‘คาราบาวกรุ๊ป’ ไม่ใช่’หุ้น’ถูกที่สุด แต่เติบโตก็ยังไม่สุด

‘คาราบาวกรุ๊ป’ ไม่ใช่’หุ้น’ถูกที่สุด แต่เติบโตก็ยังไม่สุด
14 มกราคม 2564
1,058

บล.หยวนต้า ส่องกำไร“คาราบาวกรุ๊ป” ไตรมาส 4/63 กลับมาทำกำไรนิวไฮ ชี้ราคา”หุ้น”ไม่ถูกที่สุด แต่อีก 5 ปียังโตต่อเนื่อง คงแนะนำ “ซื้อ

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย)วิเคราะห์หุ้น บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ว่า กำไรปกติในไตรมาส 4/2563 จะกลับมทำนิวไฮ เนื่องจากโรงบรรจุกระป๋องใหม่เริ่มทำการผลิตทำให้รายได้ใน CLMV จะเติบโตได้ QoQ และ YoY ขณะที่รายได้ในประเทศฟื้นตัว QoQ ตามการบริโภค C+LOCK คาดว่าจะมียอดขายสูงที่สุดของปีที่ราว 40 ล้านขวด จากที่ทำได้ไปแล้ว 50 – 60 ล้านขวดจากการวางจำหน่ายเพียง 2 ไตรมาส อีกทั้งได้อานิสงค์บวกจากมาตรการ “คนละครึ่ง” ขณะที่รายได้รับจ้างจัดจำหน่ายให้บุคคลภายนอกคาดเติบโตทั้ง QoQ และ YoY จากเครื่องดื่มกลุ่มแอลกอฮอล์เป็น High season

เราคาดรายได้ที่ 4,816 ล้านบาท (+9.3% QoQ, +21.7% YoY) ส่วน GPM มีโอกาสขยับขึ้นอีก แต่เรายังคาดการณ์แบบระมัดระวังให้เท่ากับ 3Q63 ที่ 41.6% เนื่องจากใน 3Q63 เนื่องจากยังระมัดระวังค่าเสื่อมราคาของกำลังการบรรจุกระป๋องใหม่ที่เริ่มผลิตเป็นไตรมาสแรก

ส่วน SG&A/Sales คาดที่ 14.1% จาก 16.3% ใน 3Q63 และ 17.3% ใน 4Q62 ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น และได้ส่วนลดจากค่าสนับสนุน EFL ราวไตรมาสละ 20 ล้านบาท ถึง 2Q64 คาดกำไรปกติที่ 1,054 ล้านบาท (+15.1% QoQ, +35.1% YoY) ทำระดับสูงสุดใหม่และเป็นไตรมาสแรกที่ทำระดับกำไรแตะ 1,000 ล้านบาท ได้ 

ปี 2564 รุกหนัก CLMV ต้นทุนลด ออกสินค้าใหม่

บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2564 เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% YoY (เราคาด +17% YoY) รายได้ในประเทศตั้งเป้าเติบโต 20% YoY รายได้ต่างประเทศตั้งเป้าเติบโต 25% YoY โดยจะมีการออกสินค้าใหม่ในกลุ่ม C+LOCK อย่างน้อย 1 ตัว และกำลังศึกษาเครื่องดื่มบำรุงกำลังตัวใหม่อยู่ด้วย เมียนมาร์จะเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญมากขึ้น ปัจจุบันยังเน้นขายที่เพียงย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์จึงยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่าย และ OEM ขวดแก้วจะยังโตดีซึ่งจะทำให้ GPM ขยายตัวด้วย เนื่องจากมีสินค้าแอลกอฮอล์ที่ได้รับการตอบรับที่ดีเป็นสินค้ามูลค่าสูงทำให้กำไรดีและจะมีสินค้าตัวใหม่ในปีนี้ และใน 1Q64 บริษัทย่อย APM จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์กล่องกระดาษเพื่อใช้เองในกลุ่มได้ จะช่วยเพิ่มภาพลักษณ์สินค้าดูดีขึ้น และลดต้นทุนการผลิตหนุน GPM ขยายตัวต่อ นอกจากนี้การลงทุนเครื่องจักรใหม่ยังได้ BOI ทำให้ Effective tax rate ในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะต่ำกว่า 20% เราคาดที่ 18%

ไม่ถูกที่สุด แต่เด่นที่การเติบโตยังไม่สุดไปอีก 5 ปี ... คงคำแนะนำ ซื้อ

บริษัทยังคงคาดหวังรายได้ที่เติบโตแบบเลขสองหลักต่อเนื่องในอีก 5 ปีข้างหน้าจากสินค้าใหม่ และตลาดใหม่ เราคงประมาณการกำไรปี 2564 ที่ 4,608 ล้านบาท (+27.0% YoY) จากการฟื้นตัวของรายได้ในประเทศ และ CLMV รวมทั้งสินค้าใหม่ และการลดต้นทุนการผลิต

ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER2564 ที่ 25.9 เท่า ไม่ถูกที่สุดในกลุ่ม แต่ถือว่าถูกเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตของ CBG ที่ถูกซื้อขายที่ 35 – 40 เท่า และ CBG ที่มีเป้าหมายการเติบโตที่ชัดเจน เพราะยังมีตลาดใหม่ที่มีโอกาสเติบโตสูงอีกมาก คงราคาเป้าหมายที่ 152.50 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง