"ที่เที่ยว" จะไป "ต้องจอง"

"ที่เที่ยว" จะไป "ต้องจอง"

เปิดหูเปิดตากับ "แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ" ที่ใช่ว่าคิดจะแบกเป้ไปเมื่อไรก็ได้ เพราะแต่ละปีเปิดให้ได้เที่ยวเป็นรอบๆ ไป แต่รับประกันความงดงามของทรัพยากรที่ได้รับการดูแลจัดการผ่านวิธีจำกัดช่วงเวลาและนักท่องเที่ยว

ใครที่ไม่อยู่ในแวดวงของเขา คงไม่เข้าใจว่า ทำไมนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งจึงนิยม "การเที่ยวแบบผจญภัย" ต้องแบกเป้ส่วนตัว เดินป่า ขึ้นดอยสูงชัน อาบน้ำในลำธาร ทำธุระส่วนตัวในป่า ไม่มีไฟฟ้า บางที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ด้วย ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสักอย่าง แต่เชื่อหรือไม่ว่า ก็ยังมีนักท่องเที่ยวแนวนี้เดินทางกันอยู่ไม่ขาดสายและนับวันจะมีหน้าใหม่เข้ามาทดแทนเรื่อยๆ

พื้นที่ที่เป็นตำนาน หรือจะเรียกว่าเป็นปฐมบทของนักท่องเที่ยวประเภทนี้ก็คือ ภูกระดึง ซึ่งคนทุกเพศทุกวัยสามารถเดินขึ้นได้ ไปเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติด้านบนหลังภูได้ แต่ภูกระดึงก็ยังไม่อาจถือได้ว่าเป็นการท่องเที่ยวแนวผจญภัยที่เต็มรูปแบบนัก เพราะเหนื่อยแค่ช่วงเดินขึ้นและเดินลงเท่านั้น ทั้งระหว่างทางก็มีร้านค้าซื้อของกินของใช้ได้สารพัด ยิ่งเมื่อขึ้นไปถึงหลังแป ก็ยิ่งสะดวกสบายไปทุกอย่าง แม้กระทั่งหมูกระทะยังมีให้กิน แต่ภูกระดึงก็เหมือนเป็นประตูที่ชักนำให้นักท่องเที่ยวแนวนี้เข้าสู่โลกของการท่องเที่ยวแนวเดินป่า ที่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับภูกระดึงนี้ยังมีที่เขาหลวงสุโขทัย อุทยานแห่งชาติรามคำแหงอีกที่หนึ่งด้วย

ที่เข้มข้นขึ้นมาอีกระดับคือแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ ต้องเดินเท้าเข้าไปอย่างเดียว นักท่องเที่ยวต้องแบกเป้ส่วนตัวเอง ไปกิน ไปนอนในป่า ขึ้นเขาลงห้วย ข้ามคลอง ลงหุบ มีทาก มีเห็บ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดทั้งสิ้น ช่วยกันทำอาหาร ช่วยกันล้างภาชนะ อาบน้ำ ดื่มน้ำในลำธาร ขุดหลุมเพื่อทำธุระหนัก หาพุ่มไม้ทึบดงหนาทำธุระเบา กางเต็นท์ ผูกเปลนอน ฝนตกมาก็ซ่อมแซมที่หลับที่นอนเอาอย่าให้เปียกฝน แล้วอย่าคิดว่าจะมีแต่ผู้ชายที่ชอบเที่ยวแบบนี้ แต่เปล่าเลย มีคนทุกเพศทั้งผู้หญิง ผู้ชาย เพศทางเลือก เพียงแต่แหล่งท่องเที่ยวประเภทนี้นักท่องเที่ยวจะต้องขออนุญาตจากพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอุทยานแห่งชาติ บางแห่งเป็นเขตรักษาพันธุสัตว์ป่า ส่วนใหญ่พื้นที่เหล่านี้เขาจะสนับสนุนจัดเจ้าหน้าที่นำทางให้ การเดินป่าของนักท่องเที่ยวที่เจ้าหน้าที่ต้องนำทางและดูแลนักท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นการปรามผู้ที่จะกระทำความผิดไปในตัวด้วย

160758387548

สถานที่ในกลุ่มนี้ ก็อย่างเช่น หินกูบในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ยอดเขาหลวงอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง ทุ่งโนนสนอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เดินป่าขึ้นยอดเขาหลวง(มีหลายยอดเขา หลายเส้นทาง)อุทยานแห่งชาติเขาหลวง ลานสนอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว เขาเจ็ดยอดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ดอยลังกาหลวง-ลังกาน้อย อุทยานแห่งชาติขุนแจและแม่ตะไคร้(รอยตะเข็บเชื่อมต่อสองอุทยานแห่งชาติ) ดอยหลวงตากอุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย ม่อนจองเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย น้ำตกปิตุโกร(น้ำตกรูปหัวใจ)เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และที่ค่อนข้างเดินง่ายคือเส้นทางเดินป่าเลียบหน้าผาจากน้ำตกสร้อยสวรรค์ไปผาแต้มของอุทยานแห่งชาติผาแต้ม เพราะไม่มีเดินขึ้นเขาชันเลย กลุ่มนี้มีแค่ขออนุญาต ถ้าพื้นที่อนุญาตก็เตรียมตัวไปเดินได้

แต่จะมีแหล่งท่องเที่ยวแนวผจญภัยอีกกลุ่มหนึ่งที่ในหนึ่งปีพื้นที่เขาจะเปิดแค่ช่วงเวลาเดียว เป็นระยะเวลาราว 2-3 เดือน มีการจำกัดจำนวนคนเที่ยวในแต่ละวัน แต่ละรอบ รวมเบ็ดเสร็จปีละไม่เกินจำนวนที่กำหนด ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้เป็นที่นิยมกันมาก มากขนาดที่ว่าคนที่ต้องการจะไปจริงๆ ต้องจ้องเบอร์โทรของอุทยานแห่งชาตินั้นไว้ตั้งแต่นาทีแรกที่เขาเปิดให้จองกันเลยทีเดียว และจะเต็มในเวลาไม่กี่ชั่วโมง นักท่องเที่ยวที่พลาดก็ต้องรอในปีต่อไป ซึ่งพื้นที่เหล่านี้จะมีกฎระเบียบในการใช้พื้นที่ค่อนข้างมากและเข้มงวด บางแห่งอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูง แต่บางแห่งก็เสียค่าธรรมเนียมปกติ แต่มีเสียค่าการจัดการในป่าเพิ่มขึ้นซึ่งบางพื้นที่จะให้กลุ่ม ชมรมของชาวบ้านในพื้นที่มาเป็นคนจัดการ ทางอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเจ้าของพื้นที่จะเพียงจัดเจ้าหน้าที่ไปด้วยเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อสร้างความรู้สึกว่าการมีป่าอยู่ใกล้บ้าน ชาวบ้านก็สามารถได้ประโยชน์โดยตรงกับป่าได้เหมือนกัน เมื่อมีรายได้จากป่าจะได้ช่วยกันดูแล ช่วยกันหวงแหน ซึ่งหลายพื้นที่ใช้วิธีการนี้สร้างแนวร่วมในการดูแลรักษาป่าอย่างได้ผล พื้นที่ที่มีความนิยมมากๆ ดังกล่าวก็คือ

160758395976

ยอดโมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

  • ยอดโมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

ที่นี่ขึ้นชื่ออย่างมากในการเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวแนวนี้ต้องการไปเป็นที่สุด มีข้อแม้เดียวคือ จองให้ทัน ที่นี่จะเปิดเพียงแค่ปีละ 3 เดือน จากเดิมให้ขึ้นได้ปีละ 400 คน แต่เพราะสถานการณ์โควิด ปีนี้เลยลดจำนวนคนลงได้แค่ 240 คน โดยให้ขึ้นสัปดาห์ละ 2 ทริป ทริปละ 2 กลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 12 คน คือได้สัปดาห์ละ 24 คนนั่นเอง รวมทั้งสิ้น 24 กลุ่ม ในปีนี้จะมีมีรถไถรับส่งไปจนถึงกวยแม่กะสา จึงถือว่าเดินได้ใกล้หน่อย ไม่อย่างนั้นเดินกันถึง 40-50 กิโลเมตร ทีเดียว ใช้ระยะเวลาในการเดินทางรวม 4 วัน 3 คืนห้ามมากกว่านั้น ซึ่งรายละเอียดในแต่ละปีอาจมีการปรับเปลี่ยนบ้าง ขอให้นักท่องเที่ยวคอยติดตามประกาศจากทางอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ในแต่ละปีอีกครั้ง ซึ่งที่นี่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จองได้ยากที่สุด เต็มเร็วที่สุด และคนผิดหวังมากที่สุด (เพราะส่วนใหญ่จองไม่ทัน) อย่างปี 63 นี่ก็เหลือตกค้างอีกเยอะแยะเลย แต่ใครได้ไปพิชิตแล้วก็อยากไปอีก สิ่งที่เป็นไฮไลท์คือหินใบเรือบนยอดสูงสุด ที่ให้ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบอยู่ใต้เข่าอย่างแท้จริง

160758390418

ยอดเขาช้างเผือก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

160758413899

ลานกางเต็นท์ เขาช้างเผือก

160758418091

ระหว่างทางขึ้นเขาช้างเผือก

  • เขาช้างเผือก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

เป็นอีกที่หนึ่งที่มีการร้องขอให้เพิ่มจำนวนคนขึ้นในแต่ละวัน และขยายเวลาที่ให้ท่องเที่ยวออกไปในแต่ละปีให้ยาวขึ้นกว่าเดิม เพราะแต่ละปีมีคนร้องขอขึ้นอย่างมาก แม้ว่าจะเปิดให้ขึ้นได้ทุกวันก็ตาม(แต่จำกัดจำนวน 60 คนในแต่ละวันและต้องจองล่วงหน้า 7 วัน) อาจจะเป็นเพราะเดินไม่ไกลมาก(8 กิโลเมตร) ทางอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิจึงให้เวลาพักแรมแค่คนละคืนเท่านั้น ที่นี่จะมีชาวบ้านที่บ้านอีต่องผ่านการอบรมกับอุทยานแห่งชาติเพื่อมาเป็นมัคคุเทศน์ ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและเป็นลูกหาบด้วย นักท่องเที่ยวสามารถจ้างลูกหาบแบกสัมภาระส่วนตัวได้ ที่เป็นยอดปรารถนาของการขึ้นยอดเขาช้างเผือกคือบริเวณที่เรียกว่าสันคมมีด ไม่ต้องบรรยายอะไรมากเพราะชื่อมันบอกลักษณะอยู่แล้ว ผ่านสันคมมีดไปได้ก็ราวได้ขึ้นสู่สวรรค์ เป็นอะไรที่สุดยอดมาก ข้อดีของการขึ้นเขาช้างเผือกคือค่าธรรมเนียมต่างๆ เก็บเป็นปกติคือค่าเข้าอุทยานฯคนละ 40บาท ค่ากางต็นท์คนละ 30 บาท ส่วนนอกนั้นจะเป็นการจัดการของลูกหาบมากกว่า ที่นี้มีข้อแม้อย่างเดียวคือ...จองให้ทันเท่านั้น

  • ดอยหลวงเชียงดาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยหลวงชียงดาว

ที่นี่ เป็นอะไรที่สุดยอดมากสำหรับคนที่ชอบการท่องเที่ยวแนวนี้ ด้วยความที่เป็นลักษณะภูเขาหินปูน โผล่เด่นขึ้นมาสูงกว่าเพื่อนในย่านเดียวกันด้วยความสูง 2,195 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง เป็นภูเขาสูงอันดับสามของประเทศ รองจากดอยอินทนนท์และดอยผ้าห่มปก จึงทำให้พืชพรรณบนขุนดอยแห่งนี้มีความวิเศษสุด พิเศษกว่าที่อื่นๆ ทั้งรูปลักษณ์ของตัวดอยหลวงเชียงดาวเองที่แม้นไม่ได้ขึ้นไปพิชิต แค่มองรูปทรงก็สวยงามแล้ว ก่อนหน้านี้เคยมีการอนุญาตขึ้นโดยการขอแบบกลุ่มที่สอง แต่เมื่อปี 2562 มีไฟป่าเกิดขึ้น ทำลายพืชพรรณเสียหายไปส่วนหนึ่ง ปีการท่องเที่ยว 2562 จึงปิดการท่องเที่ยวเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นฟูตัวมันเองและเพิ่งจะเปิดให้ท่องเที่ยวใหม่ในปี พ.ศ. 2463 นี้อีกครั้ง แต่ก็มีกฎระเบียบมากมาย ความต้องการขึ้นดอยหลวงชียงดาวอาจไม่มากมายเท่ายอดโมโกจูหรือเขาช้างเผือก แต่พูดถึงทิวทัศน์แล้วที่นี่กินขาดและมีความพิเศษของพืชพรรณทั้งหลายอีกด้วย

160758422116

สันหนอกวัว อช.เขาแหลม (ภาพจากอุทยานฯ)

160758427854

แคมป์พักแรมในป่าของนักท่องเที่ยวแนวนี้

  • สันหนอกวัวและน้ำตกผาแตก อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่เปิดไม่นาน โดยเฉพาะสันหนอกวัวที่เป็นสันดอยสูงชะลูดโดดเด่นในย่านนี้ ปีหนึ่งเปิดให้เดินขึ้นไม่กี่เดือน ผิดกับน้ำตกผาแตกที่ช่วงเวลาเปิดให้ท่องเที่ยวนานกว่าหลายเดือน แม้ที่นี่มีความต้องการพิชิตไม่มากนักแต่ก็ต้องจองที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมเท่านั้น

  • น้ำตกคลองโป่ง อุทยานแห่งชาติคลองวังจ้า

เป็นอีกแห่งที่เปิดให้เที่ยวได้แค่ปีละไม่กี่เดือน เป็นเส้นทางการเดินป่าน้ำตกหินชนวนที่เดียวในประเทศไทย แม้ตัวน้ำตกไม่ได้มีความสวยงามอะไรมากมายแต่ระหว่างทางที่มีป่าพรุน้ำร้อน มีดงเฟิร์น หุบเขาต้นตาว ก็ทำให้ที่นี่เป็นที่ชื่นชอบของนักเดินป่าทั้งหลายแล้ว แม้จะมีคนไปเดินป่ากันไม่มากแต่ก็ต้องจองเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมียอดภูเมี่ยง ของอุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ ที่เป็นเส้นทางเดินป่า เปิดเพียงปีละ 2-3 เดือน เช่นกัน

แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ ผู้ที่มีความสนใจ สามารถติดตามข่าวสารโทรไปสอบถามรายละเอียดที่อุทยานแหงชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเจ้าของพื้นที่ได้ ว่าในแต่ละปี มีกฎระเบียบอย่างไร เปิดให้จองเมื่อไร และถ้าปีนี้จองไม่ทันคงต้องตั้งใจได้ในปีหน้า

สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทำให้เรายังไม่อาจเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศได้ และเพราะความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนที่ทำตามการบังคับใช้ของภาครัฐ ที่ส่งผลให้เราสามารถท่องเที่ยวกันในประเทศได้ จึงได้รู้ว่าบ้านเรานั้นก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสุดยอดของความต้องการอยู่มากมายหลายแห่ง ลองสำรวจดูว่า ท่านเคยไปที่ใดมาแล้วบ้าง