BCH - ซื้อ

BCH - ซื้อ
26 พฤศจิกายน 2563 | โดย บล.เคจีไอฯ
134

มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

Event

ประชุมนักวิเคราะห์หลังผลประกอบการงวด 3Q63

lmpact

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจจากการประชุมนักวิเคราะห์งวด 3Q63

หลังจากที่ BCH ประกาศผลประกอบการ 3Q63 โดยกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 413 ล้านบาท (+2.8% YoY, +48.3% QoQ) เรายังคงมองบวกกับแนวโน้มธุรกิจของบริษัท โดยประเด็นสำคัญที่น่าสนใจจากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ได้แก่

     i) ผลประกอบการจะยังคงเติบโตต่อเนื่องใน 4Q63 หลังจากที่กำไรออกมาแข็งแกร่งในงวด 9M63 เนื่องจาก i) กลุ่มผู้ป่วยที่ชำระเงินสด (ทั้ง OPD และ IPD) ยังคงฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ii) รายได้จากกลุ่มประกันสังคม และ iii) ยังคงรับรู้รายได้จากการตรวจเชื้อ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสถานการณ์
กำลังคลี่คลายไปทางที่ดีขึ้น เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับโรค COVID-19 ในประเทศไทยลดลง ทำให้ธุรกิจของ BCH ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกกลุ่ม โดยในงวด 9M63 กำไรสุทธิของ BCH สูงถึง 951 ล้านบาท (+6.4% YoY) คิดเป็น 79.5% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา

    ii) การตรวจหาเชื้อ COVID-19 ยังคงเป็นบริการที่ทำรายได้ให้ BCH และบริษัทก็ยังคงเข้าร่วมโครงการ ASQ, AHQ และ OQ โดยจำนวนผู้มาใช้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับโรค COVID-19 อยู่ที่ 117,000 รายใน 2Q63 และอยู่ที่ 80,089 รายใน 3Q63 นอกจากนี้ ผู้บริหารคาดว่า วัคซีนป้องกัน COVID-19 จะเข้ามาในประเทศไทยได้ในช่วงกลางปี 2564 ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้จากการฉีดวัคซีนและการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยจากต่างประเทศ ทั้งนี้ WMC มีผู้ป่วยจากตะวันออกกลางมากกว่า 10 รายที่เข้ามารับการรักษาตัว

เรายังคงมองบวกกับแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทในปี 2563-64F แม้ว่าจะยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 อยู่ก็ตาม เนื่องจาก i) บริษัทมีฐานรายได้จาก SSO ที่แข็งแกร่ง ii) WMC มีแนวโน้มดีขึ้น และ iii) ผลการดำเนินงานของ KH RAM แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ในปี 2564 บริษัทจะเริ่มเปิด
ให้บริการโรงพยาบาลใหม่อีกสองแห่ง ได้แก่ i) เกษมราษฎร์ ปราจีนบุรี (ใน 1Q64) และ ii) เกษมราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ (ใน 2Q64) ซึ่งคาดว่าโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ปราจีนบุรีจะถึงจุดคุ้มทุนตั้งแต่เริ่มเปิดบริการ เพราะคาดว่าจะมีผู้ป่วยประกันสังคมเฉลี่ยปีละ 70,000 ราย ในขณะที่จุดคุ้มทุนของ
โรงพยาบาลแห่งนี้คาดว่าจะอยู่ที่ปีละ 50,000 ราย ทั้งนี้ โรงพยาบาลแห่งนี้อยู่ติดกับนิคมอุตสาหกรรม 304 โดยตั้งเป้าจะให้บริการแก่ทั้งผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่ วยประกันสังคาม

คงประมาณการกำไรปี FY63-64 เอาไว้เท่าเดิม

เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2563F เอาไว้ที่ 1.19 พันล้านบาท (+5.5% YoY) และปี 2564F ไว้ที่ 1.36 พันล้านบาท (+13.9% YoY)

Valuation & Action

เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ และให้ราคาเป้าหมาย DCF ที่ 22.30 บาท

Risks

COVID-19 ระบาด, ปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองรอบใหม่ของไทย และเกิดเหตุก่อการร้ายครั้งใหญ่

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง