เปิดผลสำรวจ ‘ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย’ รักษ์โลกและผู้บริโภคแค่ไหน ?

เปิดผลสำรวจ ‘ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย’ รักษ์โลกและผู้บริโภคแค่ไหน ?
26 พฤศจิกายน 2563
875

แม็คโคร, ท็อปส์, ซีพี เฟรชมาร์ท มีคะแนนนำโด่งจากผลสำรวจและประเมินนโยบายทางสังคมของ "ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย" จากแคมเปญ “ผู้บริโภคที่รัก” ขององค์การอ็อกแฟมประเทศไทย (OXFAM)

ปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตถูกขมวดรวม และจัดประเภทออกเป็น 4 กลุ่ม คืออาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และ ยารักษาโรค โดยสิ่งของ 3 ใน 4 นั้น เราสามารถหาซื้อได้ในตลาด’ แต่เมื่อสังคมเมืองกลืนกินเรามากเท่าไหร่ ‘ซูเปอร์มาเก็ต’ ก็เข้ามาทำหน้าที่แทนตลาดตามกลไกของความต้องการซื้อและต้องการขาย มากขึ้นเท่านั้น

แต่จะดีกว่าไหมถ้า "ซูเปอร์มาเก็ต" จะทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมด้วย ไม่ใช่เป็นเพียงแค่รับบทบาทผู้ซื้อและผู้ขายอย่างที่เคยเป็นมา 

ด้วยเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้น จึงเป็นที่มาของแคมเปญ “ผู้บริโภคที่รัก” ที่ในอดีตใช้ชื่อว่า “ซูเปอร์มาร์เก็ตที่รัก”  จากองค์การอ็อกแฟมประเทศไทย (OXFAM) ที่ทำสำรวจและประเมินนโยบายทางสังคมของ ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย มาตั้งแต่ปี 2561 โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติในการสร้างความยั่งยืนทางอาหาร ตลอดจนมีการบังคับใช้นโยบายอย่างจริงจัง 

  • เปิดผลสำรวจ ‘ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย’ ได้คะแนนเท่าไหร่ 

สำหรับปี 2563 แคมเปญผู้บริโภคที่รัก ได้ประเมินซูเปอร์มาร์เก็ตไทย 8 แห่ง ในมิติความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมและสวัสดิการของผู้บริโภค ซึ่งเป้าหมายของการประเมินในปีนี้ นอกจากจะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารปลอดภัยแล้ว ขณะเดียวกันเป็นการช่วยส่งเสริมความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อมด้วย

การประเมินครั้งนี้ จำแนกออกเป็น 3 มิติ ได้แก่ มิติด้านความรับผิดชอบต่อสวัสดิการของผู้บริโภค, ด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับคู่ค้า และสิ่งแวดล้อมของห้างค้าปลีก แต่ละมิติจะมี 8 ตัวชี้วัดย่อย

การประเมินดำเนินการโดยพิจารณาจากนโยบายของซูเปอร์มาร์เก็ต ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะที่ตรวจสอบและเข้าถึงได้ เช่น เว็บไซต์รายงานประจำปี หรือรายงานต่างๆ โดยการประเมินเริ่มต้นตั้งแต่เดือนตุลาคม .. 2562 ถึงเดือนเมษายน .. 2563

สำหรับรายชื่อ "ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย" ที่ OXFAM ทำการสำรวจ ได้แก่ 

  • แม็คโคร
  • ท็อปส์
  • ซีพี เฟรชมาร์ท
  • เทสโก้ โลตัส
  • กูร์เมต์ มาร์เก็ต
  • บิ๊กซี
  • วิลลา มาร์เก็ท
  • ฟู้ดแลนด์

160639834440

160639823816

สำหรับคะแนนความรับผิดชอบด้านสวัสดิการผู้บริโภค ซูเปอร์มาร์เก็ตไทยที่มีคะแนนสูงสุด คือ 

  • แม็คโคร
  • ท็อปส์
  • ซีพี เฟรชมาร์ท

โดยสิ่งที่ซูเปอร์มาร์เก็ตไทยเหล่านี้ทำอยู่คือ การแสดงข้อมูลส่วนประกอบและแหล่งที่มาของสินค้าที่จำหน่าย การให้ความรู้ด้านโภชนาการผ่านฉลากและช่องทางบาร์โค้ด การรับประกันความสดใหม่ของสินค้า รวมถึงราคาของสินค้าที่จำหน่าย

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีสิ่งที่ควรปรับปรุงเช่นเดียวกัน คือทางด้านกลไกการร้องเรียนและการเยียวยาผู้บริโภค การเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินค้า รวมถึงพิษภัยของสารเคมีที่ตกค้างอยู่ในอาหาร โดยเฉพาะในส่วนของผักและผลไม้ และการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการแสดง "เจตจำนง" ต่อความต้องการอาหารที่ปลอดภัย

160639827373

สำหรับคะแนนความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมคู่ค้ ซูเปอร์มาร์เก็ตไทยที่มีคะแนนสูงสุด คือ 

  • แม็คโคร
  • ซีพี เฟรชมาร์ท
  • เทสโก้ โลตัส

โดยนับคะแนนจากนโยบายที่บริษัทเผยแพร่ออกไป คือ

การดำเนินนโยบายอาหารปลอดภัย โดยเฉพาะกับอาหารประเภทเนื้อสัตว์

การจัดหาสินค้าจากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน

มาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP)

มาตรฐานหลักเกณฑ์ท่ีดีในการผลิตอาหาร (GMP)

มาตรฐานการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤติที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหาร (HACCP) หรือสูงกว่า

การประกาศนโยบายเกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์

แต่สิ่งที่ต้องปรับปรุงภาพรวม คือ 

การตรวจสอบและควบคุมผู้ผลิต ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานในสินค้าประเภทผักและผลไม้ รวมไปถึงอาหารทะเล

การพัฒนากลไกการติดตามและตรวจสอบย้อนกลับสินค้า

มาตรการในการดำเนินการกับผู้ผลิตที่ไม่มีกระบวนการการผลิตอาหารที่ปลอดภัยทั้งกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

ส่งเสริมการใช้นโยบายและแนวปฏิบัติตามแนวทางการจัดหาสินค้าที่ยั่งยืน

160639831011

ส่วนคะแนนความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมห้างค้าปลี ซูเปอร์มาร์เก็ตไทยที่มีคะแนนสูงสุดคือ 

  • ท็อปส์
  • ซีพี เฟรชมาร์ท
  • แม็คโคร
  • เทสโก้ โลตัส
  • กูร์เมต์ มาร์เก็ต

สิ่งที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเหล่านี้ทำอยู่ คือ  การควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก, การงดใช้บรรจุภัณฑ์และพลาสติก, มีกระบวนการในการกำจัดของเสียอันตรายและของเสียที่ไม่อันตราย รวมถึงการตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณของเสีย และมีมาตรการลดอาหารทิ้ง

แต่สิ่งที่ต้องปรับปรุงต่อไป คือ การเปิดเผยนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการจัดการระบบน้ำทิ้ง และความสัมพันธ์กับชุมชน, การเปิดเผยนโยบายที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศน์, การพัฒนานโยบายและแนวปฏิบัติในการติดตาม และตรวจสอบย้อนกลับผู้ผลิตด้านสิ่งแวดล้อม

  • ส่งเสียงเพื่อเปลี่ยนแปลง เมื่อคะแนน ‘ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย’ ยังต่ำกว่า 50% 

ทัศนีย์ แน่นอุดร ผู้จัดการสำนักงาน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (FOUNDATION FOR CONSUMERS) กล่าวว่า ผลการประเมินซูเปอร์มาร์เก็ตไทยครั้งนี้ จะเห็นได้ว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตทำคะแนนในทุกมิติน้อยกว่า 50% ของคะแนนรวม ส่งผลให้ผู้บริโภคจำเป็นต้องร่วมกันผลักดันให้ซูเปอร์มาร์เก็ตจัดทำมาตรฐาน และแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการบังคับใช้ภายในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำที่จะมาถึงผู้บริโภค

160639842595

สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม คือ การพัฒนาระบบและเครื่องมือให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า รวมไปถึงส่วนประกอบของสินค้า ผลักดันให้ซูเปอร์มาร์เก็ตจัดทำ ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าและส่วนประกอบของสินค้าได้

พร้อมให้ข้อมูลด้านโภชนาการและข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญแก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่ออันตราย และไม่จำหน่ายสินค้าที่ไม่ปลอดภัย รวมถึงการพัฒนากลไกการรับเรื่องร้องเรียน และเยียวยาให้แก่ผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ โดยซูเปอร์มาร์เก็ตจำเป็นที่จะต้องมีการพิจารณาข้อร้องเรียน และมีการเยียวยาตามสิทธิพึงมีของผู้บริโภค” 

นอกจากนี้ ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) ยังกล่าวด้วยว่า ภายใต้ห่วงโซ่ของธุรกิจอาหารที่มีซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นตัวแปรสำคัญนั้น ซูเปอร์มาร์เก็ต ควรพัฒนาหลักจริยธรรมและมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้านั้นๆ เป็นสินค้าที่ถูกผลิตอย่างมีจริยธรรม และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

160639841015

จากการประเมินมิติความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับคู่ค้า พบว่า 6 ตัวชี้วัดที่ใช้สำรวจ ไม่มีซูเปอร์มาร์เก็ตใดได้คะแนนเลย คือ การใช้ยาและสารเคมีความยั่งยืนของระบบนิเวศต้นน้ำการตรวจสอบและย้อนกลับการบริหารจัดการพลังงานการบริหารจัดการน้ำและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้ำทิ้งและของเสีย

สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจนถึงมาตรการที่เกี่ยวข้องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ในห่วงโซ่อุปทานของการผลิตสินค้า โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง

สรุปผลในท้ายที่สุด ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย มีการพัฒนานโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและความรับผิดต่อสวัสดิการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งองค์กรภาคีเครือข่ายและองค์การอ็อกแฟม ประเทศไทย คาดหวังให้ในปีต่อไป คะแนนการประเมินในมิติทั้ง 2 ด้าน จะเพิ่มสูงขึ้น

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: