'โบ...ให้ปลอดภัย' ไม่ดื้อยา สวยไม่เสี่ยง-หล่อไม่หลอกตา

'โบ...ให้ปลอดภัย' ไม่ดื้อยา สวยไม่เสี่ยง-หล่อไม่หลอกตา
19 มกราคม 2564 | โดย มิโคล
126

หนุ่มสาวยุคนี้ รู้จัก ‘โบทูลินั่ม ท็อกซิน’ หรือเรียกย่อ ๆ ว่า  ‘โบ’ ว่าคือนวัตกรรมเสริมความงาม ช่วยลดริ้วรอย แต่จะ ‘โบ’ อย่างไรไม่ให้ดื้อยาให้ 'สวย-หล่ออย่างปลอดภัย' แพทย์ผิวหนังมีข้อมูลชี้แนะ

สาร โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า โบ มาจากคำว่า โบท็อกซ์ (Botox) ซึ่งเป็นชื่อยี่ห้อทางการค้าจนเรียกกันติดปาก (เหมือนเรียกผงซักฟอกว่า แฟ็บ) สกัดจากแบคทีเรียชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium Botulinum) ค้นพบโดยนักแบคทีเรียวิทยา ชาวเบลเยี่ยม Emile Pierre Ermengem ในยุค 1920s อีก 20 ปี ต่อมา ด็อกเตอร์เอ็ดเวิร์ด (Dr.Edward Schantz) ได้ค้นพบวิธีแยกสาร โบทูลินั่ม ท็อกซิน ได้สำเร็จ และเมื่อถึงทศวรรษ 1970s นักวิทยาศาสตร์ได้นำสารตัวนี้มาทดลองฉีดกับลิง โดยทดลองลดรอยย่นระหว่างคิ้วกับจมูก

161099314592

เมื่อการทดลองได้ผลจึงเริ่มฉีดกับคน ในยุคแรกนั้นใช้รักษาอาการตาเข ตาเหล่ หนังตากระตุก ต่อมาพัฒนามาใช้ในการเสริมความงาม ช่วยลดริ้วรอย ข้อมูลจาก apexprofoundbeauty.com อธิบายว่า เมื่อแพทย์ฉีดโบ.ไปในส่วนต่าง ๆ ที่ต้องการรักษา ตัวยาจะเข้าไปจับที่ปลายประสาท ทำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทมาที่กล้ามเนื้อได้ กล่าวได้ว่าเป็นการทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดอ่อนแรงลงชั่วคราว ทำให้เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อส่วนนั้น ๆ สามารถเห็นผลลัพธ์หลังฉีดสำหรับริ้วรอยตื้น ๆ 2-3 วัน ริ้วรอยลึก 7-14 วัน ปัจจุบันสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน ยังใช้รักษาอาการเกร็งกระตุก ลดเหงื่อ แก้อาการนอนกัดฟัน อีกด้วย

โบท็อกซ์ คือชื่อทางการค้าจากสาร Botulinum Toxin A ได้รับอนุญาตจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) เมื่อปี 1989 พอถึงปี 2008 สมาคมศัลยแพทย์ในอเมริกา ระบุว่า คนอเมริกันฉีดโบ.กันประมาณ 7 ล้านคน สารที่ว่านี้มีชื่อทางการค้าผลิตในหลายประเทศในหลายยี่ห้อ นอกจากอเมริกาแล้วก็มี อังกฤษ เยอรมนี และประเทศเกาหลี  

161099301723

   รศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา 

เนื่องจากสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน มีหลายยี่ห้อ หลายราคา เพราะใคร ๆ ก็อยากสวย-หล่อ หน้าตาดีแล้วความมั่นใจก็ตามมา แต่จะฉีดอย่างไรให้สวยเป๊ะปังอย่างที่ต้องการ ฉีดแล้วไม่ดื้อยา รศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา ภาควิชาตจวิทยา (ผิวหนัง) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน และคำแนะนำว่าควรฉีดโบ.อย่างไร ให้สวย ไม่เสี่ยง หล่อไม่หลอกตา คุณหมอบอกว่า

“เทรนด์ใหม่ล่าสุดที่น่าจับตาคือ ตอนนี้มี 0% impurities คือสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน ที่ใช้เทคโนโลยีการสกัดที่ทำให้ปราศจากโปรตีนเชิงซ้อน ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการช่วยลดเรือนริ้วรอยต่าง ๆ ได้ดี ซึ่งจากงานวิจัยพบว่า โอกาสในการ ดื้อโบ หรือภาวะที่ทำให้การรักษาไม่เห็นผล ไม่ได้มาจาก โบทูลินั่ม ท็อกซิน แต่เกิดจากสารเจือปนต่าง ๆ ที่ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้าน ซึ่งต้องระวัง เพราะผู้ผลิตจำนวนไม่น้อยในท้องตลาด เลือกเติมสารเจือปนต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการคงรูปของผลิตภัณฑ์ หรือมีการเจือปนของสารที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ที่ได้มาจากขั้นตอนการผลิตด้วย ดังนั้น จึงให้ตั้งสมการในใจไว้เลยว่า ถ้าอยากสวยหล่ออย่างปลอดภัย ให้เช็คต้นตอของผู้ผลิตและดูส่วนผสมให้แน่ใจเสียก่อน ยิ่งสารเจือปนยิ่งน้อยเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยลดโอกาสในการ ดื้อโบ ได้มากขึ้นเท่านั้น

161099307295

อย่างที่เรารู้กันอยู่ว่า โบทูลินั่ม ท็อกซิน นำมาใช้ในวงการแพทย์มานานแล้ว เริ่มแรกด้วยการนำมารักษาโรคทางกล้ามเนื้อ และพัฒนาต่อมาจนเป็นนวัตกรรมความงามเพื่อลดริ้วรอย ด้วยกลไกของสารที่ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อเฉพาะจุด ทำให้เทคนิคการเติมสวยเติมหล่อแบบ ‘นิด ๆ หน่อย ๆนี้ช่วยลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าที่เกิดจากคิ้วผูกโบ รอยยิ้ม ร่องแก้มหรือการเลิกหน้าผากได้ โดยทำให้ กล้ามเนื้อทำงานน้อยลงกับ กล้ามเนื้อยึดจนไม่สามารถขยับได้’  นั้นมีความแตกต่างกัน คนที่เติมโบทูลินั่ม ท็อกซิน ในปริมาณที่เหมาะสม จะส่งผลให้กรอบใบหน้าดูเป็นทรวดทรง กระชับ แต่ยังเป็นคุณคนเดิมที่ดูดีขึ้น ไม่ใช่ นักแสดงหน้าใหม่ในบทบาทหน้าตึง เพราะกล้ามเนื้อยึดเกร็งจนฝืนธรรมชาติ ยิ้มไม่ออก หรือฉีกจากลุคเดิมจนคนรอบข้างจำ (หน้าเดิม) ไม่ได้ ดังนั้นผู้ที่สนใจควรรับบริการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อให้การพิจารณาสัดส่วนของการฉีดในแต่ละครั้ง และความถี่ในการรับบริการเป็นไปอย่างเหมาะสม เพื่อความสวยหล่ออย่างเป็นธรรมชาติ”

161099319689

แพทย์ผิวหนังย้ำอีกว่า “ถ้าไม่อยากเจออาการดื้อโบ ก็อย่าเชื่อหมอกระเป๋า เพราะมีคนไข้จำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเริ่มมีอาการดื้อโบ หลายคนจึงมีพฤติกรรมเปลี่ยนหมอหรือเพิ่มขนาดยา ทำให้เพิ่มโอกาสการ ดื้อโบ แบบไม่รู้ตัว หากรู้สึกว่าการเติมโบเริ่มไม่เห็นผลลัพธ์หรือไม่มีความเปลี่ยนแปลงเหมือนครั้งที่ผ่าน ๆ มา คนไข้ต้องหยุดทันทีและตรวจร่างกายให้แน่ใจว่าเกิดอาการต่อต้านจากสารเคมีส่วนใด โดยต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น”

161099310597

ข้อควรระวังอีกอย่างคือเรื่องของ ราคา

“คำว่า ถูกและดี  ใช้ไม่ได้กับวงการแพทย์และความงาม ผลิตภัณฑ์และการให้บริการที่มีคุณภาพสูง นั่นแปลว่าต้นทุนย่อมต้องสูงตาม ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นสารอะไรก็ตามที่คุณจะนำเข้าสู่ร่างกาย การหาข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หมอกระเป๋าหรือคลินิกเถื่อนที่ออกอาละวาดหนักในช่วงหลายปีมานี้ ไม่ใช่แหล่งข้อมูลที่คุณควรเชื่อ ส่วนโปรโมชั่นไหนถูกเกิน ก็ขอให้เอะใจไว้ก่อน”

วิธีตรวจสอบให้สวยอย่างปลอดภัย มีดังนี้

1)  ใครเป็นคนทำ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการเป็นหมอจริงหรือไม่ โดยเช็คได้จากเว็บไซต์ของแพทยสภา หรือสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย

2) ตรวจสอบคลินิก ว่าได้รับอนุญาตจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพหรือไม่

3) หาข้อมูลของสาร ที่จะใช้ให้แน่นอนเสียก่อน … เติมความรู้เรื่อง Botulinum Toxin และตามไปอัพเดทเทรนด์ 0% impurities (ฉบับเต็มของ รศ.พญ.รังสิมา ในรายการ Woody FM ได้ที่ https://youtu.be/sQRhDBjBD8c )

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: