'ทักษิณ' สวมบท 'เสือหมอบ' ยอมเจ็บ แต่ไม่จบ

'ทักษิณ' สวมบท 'เสือหมอบ' ยอมเจ็บ แต่ไม่จบ
5 มกราคม 2564
37,176

เมื่อ "ทักษิณ" อยากกลับบ้าน มาเลี้ยงหลานที่เมืองไทย ในวัย 72 ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องยาก และนี่ไม่ใช่ความพยายามครั้งแรกของอดีตนายกรัฐมนตรี คนนี้

หลังจากเก็บตัวเงียบไปนาน ก็มีจังหวะให้ทักษิณ ชินวัตรต้องเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะการเขียนจดหมายน้อย การอัดคลิปวีดิโอ ส่งมาช่วยผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ หาเสียง

มาจนถึงการให้สัมภาษณ์ ล่าสุด ที่พูดเสียงดังฟังชัดว่า อยากกลับมาเลี้ยงหลาน เพราะตัวเองแก่แล้ว วัย 72 จะไปนั่งเล่นการเมืองอะไรอีก มีแต่ห่วงบ้านเมืองเท่านั้น

จะกลับเมืองไทยเมื่อไรนั้น มันไม่ใช่ผมเป็นคนกำหนดทักษิณ ระบุ ถึงปัจจัยที่จะกลับประเทศได้หรือไม่

นอกจากนั้นทักษิณได้ปฏิเสธถึงสิ่งที่ถูกถามว่า คนในตระกูลชินวัตรยังมีผู้นำทางการเมืองหรือไม่ ว่าพอก่อนครับ ต้องร้องเพลงเจ็บนี้อีกนาน

ครั้งนี้ไม่ใช่ความพยายามครั้งแรกของทักษิณที่แสดงท่าทีอยากกลับประเทศไทย ทักษิณ พูดอยู่เสมอในหลายโอกาส และเห็นได้จากพรรคการเมือง ที่เขาสนับสนุนในช่วงที่มีอำนาจเมื่อหลายปีก่อน ก็เดินเกมเพื่อหาช่องทางช่วยเขามาตลอด

หนึ่งในนั้นคือการเสนอ...นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย

กรณีของทักษิณแตกต่างจากคนอื่นๆ ตรงที่เขาต้องคำพิพากษาศาลให้จำคุกหลายคดี เมื่อเขาเลือกเดินทางไปต่างประเทศ โดยไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จึงถือเป็นความยากในตัวของมันเอง

การปรากฎตัวบนหน้าสื่ออย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางปัญหาภายในพรรคเพื่อไทยที่อยู่ในอาการระส่ำระสาย เมื่อศึกระหว่างคนในพรรคกันเอง และคนที่คุมพรรคอีกเลเวล เร่งสุมไฟจนปะทุ ส่งผลให้สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์และแกนนำคนสำคัญหลายคน ตัดสินใจทิ้งพรรคไปในที่สุด และมีแนวโน้มว่า คนสำคัญในพรรคอีกหลายคน เตรียมชิ่งออกจากพรรค เมื่อการเลือกตั้งครั้งหน้ามาถึง

ปัญหาภายในเพื่อไทยที่ว่าหนักแล้ว ก็มีเรื่องที่หนักมากกว่า เมื่อถูกร้องยุบพรรค จากการที่ทักษิณช่วยผู้สมัครนายก อบจ. ที่ลงในนามเพื่อไทยหาเสียง เข้าข่ายฝ่าฝืน พระราชบัญญัติประกอบรัฐประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 29 ที่ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม

ในจังหวะไล่เลี่ยกัน ก็มีรายงานข่าวว่าศาลฎีกา ได้พิพากษายกคำขออุทธรณ์ของทักษิณกรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากการขายหุ้นชินคอร์ป มูลค่า 1.76 หมื่นล้าน นั่นเท่ากับว่าหากเป็นเช่นนั้น เงินจำนวนดังกล่าวจะต้องจ่ายให้กับรัฐในเวลาที่กำหนด

นี่คือย่างก้าวสำคัญของคนที่ชื่อทักษิณที่ยังต้องเผชิญ หลายปัญหาในเวลาเดียวกัน ทั้งเรื่องการบริหารจัดการพรรค ทั้งเรื่องที่ผูกโยงกับตัวเอง

กว่า 10 ปี ที่ทักษิณปักหลักยังต่างแดน เคยเปิดหน้าสู้ ในช่วงคนเสื้อแดงเฟื่องฟู เคยตั้งความหวังว่าพรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทยยุคหนึ่ง จะปูทางให้กลับบ้านเกิดอย่างสง่างาม แต่จนถึงวันนี้เป้าหมายก็ยังไม่สำเร็จ

แม้จะเปลี่ยนบทบาท เลือกเป็นเสือหมอบไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมาระยะเวลาหนึ่ง ก็คงรู้แล้วว่า ไม่ได้ผล และผู้มีอำนาจซึ่งอยู่ฝ่ายตรงข้าม มองทะลุปรุโปร่ง ว่าอาจใช้เรียกคะแนนสงสารอยากกลับมาเลี้ยงหลาน ทั้งที่ทักษิณอาจไม่ได้พร้อมหมอบอย่างศิโรราบ ตามที่บางคนเข้าใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง