KBANK - ถือ

KBANK - ถือ

ฟื้นตัวช้ากว่าจะระยะสั้น

Event

แนวโน้มปี 2564 และประมาณการ 4Q63

lmpact

กำไรใน 4Q63 จะอยู่ที่ 1.6 พันล้านบาท (-76% QoQ, -82% YoY) กำไรปี 2563F จะลดลง 54% YoY

ประมาณการของเราสะท้อนถึง i) อัตราการเติบโตของ NII ที่เพิ่มขึ้นเป็น +2% QoQ และ +8% YoY ตามการเติบโตของสินเชื่อ ii) กำไรจากการลงทุนเพิ่มขึ้น QoQ จากบริษัทประกันในเครือ iii) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น QoQ แต่ลดลง YoY iv) กันสำรองเพิ่มขึ้น QoQ โดยกำหนด credit cost ไว้ที่
220bps ใน 4Q63 และประมาณ 260bps ในปี 2563

ต้องใช้เวลานานขึ้นในการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์

ธนาคารเผยว่าประมาณ 70% ของลูกหนี้ที่เข้าโครงการผ่อนผันหนี้มีความเสี่ยงต่ำ และสามารถกลับมาชำระหนี้ต่อได้หลังสิ้นสุดโครงการ ในขณะที่อีก 20% เป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหว โดยมีแค่ 10% เท่านั้นที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ มีลูกหนี้ประมาณ 40% ของพอร์ตสินเชื่อธนาคารที่เข้าโครงการผ่อนผันหนี้ในขณะที่ทางการก็ผ่อนคลายเกณฑ์การกำกับดูแล โดยเปิดช่องให้ธนาคารให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ลูกค้าที่ประสบปัญหาเพิ่มได้อีกหลังสิ้นสุดโครงการผ่อนผันหนี้แล้ว เราคาดว่า NPL ของ KBANK จะยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่จะต้องใช้เวลาในการบริหารจัดการนานขึ้น ซึ่งที่ระดับปัจจุบันเราใช้สมมติฐานว่า NPL ของ KBANK จะเพิ่มขึ้น 15% QoQ และ 32% YoY ใน 4Q63

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2563/64 ขึ้นอีกปีละ 10%

เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2563F ขึ้นอีกเพื่อสะท้อนถึงการปรับลดสมมติฐาน credit cost ลงเหลือ 270bps (จากเดิมที่เราคาดไว้ที่ 290bps) ในขณะที่เรายังคงสมมติฐาน credit cost ปี 2564 เอาไว้เท่าเดิมที่ 250bps นอกจากนี้ เรายังปรับเพิ่มประมาณการรายได้จากการค้าหลักทรัพย์ของบริษัทประกันในเครือของ KBANK ใน 4Q63 ขึ้นอีกด้วย ในขณะเดียวกัน เราก็ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2564 เพื่อสะท้อนถึงรายได้จากการปริวรรตเงินตรา และรายได้จากการค้าหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นด้วย

แนะนำ ถือ โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2564F ที่ 130 บาท อิงจาก P/BV ที่ 0.7x

KBANK มีการปล่อยกู้ให้กับลูกหนี้ที่ประสบปัญหาจากการระบาดของ COVID-19 มากที่สุด การที่ธปท. ผ่อนคลายเกณฑ์ให้ธนาคารแช่แข็งหนี้มีปัญหาเอาไว้ก่อนจนถึงสิ้นปี 2564 และส่งเสริมให้ลงบัญชีหนี้มีปัญหาที่ลูกหนี้ชำระค่างวดติดต่อกันสามเดือนเป็นสินเชื่อปกติ/performing loan จะทำให้ KBANK มีเวลาในการบริหารจัดการประเด็นนี้ได้นานขึ้น และทำให้แรงกดดันที่ต้องกันสำรองเพิ่มถูกเลื่อนออกไป อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ผ่านพ้นช่วงนี้ไปแล้ว เราคาดว่าผลประกอบการของธนาคารจะฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเราประเมินราคาเป้าหมายใหม่ของ KBANK ที่ 130 บาท โดยอิงจาก P/BV ที่ 0.7xจากเดิมที่ 115 บาท

Risks

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น, NPL เพิ่มขึ้น >50%, มีการลดดอกเบี้ยอีก