สัดส่วนการซื้อของจีนเพิ่มขึ้นจาก 1.1% ของการค้าในตลาดโลก ในปี 60 ขึ้นเป็น 35.2% ในปี 2563

ทั้งนี้ แม้ว่าจีนจะรายงานยอดส่งออกเหล็กลดลง 17% ในปี 2563 แต่พบว่าจีนขยายการส่งออกกลุ่มชีทไพล์และเหล็กเคลือบเพิ่มขึ้น รวมทั้งการส่งออกมาไทยได้ขยายทั้งกลุ่มชีทไพล์ เหล็กรูปพรรณ เหล็กแผ่นรีดเย็น เหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี เหล็กเคลือบอลูซิงค์ เหล็กแผ่นเคลือบสี ท่อเหล็กไร้ตะเข็บ และท่อเหล็กเชื่อมตะเข็บ โดยกลุ่มนี้ขยายตัวระหว่าง 9%-182% ในปี 2563

ขณะที่ความต้องการใช้เหล็กรวมของไทยที่ผ่านมาหดตัว 12% จึงต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เพราะรัฐบาลจีนดำเนินนโยบายในลักษณะควบคุมการผลิต และควบคุมการส่งออกสินค้าเหล็กต้นทางอย่างเหล็กกึ่งสำเร็จรูป และกลุ่มเหล็กรีดร้อนเกือบทุกประเภท แต่มุ่งส่งออกสินค้าเหล็กขั้นปลายที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ซึ่งลักษณะการค้าดังกล่าวสร้างการบิดเบือนการค้าชัดเจน

รวมทั้งล่าสุดวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐลงนามใน Executive Order นโยบาย Made in America ที่รัฐบาลสหรัฐจะลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อสินค้าที่ผลิตในประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุน และการจ้างงานในประเทศ และคงมาตรการ Section 232 ที่ขึ้นภาษีนำเข้า 25% สำหรับเหล็กต่างประเทศ

รวมถึงรัฐบาลกลุ่ม 12 ประเทศในสหภาพยุโรป ประกอบด้วย เยอรมัน อิตาลี ฝรั่งเศส สโววาเกีย ลักเซมเบิร์ก ฟินแลนด์ ฮังการี โปแลนด์ สเปน สาธารณรัฐเชค เบลเยียม และ บัลกาเรีย ทำจดหมายถึงคณะกรรมาธิการยุโรปเสนอให้ต่ออายุมาตรการ Global Safeguard ที่ครบกำหนดเดือน มิ.ย.นี้ ดังนั้นโยบายทั้งฝั่งสหรัฐและยุโรปที่ไม่เปลี่ยนทำให้อิทธิพลอุตสาหกรรมเหล็กจีนต่อการค้าในเอเชียและอาเซียนเป็นสิ่งต้องจับตามองใกล้ชิดในปี 2564 นี้