'เนสท์เล่' เดินหน้าหนุนการเกษตรฟื้นฟู หวังลด "คาร์บอนฟุตพริ้นท์"

'เนสท์เล่' เดินหน้าหนุนการเกษตรฟื้นฟู หวังลด
17 ธันวาคม 2563
168

'เนสท์เล่' ประกาศเดินหน้าการเกษตรแบบฟื้นฟู พร้อมมุ่งสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน หวังรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

"เนสท์เล่" ได้นำมาตรการหลายอย่างมาใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2573 และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจนเหลือศูนย์ (net zero) ภายในปี 2593 พร้อมกับการสร้างความเติบโตให้บริษัทในเวลาเดียวกัน

โดยการดำเนินการของเนสท์เล่มุ่งเน้นที่การสนับสนุนเกษตรกรและซัพพลายเออร์ให้สามารถทำการเกษตรแบบฟื้นฟู ตลอดจนปลูกต้นไม้หลายร้อยล้านต้นภายในอีก 10 ปีข้างหน้า และปรับองค์กรไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนได้ทั้ง 100% ภายในปี 2568 นอกจากนี้ เนสท์เล่ยังพยายามเพิ่มจำนวนแบรนด์ในเครือที่ “ปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์” ให้มากขึ้น

160812903152

พอล บุลเก้ ประธานกรรมการเนสท์เล่ กล่าวว่า บริษัทตระหนักดีว่าการใช้มาตรการที่เฉียบขาดในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้น เป็นสิ่งสำคัญในเชิงกลยุทธ์ เพราะมีส่วนช่วยทั้งเร่งและยกระดับการทำงานให้พัฒนาไปสู่ความสำเร็จระยะยาวได้ และมีบทบาทช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่คนรุ่นหลัง

ทั้งนี้แนวทางแผนงานนี้ เกิดจากการทบทวนภาพรวมของธุรกิจและการดำเนินงานของเนสท์เล่เพื่อให้เข้าใจประเด็นความท้าทายนี้ได้อย่างลึกซึ้ง และตัดสินใจดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ บริษัทมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 92 ล้านตันในปี 2561 ซึ่งบริษัทจะใช้เป็นปีฐานในการประเมินความก้าวหน้าต่อไป

ด้าน มาร์ค ชไนเดอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเนสท์เล่ กล่าวเสริมว่า การจัดการกับปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รอไม่ได้ เพราะประเด็นนี้เป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จในระยะยาวของธุรกิจ นับเป็นโอกาสที่ดีในการแก้ไขและขจัดปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะเนสท์เล่ดำเนินธุรกิจอยู่ในเกือบทุกประเทศทั่วโลก จึงมีความพร้อมทั้งด้านขนาด  ศักยภาพ และการเข้าถึง ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ บริษัทจะร่วมมือกับเกษตรกร พันธมิตรในอุตสาหกรรม รัฐบาล องค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร และลูกค้าเพื่อร่วมกันช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

การดำเนินงานของเนสท์เล่ในการทำให้อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ดังนี้ 1.บริษัทได้ทำงานร่วมกับเกษตรกรมากกว่า 500,000 ราย และซัพพลายเออร์อีก 150,000 ราย โดยช่วยสนับสนุนให้นำแนวทางด้านการเกษตรฟื้นฟูไปใช้ ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วยพัฒนาคุณภาพดิน รวมทั้งรักษาและฟื้นฟูความหลากหลายในระบบนิเวศ เนสท์เล่ได้ตอบแทนกลับสู่เกษตรกร ด้วยการซื้อสินค้าของพวกเขาในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด รวมถึงการซื้อสินค้าในปริมาณมากขึ้น และร่วมลงทุนในส่วนที่ต้องอาศัยเงินลงทุน ทั้งนี้เนสท์เล่ตั้งเป้าว่าจะต้องจัดหาวัตถุดิบต่าง ๆ จากการทำการเกษตรแบบฟื้นฟูเป็นปริมาณ 14 ล้านตันภายในปี 2573 ซึ่งจะไปกระตุ้นความต้องการในสินค้าดังกล่าวด้วย

160812904661

และเนสท์เล่ยังได้ยกระดับโครงการปลูกป่าทดแทนให้เพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านต้นต่อปี ในช่วงอีก 10 ปีข้างหน้า ในบริเวณที่มีการจัดซื้อหรือจัดหาวัตถุดิบต่าง ๆ เพราะการมีต้นไม้มากขึ้น หมายถึงร่มเงาที่เพิ่มขึ้นสำหรับพืชผลต่าง ๆ ช่วยขจัดคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศได้เพิ่มขึ้น ให้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและคุณภาพดินที่ดีขึ้นด้วย สำหรับการจัดหาสินค้าโภคภัณฑ์หลัก ๆ ของบริษัท อย่างน้ำมันปาล์มและถั่วเหลือง จะไม่มีการตัดไม้ทำลายป่าภายในปี 2565 ความพยายามในการดำเนินมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้  เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างเนสท์เล่กับชุมชนเกษตรกร ด้วยการช่วยให้ชีวิตพวกเขามีความแน่นอนขึ้น และมีรายได้มากขึ้น

2.ด้านการดำเนินงาน เนสท์เล่คาดว่าจะสามารถปรับการดำเนินงาน 800 แห่งใน 187 ประเทศให้ใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนทั้ง 100% ได้ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งบริษัทได้เปลี่ยนรถขนส่งทั่วโลกให้เป็นแบบที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดการเดินทางเพื่อธุรกิจภายในปี 2565 นอกจากนี้ ยังนำมาตรการอนุรักษ์น้ำและฟื้นฟูแหล่งน้ำมาใช้ รวมทั้งจัดการกับปัญหาขยะอาหารที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานอีกด้วย

160812908077

3.ด้านพอร์ตผลิตภัณฑ์ เนสท์เล่ได้ดำเนินการขยายฐานให้มีอาหารและเครื่องดื่มที่ทำจากพืช (plant-based) มากขึ้น และได้ปรับสูตรผลิตภัณฑ์ให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เนสท์เล่พยายามเพิ่มแบรนด์ในเครือที่ “ปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์” ให้มีจำนวนมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย

ทั้งนี้ แม็กดิ บาตาโต รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติงาน กล่าวว่า เกือบสองในสามของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาจากการเกษตร จึงเห็นได้ชัดว่า การทำการเกษตรแบบฟื้นฟูและการปลูกป่าทดแทนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะนำไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) ความพยายามต่าง ๆ เหล่านี้  จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งเราจะพยายามลดการปล่อยก๊าซที่เกิดจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และจะพัฒนาพอร์ตผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น

160812906256

ทั้งนี้ เนสท์เล่เตรียมลงทุนกว่า 3,200 ล้านสวิสฟรังก์ (ประมาณ 109,192 ล้านบาท คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 4 ธันวาคม 2563) ในอีก 5 ปีข้างหน้าเพื่อเร่งการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งในจำนวนนี้จะเป็นการลงทุน 1,200 ล้านสวิสฟรังก์ (ประมาณ 40,947 ล้านบาท) เพื่อเร่งการทำการเกษตรแบบฟื้นฟูตลอดระบบซัพพลายเชนของบริษัท แหล่งเงินทุนของการลงทุนครั้งนี้จะมาจากการบริหารค่าใช้จ่ายของการดำเนินงานทางธุรกิจและค่าใช้จ่ายทางโครงสร้างให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อทำให้ไม่เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการลงทุนครั้งนี้

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง