ระวังความผันผวนและแรงทำกำไรหลังไบเดนประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ

ระวังความผันผวนและแรงทำกำไรหลังไบเดนประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ
14 มกราคม 2564 | โดย บล.ยูโอบี เคย์เฮียนฯ
107

อาจมีแรงทำกำไรหลังการประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ว่าที่ประธานาธิปดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน มีกำหนดการแถลงถึงแผนกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่ ซึ่งเรามองเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการค้าโลก อย่างไรก็ตามระวังแรงทำกำไรที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าตัวเลขแผนดังกล่าวจะออกมาเท่าไหร่ หากตัวเลขต่ำกว่าคาด ตลาดอาจผิดหวัง ขณะที่หากตัวเลขสูงกว่าคาดมากก็จะกระตุ้นให้ค่าเงินเหรียญแข็งค่า รวมถึงคาดการณ์เงินเฟ้อและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร อาจเพิ่มสูงขึ้นจนทำให้อาจมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นได้ ดังนั้นเราเพิ่มระดับความระมัดระวังต่อความผันผวนระยะสั้น

การปรับลด GDP และประกาศงบ อาจกระทบธนาคารระยะสั้น ช่วงม.ค.64 กระทรวงการคลังมีแนวโน้มจะปรับลดตัวเลขประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2564 ลงจากเดิม +4.5% ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันระยะสั้นต่อหุ้นในกลุ่มธนาคาร ประกอบกับตลาดรอติดตามคุณภาพลูกหนี้ และสัญญาณเศรษฐกิจผ่านงบกลุ่มธนาคาร ซึ่งอาจเป็นแรงกดดันระยะสั้นต่อราคาหุ้น อย่างไรก็ตามเรามองการปรับลงจะเปิดโอกาสซื้อที่ดี เนื่องจากภาพการฟื้นตัวของผลประกอบการปี 2564 มีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในครึ่งหลังของปี หุ้นที่เราให้คำแนะนำซื้อ ได้แก่ BBL (TP 152), TISCO (TP 104) และ TMB (TP 1.42)

ระยะสั้นพลังงานและกลุ่มโภคภัณฑ์ มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่ากลุ่มอิงเศรษฐกิจในประเทศ ที่จะได้รับผลกระทบจากการระบาดระลองใหม่ และกำลังซื้อที่ชะลอโดยเฉพาะแรงงานในภาคบริการและท่องเที่ยว ทำให้กลุ่มพลังงาน (รวมหุ้นสาธารณูปโภคและไฟฟ้า) และโภคภัณฑ์ (ถั่วเหลือง, ปาล์ม, เดินเรือ ฯลฯ) ที่อิงราคาตลาดโลก และความต้องการจากภายนอก มีแนวโน้มที่จะรายงานผลการดำเนินงาน รวมถึงมีราคาหุ้นที่แข็งแกร่งกว่ากลุ่มอิงเศรษฐกิจในประเทศ โดยหุ้นใหญ่ เราชอบ PTTGC และ PTT ขณะที่ในหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ทางกลยุทธ์ชอบ AMA, PTG, TVO เป็นต้น ขณะที่ในกลุ่มพลังงานทดแทน เราชอบ EA, SUPER, ACE, ETC

คงมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมตลาดในระยะกลาง-ยาว. แม้ตลาดอาจผันผวนจากความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัวที่บิดเบือนภาพดัชนี แต่มีผลต่อหุ้นรายตัวในธีมลงทุนหลักที่เกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่มากนัก โดยเรายังคงมองบวกในหุ้นกลุ่ม พลังงาน, ปิโตรฯ, และการแพทย์ มากกว่าตลาด  ระยะสั้นคาดกลุ่มโรงไฟฟ้าและหุ้นปลอดภัยมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดี แต่ให้ระวังการถูกทยอยลดน้ำหนักการลงทุน เพื่อหมุนเข้ากลุ่มที่อิงการฟื้นตัวเศรษฐกิจในระยะถัดไป

ภาพรวมกลยุทธ์ แบ่งทำกำไรในหุ้นที่ปรับขึ้นมากและชะลอการไล่ราคา ระยะสั้นระวังแรงทำกำไรลดความร้อนแรง แต่ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ ภาพระยะกลาง-ยาว และกลยุทธ์เลือกรายตัว โดยเน้นซื้อในเชิงตั้งรับ // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร AMA*, ETC*. PTG*, TVO*

แนวรับ 1,520 จุด / แนวต้าน : 1,560 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

ประเด็นการลงทุน

มาเลเซีย-สิงคโปร์ ถอยหลังวัคซีนซิโนแวก. ผลการทดลองวัคซีน CoronaVac ของบริษัทซิโนแวกในบราซิลให้ประสิทธิภาพในการต้านไวรัสโควิดเพียง 50.4% โดยล่าสุดฝั่งรัฐบาลมาเลเซียและสิงคโปร์จะขอข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนที่จะอนุมัติใช้วัคซีนดังกล่าว

สภาผู้แทนฯมีมติถอดถอนทรัมป์ออกจากตำแหน่ง. สมาชิกสภาผู้แทนฯ ของสหรัฐมีมติ 232-197 เสียง ถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ออกจากตำแหน่งรอบที่ 2 เหตุปลุกระดมมวลชนบุกสภาคองเกรส ขณะที่วุฒิสภาจะเริ่มพิจารณาญัตติถอดถอนทรัมป์ในสัปดาห์หน้า

ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐเพิ่มขึ้นสอดคล้องคาดการณ์. กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ธ.ค. ปรับสูงขึ้น 0.4% mom และ 1.4% yoy รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของราคาพลังงาน

หอการค้าคาด เราชนะ ช่วยดัน GDP ปี 64 โตกว่า 2.5%. มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยว่า มาตรการแจกเงิน 3,500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน ของรัฐบาลนับเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด เชื่อช่วยเพิ่มกำลังซื้อดัน GDP ไทยปี 64 โตมากกว่า 2.5%

ประเด็นติดตาม: - 14 ม.ค. : US Beige Book / Chinese Trade Balance// 15 ม.ค. : US Industrial Production เดือน พ.ย. // 21 ม.ค. : ECB meeting // 27 ม.ค. – ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: