ฮอนด้า 'ซิตี้ ไฮบริด' อัดออปชั่น เคาะราคา 839,000 บาท

ฮอนด้า 'ซิตี้ ไฮบริด' อัดออปชั่น เคาะราคา 839,000 บาท
24 พฤศจิกายน 2563
1,632

เสริมตลาดรุ่นเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ ส่ง แฮทช์แบ็คเจาะกลุ่มสปอร์ต 599,000-749,000 บาท 

เดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว ฮอนด้า สร้างความฮือฮาให้ตลาดรถเล็ก กลุ่ม “อีโค คาร์” ด้วยการเปิดตัว “ซิตี้” ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ ขนาดเล็ก 1 ลิตร เทอร์โบ แต่ให้พละกำลังที่เครื่องยนต์ใหญ่ๆ ยังต้องยอม 122 แรงม้า และอัตราสิ้นเปลือง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร

ครบ 1 ปี ฮอนด้าขยับตัวอีกครั้ง ด้วยการเสริมตลาดรุ่นย่อยอีก 2 รุ่น คือ แฮทช์แบ็ค และ ไฮบริด ที่จะเปลี่ยนมาใช้ชื่อทางการใหม่ว่า อี:เอชอีวี (e:HEV)

ทั้งนี้ การนำพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในรถยนต์ เป็นเป้าหมายหลักของ ฮอนด้า ญี่ปุ่น ที่ประกาศวิสัยทัศน์ 2030 ก่อนหน้านี้ โดยระบุว่าภายในปี 2573 ยอดจำหน่ายรถยนต์ทั่วโลก 30% จะต้องมีพลังงงานไฟฟ้า ส่วนจะเป็นรูปแบบไหนขึ้นอยู่กับความพร้อมและความเหมาะสมของแต่ละตลาด

ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทีเกี่ยวกับไฟฟ้านั้น ฮอนด้า พัฒนาทั้ง อีวี หรือ ไฟฟ้า 100% ไฮบริด และฟิลเซลล์ (fuelcell)

สำหรับในเมืองไทย ผู้บริหารฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น พูดอย่างชัดเจนเมื่อ 2 ปีทีแล้วว่า ช่วงแรก ตลาดที่เหมาะสมที่สุดคือ ไฮบริด

จากนั้น ฮอนด้าก็เดินหน้าเปิดตัว แอคคอร์ด ไฮบริด ก่อนจะตามด้วย ซิตี้ ที่เผยโฉมอย่างเป็นทางการวันนี้ (24 พฤศจิกายน 2563) และ ซ๊ตี้ อี:เอชอีวี จะเป็นฟูล ไฮบริด ในตลาดซิตี้ คาร์ รุ่นแรกในประเทศไทย

160619647444

ซิตี้ อี:เอชอีวี ใช้ระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) มีมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว โดยหนึ่งตัวเป็นเจนเนอเรเตอร์ มอเตอร์ หรือ มอเตอร์ที่สร้างพลังงานไฟฟ้าเพื่อจัดเก็บในแบตเตอรี ลิเธียม ไอออน และ แทรคชั่น มอเตอร์ หรือ มอเตอร์ ขับเคลื่อน แยกงานกันชัดเจน

มอเตอร์ขับเคลื่อน ให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 3,500-8,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตรที่ 0-3,000 รอบนาที

ส่วนเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,600-6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตรที่ 4,500-5,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ E-CVT มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 85 กรัม/กิโลเมตร รองรับการใช้น้ำมัน E20

การทำงานของระบบไฮบริด จะใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนเป็นหลัก ตั้งแต่ช่วงออกตัว ยกเว้นการใช้ความเร็วสูงคงที่ ที่จะใช้เครื่องยนต์ส่งกำลังไปขับเคลื่อนโดยตรงเท่านั้น

ดังนั้นการทำงานของเครื่องยนต์ส่วนใหญ่ คือ ส่งกำลังไปขับเคลื่อน เจนเนอเรเตอร์ มอเตอร์ เพื่อสร้างพลังงานไฟฟ้า ส่วนการออกแบบให้มอเตอร์เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เพราะมีคุณสมบัติเด่นในด้านสมรรถนะที่ตอบสนองได้รวด

160618971277

เร็วกว่า

นอกจากระบบไฮบริด แล้ว ฮอนด้ายังจัดเต็มกับเรื่องของออปชั่นต่างๆ รวมถึงด้านความปลอดภัย ที่ยกเอาฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) เข้ามาใส่ในไฮบริดคันกะทัดรัดนี้ด้วย ซึ่งประกอบไปด้ายระบบต่างๆ คือ

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

นอกจากนื้ยังมีระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ เบรกมือไฟฟ้า ระบบ Auto Brake Hold  ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ ระบบชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เป็นต้น

ในส่วนของรูปลักษณ์ ซิตี้:อี-เอชอีวี มีรายละเอียดเพื่อบ่งบอกความเป็นเทคโนโลยีไฮบริดด้วย โลโก้ฮอนด้าสีฟ้า (H Mark) และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย

เพิ่มอารมณ์สปอร์ตในรูปแบบ RS รอบคัน ด้วยกระจังหน้าและสปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black ไฟหน้าแบบ LED ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED กระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยวในตัว ล้ออัลลอย 16 นิ้ว

160619647568

ภายในห้องโดยสาร ติดตั้งเบาะหนังกลับแบบสปอร์ตตกแต่งด้วยด้ายสีแดง มาพร้อมออปชั่นระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เสริมด้วยช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารเบาะหลัง ช่องจ่ายไฟสำรอง 2 ตำแหน่ง มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay พร้อม Google Maps พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI

นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบสตาร์ทเครื่องยนต์และเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท ก่อนขึ้นรถมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานอีกด้วย

160619707766

160619707682

160619647718

ทั้งนี้ฮอนด้า ระบุว่ามั่นใจว่า อี:เอชอีวี จะได้รับการตอบรับที่ดี ทั้งจากสมรรถนะ ออปชั่นต่างๆ รวมถึงผู้บริโภคเข้าใจและเห็นข้อดีจากเทคโนโลยีนี้แล้ว จากรุ่นพี่อย่างแอคคอร์ด อย่างไรก็ตาม เพือเพิ่มความมั่นใจมากขึ้น ฮอนด้าจึงรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง โปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร สูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พร้อมด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง (Honda 24hr Roadside Assistance) รวมถึงฟรีค่าแรงในการเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ มีรุ่นเดียว คือ  e:HEV RS แต่มี 6 สี ให้เลือกคือ สีน้ำเงินออบซิเดียน (มุก) ซึ่งเป็นสีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และ สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)

ราคาจำหน่าย 839,000 บาท

ส่วน ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ถือว่าเป็นครั้งแรกของโลกที่ฮอนด้า ซิตี้ มาพร้อมดีไซน์ตัวถังแบบแฮทช์แบ็ก เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าที่ต้องการรถที่ให้อารมณ์สปอร์ตเพิ่มขึ้น

ภายนอกตกแต่งด้วยชุดแต่งสไตล์ RS รอบคัน ภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งอัลตรา ซีท (ULTR) ที่สามารถปรับพับเพื่อเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยได้หลากหลายรูปแบบ

160619647938

สำหรับตัวถังของ ซิตี้ แฮทช์แบ็ค มีความยาว 4,349 มม. กว้าง 1,748 มม. สูง 1,488 มม. ระยะฐานล้อ 2,589 มม. ความสูงใต้ท้องรถ 135 มม.

หากเทียบกับ ซิตี้ ซีดาน แฮทช์แบ็ค สั้นกว่า 204 มม. สูงกว่า 21 ม. ส่วนความกว้าง และฐานล้อเท่ากัน

แต่ถ้าเทียบกับ แจ๊ซ หนึ่งในรถขวัญใจแฟนๆ ฮอนด้า แล้ว ซิตี้ แฮทช์แบ็ค ยาวกว่า 314 มม. กว้างกว่า 53 มม. เตี้ยกว่า 37 มม. และมีระยะฐานล้อยาวกกว่า 59 มม. ซึ่งก็น่าจะพอจินตนาการพื้นที่ในห้องโดยสารได้ว่าน่าจะมากกว่าแจ๊ซ อยู่พอสมควร

เครื่องยนต์ตัวเดียวกับ ซิตี้ ซีดานที่ทำตลาดก่อนหน้านี้ คือ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC TURBO ที่ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า อัตราสิ้นเปลือง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร

160619647929

ไฟหน้า ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟท้ายแบบ LED เสาอากาศแบบครีบฉลาม ล้ออัลลอย สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว (เฉพาะรุ่น RS) และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว (รุ่น SV และ S+)

ภายในห้องโดยสาร สดุตกแต่งคอนโซลหน้าแบบ Piano Black และมีการใช้วัสดุที่มีพื้นสัมผัสนุ่ม เบาะหนังสีดำ (รุ่น SV) และเบาะหนังกลับตกแต่งด้วยแถบสีแดงในรุ่น RS

160619648153

160619648260

จุดเด่นของฮอนด้าก็ยังคงเป็นการออกแบบให้สามารถใช้งานในห้องโดยสารได้หลากหลาย เบาะหลังพับได้แบบ 60:40 ที่ปรับเปลี่ยนได้ 4 โหมด ได้แก่

1.Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง

2.Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว

3.Tall Mode: เบาะด้านหลังพับขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง

4.Refresh Mode: เบาะด้านหน้าพับเชื่อมต่อกับเบาะด้านหลัง สร้างพื้นที่ผ่อนคลายสะดวกสบายสูงสุด

ซิตี้ แฮทช์แบ็ค มี 3 รุ่นย่อย คือ

RS ราคา 749,000 บาท 

SV 675,000 บาท 

S+ 599,000 บาท

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง