ส่อง 10 'หุ้น' มาร์เก็ตแคปสูงสุด ปี 2563 !

ส่อง 10 'หุ้น' มาร์เก็ตแคปสูงสุด ปี 2563 !
13 มกราคม 2564
1,086

จบปี 2563 ท่ามกลางการแพร่ระบาดโควิด-19 รุมเร้าหนัก แต่สำหรับ 'ความมั่งคั่ง' ในตลาดหุ้นไทย พบ10 "หุ้น" มาร์เก็ตแคปสูงสุด! แห่งปี นำทีมด้วย PTT แตะ 1.12 ล้านล้านบาท !

จากการสำรวจ 'มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด' (Market Capitalization) ของตลาดหุ้นไทยประจำปี 2563 พบว่า หุ้นที่มีมาร์เก็ตแคป สูงสุด 10 อันดับแรก ! แน่นอนต้องเป็นหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) ที่อยู่ใน SET 50 ของตลาดหุ้นไทยที่มี 'ความมั่งคัง' (Wealth) ทางธุรกิจ แม้ตลอดทั้งปี 256 จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากบ้างน้อยบ้างคือ... 

1.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เจ้าของธุรกิจพลังงาน-ปิโตรเคมีเบอร์ 1 ของเมืองไทย อยู่ที่ 1.21 ล้านล้านบาท โดยราคาหุ้น 'สูงสุด' (New High) อยู่ที่ 47.75 บาท (8 ม.ค.) ราคา 'ต่ำสุด' (New Low) อยู่ที่ 23.20 บาท (13 มี.ค.)

2.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เจ้าของธุรกิจต่อเนื่องกับกิจการท่าอากาศยาน จำนวน 9 บริษัท ถือเป็นผู้ผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว แถมยังมีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ มีมาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 8.89 แสนล้านบาท โดยราคาหุ้นสูงสุด 76.75 บาท (14 ม.ค.) ราคาต่ำสุด 45.25 บาท (19 มี.ค.)  

 

3.บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการจัดการระบบกำลังไฟฟ้า (Power management solutions) รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท ได้แก่ พัดลมอิเล็กทรอนิกส์ (DC Fan) อีเอ็มไอ ฟิลเตอร์ (EMI) และโซลินอยด์ มีฐานการผลิตอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ได้แก่ เอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้ มีมาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 6.06 แสนล้านบาท โดยราคาหุ้นสูงสุด อยู่ที่ 838 บาทต่อหุ้น (28 ธ.ค.) ราคาต่ำสุด อยู่ที่ 27 บาทต่อหุ้น (13 มี.ค.)

4.บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ธุรกิจให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม โดยรวมถึงธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และธุรกิจดิจิทัล เซอร์วิส มีมาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 5.23 แสนล้านบาท โดยราคาหุ้นสูงสุดอยู่ที่ 224.00 บาท (7 ม.ค.) ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 156.50 บาท (13 มี.ค.)

5.บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ธุรกิจร้านสะดวกซื้อภายใต้เครื่องหมายการค้า 7-Eleven และให้สิทธิแก่ผู้ค้าปลีกรายอื่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มีมาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 5.23 แสนล้านบาท โดยราคาสูงสุดอยู่ที่ 76.00  (23 ม.ค.) ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 53.50 บาท (30 ต.ค.)

6.บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ธุรกิจการลงทุน (Holding company) ใน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจเคมิคอลส์ และธุรกิจแพคเกจจิ้ง มีมาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 4.35 แสนล้านบาท โดยราคาหุ้นสูงสุด อยู่ที่ 402.00 (9 ธ.ค.) ราคาต่ำสุด อยู่ที่ 244.00 บาท (13 มี.ค.)        

7.บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ธุรกิจลงทุน (Holding Company) ของบริษัทอื่นที่ประกอบธุรกิจหลักด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และน้ำเย็น และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีมาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 4.01 แสนล้านบาท โดยราคาหุ้นสูงสุด อยู่ที่ 41.03 บาท (21 พ.ค.) ราคาต่ำสุด อยู่ที่ 22.34 บาท (13 มี.ค.)  

8.บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สหภาพเมียนมา เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แอลจีเรีย มีมาร์เก็ตแคป อยู่ 3.90 แสนล้านบาท โดยราคาหุ้นสูงสุด อยู่ที่ 136.00 บาท (8 ม.ค.) ราคาต่ำสุด อยู่ที่ 50.50 บาท (13 มี.ค.)

9.บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ของประเทศ โดยมีโรงพยาบาลเครือข่ายในไทยและกัมพูชา มีมาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 3.30 แสนล้านบาท โดยราคาหุ้นสูงสุด อยู่ที่ 26.50 บาท (27 ม.ค.) ราคาต่ำสุด อยู่ที่ 15.60 บาทต่อหุ้น (13 มี.ค.)

และ 10.ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ผู้ประกอบการธนาคารให้บริการผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินเพื่อธุรกิจ มีมาร์เก็ตแคป อยู่ที่ 2.97 แสนล้านบาท โดยราคาหุ้นสูงสุด 122.50 บาท (3 ม.ค.) ราคาต่ำสุด 58.00 บาท (23 มี.ค.)

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: