สธ.เข้มมาตรการองค์กร หลังพบการติดเชื้อในที่ทำงานเพิ่มขึ้น

สธ.เข้มมาตรการองค์กร หลังพบการติดเชื้อในที่ทำงานเพิ่มขึ้น
13 มกราคม 2564
133

สธ.เผยพบการติดเชื้อในที่ทำงานเพิ่มขึ้น แนะเข้มมาตรการองค์กร

วันนี้ (13 มกราคม 2564) ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี  นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค และนพ.วิชาญ ปาวัน ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทย โดย นพ.จักรรัฐกล่าวว่า วันนี้ครบรอบ 1 ปีของการพบผู้ป่วยโควิด 19 รายแรกที่แถลงไปเมื่อปี 2563 เป็นผู้ป่วยหญิง จากอู่ฮั่น ส่วนการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม 2563 วันนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 157 ราย ยอดสะสม 6,754 ราย แบ่งเป็นคนไทย 47% เมียนมา 40% กัมพูชา 2% และอื่นๆ 10% แม้กราฟผู้ติดเชื้อรายใหม่เริ่มลดลง แต่ยังวางใจไม่ได้ ต้องติดตามแนวโน้มการระบาดในสัปดาห์หน้า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อใน 60 จังหวัด มีพื้นที่สีเขียวไม่มีรายงานผู้ป่วยในช่วง 7 วันที่ผ่านมา 20 จังหวัด พื้นที่สีแดงที่มีผู้ป่วยมากกว่า 50 ราย 10 จังหวัด  

สธ.เผย พบการติดเชื้อในที่ทำงานเพิ่มขึ้น เหตุผู้สัมผัสเสี่ยงสูงไม่กักตัว แนะเข้มมาตรการองค์กร

สำหรับ จ.สมุทรสาครได้รับกำลังใจและการสนับสนุนทีมทางการแพทย์เสริมทีมปฏิบัติงานในพื้นที่ เช่น จากโรงพยาบาลบ้านโป่ง จ.ราชบุรี ที่ร่วมปฏิบัติงานโรงพยาบาลสนามวัดโกรกกราก ทีมเฝ้าระวังสอบสวนควบคุมโรค และทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ จากเขตสุขภาพที่ 8 รวม 15 ทีม ที่เข้ามาร่วมปฏิบัติงานควบคุมโรค จ.สมุทรสาคร ส่วนแนวโน้มพบมีผู้ติดเชื้อลดลง แต่อาจพบเพิ่มขึ้นอีกจากการค้นหาเชิงรุก  

ขณะนี้เราพบการติดเชื้อโควิด 19ในสถานประกอบการมาจากพนักงานที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง อยู่ระหว่างรอผลการตรวจไม่กักตัว จึงต้องร่วมกันป้องกันไม่ให้เป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์  เน้นย้ำมาตรการองค์กร เว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก ล้างมือ คัดกรองวัดไข้พนักงาน หากพบผู้ติดเชื้อต้องตรวจคัดกรองพนักงาน และกักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงให้ครบ 14 วัน รวมถึง อสม.ช่วยกำกับติดตามด้วย  ซึ่งขณะนี้ได้ปรับมาตรการให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงได้ตรวจหาเชื้อตั้งแต่วันแรก” นพ.จักรรัฐ กล่าว

ด้าน นพ.วิชาญ ปาวัญ ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กล่าวว่า การระบาดระลอกใหม่ของ กทม. จำนวนผู้ป่วยยังไม่สูงเท่าระลอกแรก เป็นการติดเชื้อไม่มีอาการถึง 49% ขณะที่ระลอกแรกพบติดเชื้อไม่มีอาการเพียง 29% มีรายงานผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสอบสวนโรค (PUI) จำนวนมาก แสดงว่าระบบเฝ้าระวังในพื้นที่ยังเข้มข้น  โดยพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนสำคัญใน กทม. คือ กรณีเชื่อมโยงสมุทรสาคร และกรณีสถานบันเทิง คือ ย่านปิ่นเกล้า ธนบุรี และบางนา แต่ที่ต้องเฝ้าระวังคือ ขณะนี้เริ่มพบการระบาดในครอบครัวและสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง จึงต้องย้ำมาตรการเฝ้าระวังในสถานประกอบอย่างเข้มข้น

“ขณะนี้เราพบการระบาดเชื่อมโยงกับหลายพื้นที่ จากการที่กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ไม่กักตัวยังไปในหลายพื้นที่ทำให้แพร่เชื้อไปได้รวดเร็ว  เช่น กรณีบ่อนพนันพัทยา เชื่อมโยงสถานบันเทิงใน กทม.และเชียงใหม่ เริ่มจากมีผู้ป่วย 3 ราย นำเชื้อไปติดบุคลากรทางการแพทย์ พนักงานในสถานบันเทิง ส่วนอีกตัวอย่างเป็นนักเที่ยวนำเชื้อไปติดพนักงานคนใกล้ชิด ครอบครัว และผู้ที่มาเที่ยว ส่วนกรณีเชื่อมโยงกับร้าน New Jass Plaza มีผู้ป่วย53 ราย ติดเชื้อในครอบครัวค่อนข้างน้อย แต่จะไปแพร่ให้เพื่อนร่วมงานและผู้ที่ไปมาหาสู่กันจำนวนมาก”นพ.วิชาญกล่าว
 

นพ.วิชาญ กล่าวว่า กทม.ได้ให้ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง เฝ้าระวังผู้มารับบริการและชุมชนต่างด้าว  ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทุกรายใน กทม. ปัจจุบันมี 2,200 กว่าราย  จุดเสี่ยงสำคัญคือ ตลาด ที่มีความเชื่อมโยงกับผู้ค้าจากสมุทรสาคร ตั้งเป้าตรวจผู้ค้าทุกรายที่มาจากพื้นที่เสี่ยงโดยการตรวจน้ำลาย ปัจจุบันตรวจแล้ว 1.2 หมื่นราย พบผู้ป่วย 14 ราย และกำลังวางแผนเก็บตัวอย่างน้ำลายอีก 1.8 หมื่นราย ครอบคลุมตลาดที่มีความเสี่ยงสูงทั้งหมด ส่วนมาตรการของแรงงานต่างด้าวได้กำหนดจุดด่านตรวจไม่ให้เคลื่อนย้าย และเฝ้าระวังในโรงงานที่มีแรงงานต่างด้าวโดยจะนำเสนอ ศบค.กทม.อนุมัติต่อไป

สธ.เผย พบการติดเชื้อในที่ทำงานเพิ่มขึ้น เหตุผู้สัมผัสเสี่ยงสูงไม่กักตัว แนะเข้มมาตรการองค์กร

ส่วนกรณีเด็กอายุ 3 เดือนติดเชื้อโควิด 19 เป็นการติดเชื้อในครอบครัวในเขตพื้นที่บางบอน ซึ่งในครอบครัวมี 5 คน พบติดเชื้อ 3 คน คือ แม่อายุ 40 ปี และลูกชาย 2 คน อายุ 7 ปีและ 3 เดือน จากการสอบสวนโรคพบว่า เพื่อนของสามีมารับประทานหมูกระทะที่บ้าน ต่อมาเพื่อนที่มาเยี่ยมมีอาการจมูกไม่ได้กลิ่น ไปตรวจพบการติดเชื้อ จึงแจ้งมาที่ครอบครัว เมื่อไปทำการตรวจจึงพบการติดเชื้อและนำเข้าสู่การรักษาแล้ว

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง