‘เยลเลน’หนุนแผนกระตุ้นศก.ของ‘ไบเดน’

‘เยลเลน’หนุนแผนกระตุ้นศก.ของ‘ไบเดน’
20 มกราคม 2564
383

'เยลเลน'หนุนแผนกระตุ้นศก.ของ‘ไบเดน’ เร่งสภาคองเกรสอนุมัติโดยเร็ว

นางเจเน็ต เยลเลน ว่าที่รัฐมนตรีคลังคนใหม่ของสหรัฐ เรียกร้องให้สภาคองเกรสอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ซึ่งนำเสนอโดยนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเริ่มแผ่วลงจากการที่โรคโควิด-19 ยังระบาดไม่หยุด

นางเยลเลน แถลงต่อคณะกรรมการด้านการเงินของวุฒิสภาสหรัฐว่า “หากไม่ดำเนินการเพิ่มเติมแล้ว เราจะเผชิญกับการถดถอยที่นานกว่าและรุนแรงกว่า และเศรษฐกิจจะเสียหายในระยะยาว”

ว่าที่รมว.คลังสหรัฐ ได้เรียกร้องให้สภาคองเกรสคิดการใหญ่ โดยเธอมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ว่านี้จะให้ประโยชน์มากกว่างบประมาณที่ต้องเสียไปเมื่อดูในระยะยาว

ทั้งนี้ นางเยลเลนจะเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลังสหรัฐแทนนายสตีเวน มนูชิน หากเธอได้รับการรับรองจากวุฒิสภาสหรัฐ ขณะที่นายมนูชินจะก้าวลงจากตำแหน่งในวันพุธที่ 20 ม.ค.นี้

เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา นายไบเดนได้ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชื่อว่า “American Rescue Plan” วงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจากระดับ 7.25 ดอลลาร์/ชั่วโมงในปัจจุบัน สู่ระดับ 15 ดอลลาร์, การเพิ่มวงเงินในการส่งเช็คเงินสดให้แก่ชาวอเมริกันเป็นคนละ 2,000 ดอลลาร์ จากเดิมที่ได้คนละ 600 ดอลลาร์ และเพิ่มวงเงินช่วยเหลือคนตกงานเป็น 400 ดอลลาร์/สัปดาห์ โดยจะขยายโครงการช่วยเหลือดังกล่าวไปจนถึงสิ้นเดือนก.ย.ปีนี้

นางเจเน็ต เยลเลน ว่าที่รัฐมนตรีคลังคนใหม่ของสหรัฐ แถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการเงินของวุฒิสภาสหรัฐในวันนี้ว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินอื่นๆ ควรเป็นไปตามกลไกตลาด โดยสหรัฐควรจัดการกับประเทศอื่นๆ ที่พยายามปั่นค่าเงินเพื่อสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน เพราะการกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

นอกจากนี้ นางเยลเลนยังเปิดเผยด้วยว่า จีนเป็นคู่แข่งรายสำคัญที่สุดของสหรัฐ และได้เน้นย้ำความตั้งใจของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายโจ ไบเดน ว่าที่ปธน.สหรัฐ ในการใช้เครื่องมือต่างๆ อย่างเต็มที่ เพื่อปราบปรามการกระทำที่ไม่เหมาะสมของจีน

ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงความไม่พอใจกับการที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่ามาเป็นเวลาหลายปี โดยระบุว่าทำให้ประเทศอื่นๆ มีความได้เปรียบในการแข่งขันด้านการค้าเหนือสหรัฐ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: