ปรับสูงขึ้น

ปรับสูงขึ้น
25 พฤศจิกายน 2563 | โดย บล.กรุงไทย ซีมิโก้
145

แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้

คาดดัชนีฯ ปรับสูงขึ้น แนวต้าน 1410 / 1420 จุด แนวรับ 1390 / 1384 จุด แนะนำ เก็งกำไร PSL BEC MINT ปัจจัยลบ คือ ทางเทคนิคอาจมีการปรับตัวลดลง จากการเข้าเขต Overbought Area และการชุมนุมทางการเมืองของคณะราษฎร ปัจจัยบวก คือ JP Morgan ปรับเพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้นไทยเป็น Overweight (จากเดิม Neutral) สหรัฐฯ เตรียมอนุมัติวัคซีนต้าน COVID-19 ในวันที่ 10 ธ.ค. และไบเดนเตรียมรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังเริ่มกระบวนการถ่ายโอนอำนาจแล้ววานนี้ ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามคือ สหรัฐฯ รายงานตัวเลขเศรษฐกิจจำนวนมาก รวมถึงรายงานผลประชุมเฟดล่าสุด

ประเด็นที่มีผลต่อตลาดวันนี้

      1) ตลาดหุ้น DJIA ทาสถิติสูงสุดใหม่ รับข่าวสหรัฐฯ เตรียมอนุมัติวัคซีนฯ ต้าน COVID-19 ในวันที่ 10 ธ.ค. และเริ่มจำหน่ายได้หลังจากนั้นไม่นาน (+กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มอิงเศรษฐกิจโลก)

      2) ตลาดหุ้นไทยร่วงวานนี้ จากแรงขายกองทุนฯ 4 พันล้านบาท ขณะที่ต่างชาติซื้อสุทธิ +393.47 ล้านบาท (-ตลาดหุ้นไทย)

      3) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ คืนนี้ ซื้อขายวันสุดท้ายก่อนหยุด 1.5 วัน วันพฤหัสบดีและครึ่งเช้า วันศุกร์ เนื่องในเทศกาลขอบคุณพระเจ้า (-ตลาดหุ้นโลก)

      4) สภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน เตรียบเข้าพบนายกฯ วันนี้ เพื่อหารือมาตรการลงทุนในประเทศ (+กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม)

ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้   USA-3Q20E GDP ครั้งที่ 2 คาด +33.2% QoQ (Vs 2Q10 -31.4% QoQ ), ยอดขายสินค้าคงทนเดือน ต.ค. คาด +0.9% MoM (Vs เดือน ก.ย. +1.9% MoM), FOMC Minutes, New Home Sales เดือน ต.ค. คาด +1.9% MoM (Vs เดือน ก.ย. -3.5% MoM) / ไทย-Industrial Production เดือน ต.ค. คาด -3.5% YoY (Vs เดือน ก.ย. -2.75% YoY)

Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา

- ตลาดหุ้นไทยกลับมาปิดลบ: ดัชนีฯ ขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดในช่วงเปิดตลาดที่ 1432.56 จุด +12.13 จุด ก่อนปรับตัวลดลงตลอดการซื้อขายมาปิดที่ใกล้ต่ำสุดของวันที่ 1401.63 จุด -18.80 จุด -1.32% วอลุ่ม 1.03 แสนล้านบาท กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับร่วงลง คือ สื่อและสิ่งพิมพ์ -2.14% การแพทย์ -2.12% ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ -1.97% พลังงานและสาธารณูปโภค -1.87% หุ้นบวก >4% TOA TTA PRINC ZIGA MCOT OTO PSTC หุ้นร่วง >4% TASCO BH NCAP SPRC TIPCO

+ ตลาดหุ้นโลกปิดบวก: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก DJ +1.54% ทำสถิติปิดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ 30046.24 จุด S&P500 +1.62% Nasdaq +1.31% นำขึ้นโดยกลุ่มพลังงาน +5.16% การเงิน +3.53% รับข่าววัคซีนต้าน COVID-19 ใกล้อนุมัติได้ในเร็ว ๆ นี้ และกระบวนการถ่ายโอนอำนาจให้คณะบริหารของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว ส่วนตลาดหุ้นยุโรปกลับมาปิดบวก DAX +1.26% CAC40 +1.21% FTSE +1.38% นำขึ้นโดยหุ้นกลุ่มน้ำมัน และการเดินทาง รับข่าวอังกฤษจะใช้วิธีกักตัวผู้เดินทางเข้าประเทศเหลือ 5 วัน หลังจากทดสอบตรวจ COVID-19 แบบเร่งด่วน และฝรั่งเศสเตรียมผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

+/- น้ำมันดิบปิดบวก แต่ทองคำดิ่งแรง: ตลาดน้ำมันดิบปิดบวกสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. เป็นต้นมา Brent +USD1.8 ปิดที่ USD47.86/บาร์เรล WTI +USD1.85 ปิดที่ USD44.91/บาร์เรล รับข่าววัคซีนต้าน COVID-19 ช่วยหนุนอุปสงค์น้ำมันดิบโลก ส่วนทองคำดิ่งต่อ -USD33.2 ปิดที่ USD1,810.90/ออนซ์ ขานรับ US Health and Human Service คาดว่าจะอนุมัติวัคซีนต้าน COVID-19 ในวันที่ 10 ธ.ค.

ประเด็นสำคัญ

– การชุมนุม: กลุ่มคณะราษฎรนัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บ่ายสามโมงวันนี้ ก่อนเคลื่อนขบวนไปหน้าสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

+ นโยบายต่างชาติ: รองนายกฯ สุพัฒนพงษ์ เผยการเข้าพบของสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียนกับนายกฯ ประยุทธ์ เพื่อสอบถามการปรับเปลี่ยนของไทยในหลายด้านและการหาบริษัทที่เป็นพันธมิตรในประเทศไทยที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่

+ USA: ประธานาธิบดีทรัมป์ มอบหมายให้นางเอมิลี เมอร์ฟีย์ ผอ. สำนักบริหารงานบริการทั่วไปของสหรัฐฯ เริ่มกระบวนการถ่ายโอนอำนาจให้คณะบริการของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่แล้ว

+ USA: ประธานเฟด สาขาชิคาโก เผยอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐฯ จะไม่ปรับขึ้นจนถึงปี 2024 อิงอัตราเงินเฟ้อจะไม่แตะระดับ 2% จนถึงปลายปี 2023-24 เพราะ คาดว่าต้องใช้เวลาอีกนานกว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะพ้นจากวิกฤติ COVID-19 (+ตลาดหุ้นโลก)

+ กลุ่มค่าระวางเรือ: ผลบวกจากราคา Iron Ore มีแนวโน้มสดใส โดยขึ้นไปที่ USD127 ต่อตัน (+9%MTD, +38%YTD) จากคาดว่าอุปสงค์จีนยังคงแข็งแกร่ง คาดว่าจะส่งผลบวกต่อการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นในอนาคต (+PSL TTA)

+ Opportunity Day: วันนี้ NCAP ITEL ILINK EA L&E ASP BA วันพฤหัสบดี RS NOBLE SENA CHO BAFS SGP SFT

- AOT: รายงานงบสิ้นปี 2020 ที่ 4,320.67 ล้านบาท -82% YoY ส่วน 4Q20 รายงานขาดทุนสุทธิ -3,728 ล้านบาท แย่กว่าตลาดคาด -21% (Vs ตลาดคาดขาดทุนสุทธิ -3063 ล้านบาท

- PRINC: ปฏิเสธข่าวลือว่าเข้าไปซื้อหุ้น BH จาก BDMS

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: PTG RS COM7

หุ้นแนะนำเก็งกำไร: PSL BEC MINT

Derivatives: รอเปิดสถานะ Long Put (S50Z20P800) เก็งกำไรช่วงสาย เมื่อดัชนีดีดตัว (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง