'ซัมซุง' เดินเกมย้ำผู้นำ หวังปี 64 ดัน สมาร์ทโฟน 5G โต10 เท่า

'ซัมซุง' เดินเกมย้ำผู้นำ หวังปี 64 ดัน สมาร์ทโฟน 5G โต10 เท่า
30 พฤศจิกายน 2563
279

เปิดมุมมองของหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนคนสำคัญ สุพัฒน์ ลายระยะพงศ์ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด พร้อมดัน 5G สมาร์ทโฟนเขย่าตลาดไทยเพิ่ม

ซัมซุง เปิดยุทธศาสตร์รักษาผู้นำสมาร์ทโฟนในไทย มุ่งความสำคัญกับการต่อยอดประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นอย่างเท่าเทียมกันด้วยการการเปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G ในทุกเซกเมนต์เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้งานไม่ว่าจะเป็นลักชูรี แฟลกชิป สมาร์ทโฟนระดับกลาง และล่าสุดนี้ได้เปิดตัว Galaxy A42 5G สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับความเร็วแรงเต็มพิกัดบนเครือข่าย 5G ที่จะเข้ามาเปลี่ยนประสบการณ์การสตรีมคอนเทนต์ เล่นเกม ไปจนถึงการดาวน์โหลดข้อมูลต่างๆ ได้รวดเร็วทันใจกว่าเคย

"สุพัฒน์ ลายระยะพงศ์" หัวหน้ากลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดมุมมอง พร้อมกลยุทธ์ตอกย้ำ ซัมซุง ประเทศไทย ครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งสมาร์ทโฟน 5G พร้อมลั่นกลองรบ มีครบทุกระดับราคาเพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุดในประเทศ

“ซัมซุงอยู่ในฐานะของผู้นำของตลาดสมาร์ทโฟน 5G ตั้งแต่ครั้งแรกที่เริ่มวางจำหน่ายสมาร์ทโฟน 5G เชิงพาณิชย์รุ่นแรกในประเทศไทย ได้แก่ Galaxy S20 Ultra 5G เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และยังคงครองความเป็นอันดับหนึ่งต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ด้วยความหลากหลายของสมาร์ทโฟนที่มีครบทุกระดับราคาเพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้งาน โดยในปีนี้ซัมซุงได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G มากถึง 5 รุ่น ตั้งแต่กลุ่มลักชูรี่สมาร์ทโฟนอย่าง Galaxy Z Fold 2 แฟลกชิปสมาร์ทโฟนอย่าง Galaxy S20 Ultra 5G และ Galaxy Note20 Series ที่รองรับ 5G ซึ่งกลายเป็นสินค้าที่ได้รับการตอบรับจากตลาดดีที่สุด ยังมีสมาร์ทโฟนระดับกลางอย่าง Galaxy A71 5G รวมถึงล่าสุดกับการเปิดตัว Galaxy A42 5G สมาร์ทโฟนที่รองรับเทคโนโลยี 5G ประสิทธิภาพสูง ในราคาเข้าถึงง่ายที่สุดเพียง 11,990 บาท รวมถึงรุ่นอื่นที่จะตามมาอีกในอนาคตอันใกล้ เรียกได้ว่าครบทุกความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง”

ขับเคลื่อนสมาร์ทโฟน 5G คว้าส่วนแบ่งตลาดกว่า 50%

“ปัจจุบันซัมซุงมีส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 50% ของสมาร์ทโฟน 5G ทั้งหมดในประเทศไทย พร้อมคาดการณ์ว่าภายในระยะเวลา 5 ปีต่อไป ปริมาณการขายสมาร์ทโฟน 5G จะเติบโตขึ้นถึง 30 เท่าเมื่อเทียบตัวเลขปัจจุบัน ไม่เพียงเท่านั้น 50% ของสมาร์ทโฟนในตลาดประเทศไทยจะถูกเปลี่ยนเป็นเครื่องที่รองรับ 5G อีกด้วย”

เหตุผลของการเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญดังกล่าวมาจากรูปแบบเศรษฐกิจมหภาคที่รัฐบาลและผู้ให้บริการเครือข่ายมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยี 5G เพื่อให้คนไทยได้รับประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ที่เร็วขึ้นกว่าเดิม โดยปัจจุบันนี้ เครือข่ายสัญญาณ 5G มีให้บริการแล้วในกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล พร้อมกำลังเดินหน้าขยายไปสู่หัวเมืองและจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยซัมซุงได้เตรียมความพร้อมร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายทุกรายเพื่อให้การส่งมอบเครื่องแก่ลูกค้าเป็นไปอย่างราบรื่น

โดดเด่นด้วยฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์

สุพัฒน์ ยังได้เผยถึงกลยุทธ์ต่ออีกว่า "ซัมซุงมีวิธีคิดด้านการทำงานที่แตกต่าง เราเชื่อว่าสมาร์ทโฟนทุกรุ่น ทั้งระดับแฟลกชิปหรือระดับกลาง คุณภาพฮาร์ดแวร์ต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกล้อง ชิปเซ็ต หน้าจอ และแบตเตอรี่ที่เรียกได้ว่าเป็น Best in Class ในอุตสาหกรรมนี้ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่ได้รับการพัฒนามาจากศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์ของซัมซุง (Samsung Advanced Institute of Technology) ซึ่งเมื่อผสานกับเทคโนโลยี 5G จะทำให้สมาร์ทโฟนซัมซุง ทุกเครื่องสามารถเป็น AI ที่เรียนรู้และประมวลผลตามพฤติกรรมของผู้ใช้ พร้อมพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนมากยิ่งขึ้น"

ไม่เพียงเท่านั้น ซัมซุงยังให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า ตั้งแต่ขั้นตอนการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ผ่าน Samsung Experience Store กว่า 100 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นจำนวนสมาร์ทโฟนแบรนด์ช้อปที่มากที่สุดในประเทศไทย โดยลูกค้าสามารถเข้าไปทดลองอุปกรณ์ที่สนใจพร้อมมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด รวมถึงเมื่อลูกค้าได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ซัมซุงแล้ว ลูกค้าจะได้รับสิทธิ์พิเศษในการใช้ YouTube Premium และบริการจาก Samsung Galaxy Gift ฟรี อีกทั้งเมื่อลูกค้าใช้งานในระยะเวลา 6 เดือนขึ้นไปก็จะได้รับสิทธิพิเศษในการซื้ออุปกรณ์เสริมต่าง รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ จากผู้ให้บริการเครือข่ายและพาร์ทเนอร์ของซัมซุง

ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค

จากความต้องการที่หลากหลายและแตกต่างของผู้บริโภคในประเทศไทย ทำให้สมาร์ทโฟน 5G ที่ลูกค้าสนใจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะที่รุ่นแฟลกชิปเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีราคาเข้าถึงง่าย ซึ่งจากการที่การใช้งานเครือข่าย 5G ในประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและกำลังขยายพื้นที่ให้บริการจากในกรุงเทพฯ ไปยังภูมิภาคต่างๆ ทำให้ซัมซุงต้องทำงานร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมในการจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟน 5G ทันทีที่ผู้ให้บริการเครือข่ายรายนั้นเข้าไปติดตั้งสัญญาณ

“จากประสบการณ์การใช้งานจริงของผู้ใช้สมาร์ทโฟน 5G ที่ผ่านมา ทำให้เห็นถึงการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ใช้งานคนอื่นยินดีที่จะเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟน 5G กันมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลให้ซัมซุงรวมถึงผู้ให้บริการเครือข่าย ภาครัฐและพาร์ทเนอร์ทุกราย ได้ร่วมมือกันในการให้ข้อมูลกับประชาชนถึงความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจาก 4G ไปยัง 5G พร้อมตัวอย่างการใช้งานจริง เพื่อให้ผู้ใช้ได้เห็นถึงประโยชน์ของ 5G อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ยกตัวอย่าง การใช้ 4G จะสามารถดาวน์โหลดได้เฉลี่ย 150 เมกะบิตต่อ 1 วินาที แต่สัญญาณ 5G จะทำให้ดาวน์โหลดได้เร็วมากกว่าสูงสุดถึง 1 กิกะบิตต่อ 1 วินาที (หรือโดยเฉลี่ย 500 เมกะบิตต่อ 1 วินาที สำหรับความเร็วประทศไทยปัจจุบัน) ทำให้ไม่มีอาการติดขัดหรือกระตุกเมื่อต้องเชื่อมต่อเครื่องมือสื่อสารจำนวนมากในพื้นที่เดียวกัน” สุพัฒน์ กล่าว

เดินหน้าสานต่อภารกิจ 5G สู่อนาคต

“เราคาดหวังว่าในปี 2021 สมาร์ทโฟน 5G ของซัมซุงจะเติบโตขึ้นจากปีนี้ถึง 10 เท่าทั้งในเชิงมูลค่าและปริมาณ พร้อมกับยังคงครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งไว้ได้โดยทิ้งห่างจากคู่แข่งแบบนี้ต่อไป เพราะเราเห็นแล้วว่าในปีนี้ ลูกค้าจำนวนถึง 2 ใน 3 เปลี่ยนมาเลือกซื้อสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G ดังนั้นหลังจากนี้ซัมซุงก็ยังมีความตั้งใจที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ผู้บริโภคทุกกลุ่มมีประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดบนสมาร์ทโฟน 5G ของซัมซุง”

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: