การฟื้นตัว'รูปตัวเค'ป่วนศก.โลกยุคโควิด-19

การฟื้นตัว'รูปตัวเค'ป่วนศก.โลกยุคโควิด-19
25 มกราคม 2564
312

การฟื้นตัว'รูปตัวเค'ป่วนศก.โลกยุคโควิด-19 โดยอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและอาจจะร้อนแรงเกินไป สวนทางกับอุตสาหกรรมบริการ

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เกิดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกในรูปตัวเค กล่าวคือเศรษฐกิจในบางพื้นที่มีการปรับปรุงดีขึ้นแต่พื้นที่ส่วนอื่นๆกลับหยุดนิ่งอยู่กับที่ โดยอุตสาหกรรมการผลิต ที่ครอบคลุมถึง อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและอาจจะร้อนแรงเกินไป แต่อุตสาหกรรมการบริการ ที่ครอบคลุมถึง อุตสาหกรรมเดินทางและอุตสาหกรรมร้านอาหารยังคงซบเซาและได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่

อุตสาหกรรมต่างๆเริ่มฟื้นตัว และชัดเจนว่าการที่หุ้นบริษัทต่างๆเคลื่อนไหวอย่างคึกคักนั้นเป็นเพราะการผ่อนคลายมาตรการทางการเงินไม่ได้สะท้อนความเป็นไปที่แท้จริงของระบบเศรษฐกิจ ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ กรณีของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

บริษัทเรเนซาส์ อิเล็กทรอนิกส์ ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ญี่ปุ่น เริ่มถามไปยังลูกค้าว่าถ้าบริษัทขยายเวลาการส่งมอบสินค้าไปเป็น12 สัปดาห์ได้หรือไม่ ซึ่งเพิ่มเวลาจากเดิมสองเท่าเพราะปัญหาขาดแคลนชิป เนื่องจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์สำหรับธุรกิจศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะผลพวงจากผู้คนทำงานออนไลน์จากที่บ้านกันเพิ่มขึ้น

ส่วนความต้องการเซมิคอนดักเตอร์สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน ส่งผลให้บริษัทไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริง คัมพานี มีรายได้รายไตรมาสเดือนต.ค.-ธ.ค.ปีที่แล้วสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ขณะที่อุตสาหกรรมรถยนต์ ยอดขายรถยนต์หรูหราในจีนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู และออดี้ ทำยอดขายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2563 แม้ว่าการผลิตรถยนต์ในช่วงปีที่ผ่านมาจะลดลงเพราะการระบาดของโรคโควิด-19 โดยนับตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว ความต้องการรถยนต์เพิ่มขึ้นและค่ายรถต่างๆก็เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อให้ทันกับความต้องการของตลาด

อีกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือราคาของทองแดง ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มในอุตสาหกรรมการผลิตโดยรวม ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้ว แต่ข่าวดีในอุตสาหกรรมที่กล่าวมาเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของเศรษฐกิจโลกท่ามกลางวิกฤตสาธารณสุขเท่านั้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการบริการที่มีเรื่องราวแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

ในสหรัฐ ยอดขายในห้างสรรพสินค้าลดลงอย่างมากในเดือนธ.ค. โดยลดลงปีต่อปี 21% ส่วนสมาคมภัตตาคารแห่งชาติระบุว่า ร้านอาหารหรือภัตตาคารในสหรัฐจำนวนกว่า 110,000 แห่งปิดตัวชั่วคราวหรือไม่ก็ปิดตัวระยะยาว ตั้งแต่เดือนธ.ค.ปี2563

ส่วนราคาห้องพักในโรงแรมทั้งในญี่ปุ่น สหรัฐและยุโรปปรับตัวร่วงลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเกิดวิกฤตการเงินระหว่างปี 2551-2552 ขณะที่ข้อมูลอื่นๆบ่งชี้ถึงความแตกต่างระหว่างอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะดัชนีไอเอชเอส มาร์กิต เพอร์เชสซิง เมเนเจอร์ส์ อินเด็กซ์ ที่แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจทางธุรกิจในอุตสาหกรรมภาคการผลิตยังคงอยู่เหนือว่าระดับสูงสุดก่อนหน้าที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สวนทางกับอุตสาหกรรมการบริการที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่คาดว่าชาติเศรษฐกิจก้าวหน้า เช่นประเทศต่างๆในยุโรป อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี)ที่แท้จริง ช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค.ปี 2563 ติดลบ พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นช่วงเดือนม.ค.-มี.ค.ก็ติดลบเช่นกัน

ส่วนเศรษฐกิจที่แท้จริงคาดว่าจะอยู่ในภาวะชลอตัวอีกครั้งสืบเนื่องจากมาตรการคุมเข้มด้านการเดินทางและการเคลื่อนย้ายทั้งของผู้คนและสินค้ารอบใหม่ของประเทศต่างๆ

ด้าน"ควิก-แฟ็คเซ็ต" ระบุว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกจะเคลื่อนไหวในแดนบวกและทะยานขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ โดยมูลค่าทางการตลาดทั่วโลกจะสูงถึง 100 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว และนับจนถึงวันศุกร์(22ม.ค.)ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้น 6% ในรอบ1เดือนเป็น 105 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ)คาดการณ์จีดีพีโลกปี 2564 อยู่ที่ 91 ล้านล้านดอลลาร์ ถือเป็นสิ่งที่ไม่ปกติเมื่อมูลค่าทางการตลาดส่อเค้าว่าจะสูงกว่าจีดีพีโลก

"ฟูมิโอ มัตสุโมโตะ" หัวหน้านักวางกลยุทธจากโอกะซัน ซิเคียวริตีส์ มีความเห็นว่า ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจคือ การที่ราคาหุ้นทะยานขึ้นอย่างมากเพราะการคาดหวังของบรรดานักลงทุนที่อยากเห็นรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่านี้ ซึ่งนับจนถึงตอนนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 1,300 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว

ขณะที่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการระบาดของโรคโควิด-19ส่วนใหญ่เป็นพนักงานพาร์ทไทม์ หรือคนหนุ่มสาวที่ทำงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีควรสนับสนุนแรงงานที่เปราะบางในอุตสาหกรรมการบริการ

แต่ในความเป็นจริง การใช้จ่ายด้านงบประมาณและการผ่อนคลายมาตรการทางการเงินของธนาคารกลางแต่ละประเทศกำลังเป็นสาเหตุทำให้ตลาดเงินอยู่ในภาวะร้อนแรงเกินไป อีกทั้งนโยบายเหล่านี้ ยังทำให้ช่องว่างระหว่างแรงงานพาร์ทไทม์และคนร่ำรวยที่ได้ประโยชน์จากราคาสินทรัพย์สูงขึ้นถ่างกว้างมากยิ่งขึ้น

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง