'คนละครึ่ง' เฟส 2 วิธีใช้ 'เป๋าตัง' - 'ถุงเงิน' แอพฯ ต้องมีไว้รับเงิน

'คนละครึ่ง' เฟส 2 วิธีใช้ 'เป๋าตัง' - 'ถุงเงิน' แอพฯ ต้องมีไว้รับเงิน
17 มกราคม 2564 | โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
54,100

ของมันต้องมี! แอพพลิเคชั่น "เป๋าตัง" และ "ถุงเงิน" แอพฯที่ใช้จ่ายเงินสำหรับลูกค้า และรับเงินสำหรับผู้ค้า ในโครงการ "คนละครึ่ง" เฟส 2 พร้อมวิธีการใช้งานง่ายๆ

เก็บตก "คนละครึ่งเฟส 2" ในวันที่ 20 ม.ค. 64 เปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มอีก 1 ล้านสิทธิ เปิดโอกาสให้คนที่ลงทะเบียนไม่ทัน OTP ไม่เข้าในรอบที่ผ่านมา รวมถึงคนที่เคยลงทะเบียนแล้วแต่ยังไม่ได้ใช้สิทธิภายใน 14 วัน สามารถลงทะเบียนได้

โดยต้องมีคุณสมบัติตามที่โครงการกำหนด นั่นคือเป็นผู้ที่อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชนและเป็นบุคคลสัญชาติไทย และไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถตรวจสอบมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมจากภาครัฐฯ ได้ที่ www.cgd.go.th) และผู้ที่ใช้สิทธิในโครงการคนละครึ่งแล้วจะไม่ได้รับสิทธิมาตรการ "ช้อปดีมีคืน"

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

สิ่งที่ขาดไม่ได้ "คนละครึ่ง" ทุกๆ รอบ คือแอพพลิเคชั่นสำคัญที่ช่วยเป็นตัวกลางในการจ่ายเงิน และรับเงินภายใต้โครงการคนละครึ่ง โดยวิธีการใช้ "เป๋าตัง" สำหรับผู้ได้รับสิทธิคนละครึ่ง และ "ถุงเงิน" สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ดังนี้

 

 "เป๋าตัง" จ่ายเงิน สำหรับผู้ได้รับสิทธิคนละครึ่ง 

161072810562

แอพพลิเคชั่น "เป๋าตัง" เป็นแอพที่ผู้ได้รับสิทธิคนละครึ่งทุกคน ต้องใช้ช่องทางการใช้จับจ่าย ที่ทำหน้าที่คล้ายกับกระเป๋าเงินของเรา โดยสามารถเติมเงินเข้าไปครึ่งหนึ่งเพื่อให้รัฐสมทบอีกครึ่งหนึ่งในการใช้จ่ายในวงเงินรวมไม่เกิน 300 บาทต่อวัน (รัฐ 150 บาท เรา 150 บาท) ซึ่งหากในแต่ละวันใช้ไม่เต็มวงเงิน จะถูกทบไปใช้ในวันอื่นๆ ได้จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการ 

  • วิธีสมัครใช้ "เป๋าตัง" สำหรับลูกค้า 

เมื่อลงทะเบียน "คนละครึ่งเฟส2" ผ่าน "www.คนละครึ่ง.com" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้ที่ได้สิทธิจะต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง และลงทะเบียนให้เรียบร้อยก่อน โดยวิธีการดาวน์โหลดแอพฯ และลงทะเบียนได้ ตามขั้นตอนต่อไปนี้ 

1. ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้ที่ Google Play หรือ App Store และติดตั้งในโทรศัพท์มือถือ

2. ค้นหาแอพพลิเคชั่น โดยพิมพ์คำว่า "เป๋าตัง" และดาวน์โหลดติดตั้งลงในโทรศัพท์มือถือ

3. เปิดแอพพลิเคชั่น "เป๋าตัง" ที่ติดตั้งแล้วขึ้นมา จะพบว่าแอพฯ ต้องการยืนยันตัวตนผู้ใช้งานของคุณ ผ่านรหัสลับ OTP (One Time Password) ซึ่งก็ต้องให้กรอกเบอร์โทรศัพท์มือถือผู้ใช้งานลงไปเพื่อรอรับรหัส OTP

4. จากนั้นระบบจะทำการส่งรหัส OTP มาทางข้อความ ในโทรศัพท์มือถือ พอได้มาแล้วก็ให้คุณกรอกรหัสนั้นลงไปในแอพฯ

5. ระบบจะขอ PIN หรือรหัส 6 หลัก ผู้ใช้จะต้องตั้งรหัสรักษาความปลอดภัย 6 หลักนี้เพื่อเข้าใช้งานแอพฯ "เป๋าตัง" ทุกครั้ง ดังนั้นผู้ใช้จึงต้องจำรหัส 6 หลักนี้ไว้ให้ดี เพื่อใช้ในการเข้าสู่แอพพลิเคชั่น

6. เมื่อได้รหัส 6 หลักแล้ว ก็สามารถนำรหัสนี้เข้าใช้งานแอพพลิเคชั่น "เป๋าตัง" ได้เลย 

  • ขั้นตอนการใช้จ่ายผ่าน "เป๋าตัง" สำหรับลูกค้า 

161072668399

 "ถุงเงิน" รับเงิน สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 

161072684259

แอพพลิเคชั่น "ถุงเงิน" เป็นแอพพลิเคชั่นที่เอาไว้รับเงิน สำหรับผู้ค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง โดยร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นมีคุณสมบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

1. เป็นกิจการประเภท ร้านอาหาร/เครื่องดื่ม/สินค้าทั่วไป ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายย่อย
2. ไม่ได้จดทะเบียนในรูปแบบนิติบุคคล
3. ไม่เป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์

ร้านค้าถุงเงินคนละครึ่ง สามารถรับเงินจากสิทธิคนละครึ่งได้ช่วงเวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการ และร้านค้าจะได้รับเงินจากการขายสินค้าในวันถัดไป 

  • วิธีสมัครเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งสำหรับร้านค้า

- สมัครใช้บริการแอพฯ "ถุงเงิน" ณ สาขาธนาคารกรุงไทย โดยร้านค้าที่ผ่านการลงทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ สามารถเปิดการใช้งานได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา https://www.ktb.co.th/th/contact-us/ktb-location
- เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยลงพื้นที่เก็บข้อมูลสถานประกอบกิจการ
- รอผลการพิจารณาทาง SMS (ระยะเวลาประมาณ 5 วันทำการ)
- กรณีร้านได้รับการอนุมัติเข้าร่วมโครงการฯ แอพฯถุงเงินจะแสดงปุ่ม "คนละครึ่ง"
- ร้านค้ากดปุ่ม "คนละครึ่ง" ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขโครงการ

โดยทุกขั้นตอนไม่ต้องใช้เอกสารประกอบ

  • ขั้นตอนการใช้งานแอพพลิเคชั่น "ถุงเงิน"

- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น "ถุงเงิน"
- เข้าใช้งานด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้กับธนาคาร
- เปิดแอปพลิเคชั่น และกดปุ่ม "สแกนบัตร"
- กรอกจำนวนเงินที่ต้องการรับชำระ
- สแกนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของลูกค้า และยืนยันการรับชำระ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ call center ธนาคารกรุงไทย 02-109-2345

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง