PTTGC - ซื้อ

PTTGC - ซื้อ

เริ่มเปิดดำเนินการสองโครงการปิโตรเคมีขนาดใหญ่

Event

ปรับประมาณการ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย

Impact

ปรับลดประมาณการปีนี้ลง แต่ปรับเพิ่มประมาณการปีหน้าขึ้น

เราปรับลดประมาณการปี 2563 ลงอีก 30% เป็นขาดทุนสุทธิ 2.5 พันล้านบาท เนื่องจากเราปรับสมมติฐานผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 6.0 พันล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะขาดทุนจากสต็อกน้ำมันแค่ 3.8 พันล้านบาท ตามการปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบในปีนี้จากเดิมที่ US$45/bbl เหลือ US$42/bbl แต่เรายังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบหน้าเอาไว้เท่าเดิมที่ US$53/bbl ซึ่งจะส่งผลให้กำไรจากสต็อกน้ำมันในปี 2564 เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมประมาณ 800 ล้านบาท เป็น1.9 พันล้านบาท นอกจากนี้ เรายังปรับเพิ่มสมมติฐาน spread ของ HDPE, LLDPE, LDPE และ PP ขึ้นอีก 2-11% เป็น US$500/480/620/600/ton ในปี 2563 และเป็น US$520/500/600/570/ton ในปี 2564เนื่องจากจีนฟื้นตัวจากวิกฤติ COVID-19 ดีกว่าคาด แต่อย่างไรก็ตาม เราปรับลดสมมติฐาน base GRM ปีนี้ลง 5% เหลือ US$2.3/bbl แต่ยังคงสมมติฐานปีหน้าเอาไว้ที่ US$4.0/bbl โดยยังคงสมมติฐาน spread ของผลิตภัณฑ์จากการกลั่นเอาไว้เท่าเดิม ทั้งนี้เนื่องจากเราปรับประมาณการกำไรจากสต็อกน้ำมันปีหน้าเพิ่มขึ้น เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2564 ขึ้นอีก 11% เป็น 1.47 หมื่นล้านบาท

คาดว่าผลประกอบการจะพลิกฟื้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564F

เราคาดว่ากำไรสุทธิของ PTTGC ในปี 2564 จะฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 1.47 หมื่นล้านบาท จากที่คาดว่าจะขาดทุนสุทธิ 2.5 พันล้านบาทในปี 2563 เนื่องจากคาดว่า i) กำไรจากสต็อกน้ำมันจะเพิ่มขึ้น, ii) base GRM จะสูงขึ้น และ iii) จะเริ่มเปิดดำเนินการสองโครงการปิโตรเคมีขนาดใหญ่ในเดือน
ธันวาคม โดยเราคาดว่าในปีหน้า PTTGC จะมีกำไรจากสต็อกน้ำมัน 1.9 พันล้านบาท จากที่คาดว่าจะขาดทุนจากสต็อกน้ำมันถึง 6.0 พันล้านบาทในปีนี้ เนื่องจากคาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบจะเพิ่มขึ้น YoY จาก US$42/bbl เป็น US$53/bbl ในปี 2564 เรายังคาดว่า base GRM ของ PTTGC จะฟื้นตัวขึ้น 73% YoY เป็น US$4.0/bbl ในปี 2564 เนื่องจากคาดว่า spread ของทั้งน้ำมันเบนซิน, น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันดีเซลจะเพิ่มขึ้นในปีหน้า นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ i) โครงการ Olefins Reconfiguration project (ORP) ซึ่งมีกำลังการผลิต ethylene ที่ 500KTA และกำลังการผลิต propylene ที่ 250KTA และ ii) โครงการ PO/Polyols ซึ่งมีกำลังการผลิต PO ที่ 200KTA และกำลังการผลิต Polyols ที่ 130KTA ในเดือนธันวาคมปีนี้ ถึงแม้เราจะเชื่อว่าราคา polyethylene (PE) ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 2Q63 และจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ แต่ราคา PE ก็จะยังถูกกดดันจากอุปทาน PE ใหม่ที่สูงถึง 7.6MTA และ 8.1MTA ที่จะเพิ่มเข้ามาในตลาดในปี 2564-65 ในขณะที่อุปสงค์ตามปกติจะโตแค่ 4.0MTA เท่านั้น

Valuation & Action

เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2564 ขึ้นเป็น 65.00 บาท จากเดิมที่ 57.00 บาท อิงจาก EV/EBITDA ที่ปรับเพิ่มเป็น 8.0x จาก 7.5x เพื่อสะท้อนถึงการปรับเพิ่มประมาณการปี 2564 และความคาดหวังว่ากำไรจะโตแรงในปีหน้า นอกจากนี้ เรายังคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นอย่างมากทั้ง YoY และ QoQ เป็นกว่า 3.0 พันล้านบาทใน 4Q63 เนื่องจากการฟื้นตัวของธุรกิจปิโตรเคมี โดยเฉพาะ spread ของ phenol/BPA ที่พุ่งขึ้นแรงใน 4Q63 ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำ ซื้อ PTTGC

Risks

ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ, GRM และ spread ของปิโตรเคมี