พลิกเกมธุรกิจยุคใหม่ ด้วย ‘เอไอสร้างสรรค์'

พลิกเกมธุรกิจยุคใหม่ ด้วย ‘เอไอสร้างสรรค์'
24 พฤศจิกายน 2563 | โดย ชญานิษฐ์ นกแก้ว
207

การบรรยายในหัวข้อ “ยกระดับธุรกิจด้วยปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์” ในการสัมมนา METALEX AI Forum 2020 อุตสาหกรรมวิถีใหม่ กับเทคโนโลยีเอไอแห่งอนาคต 'ไอบีเอ็ม' ฉายภาพเทรนด์แห่งอนาคต พร้อมโชว์กรณีตัวอย่างจากแบรนด์ดัง เน้นนำเทคโนโลยีเอไอยกระดับธุรกิจ

นายพรเทพ สุรัตนาวงศ์กูร Client Technical Leader บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ถึงแม้ว่าปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ จะมีประโยชน์หลายด้าน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้ได้ในอุตสาหกรรมเดียว แต่ยังสามารถแตกแขนงสู่หลากหลายอุตสาหกรรม หากแบ่งตามสาขาของเอไอ กลุ่มที่พบมากที่สุดคือ แมชชีน เลิร์นนิ่ง

160614382183

เนื่องจาก AI คือความร่วมมือใหม่ระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร ซึ่งมนุษย์เก่งในเรื่องของการใช้ความคิดเองต้น ศีลธรรมสามัญสำนึก จินตนาการ ความเห็นอกเห็นใจ นามธรรม ลักษณะทั่วไป ส่วนเอไอเก่งขึ้นเนื่องจากมีการนำข้อมูลมาและใช้โมเดลที่สอนมาวิเคราะห์ให้คำตอบ ดังนั้น เอไอเก่งในเรื่องของการประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก การค้นหาความรู้ การระบุรูปแบบ ภาษาธรรมชาติ การเรียนรู้ด้วยตัวเองของคอมพิวเตอร์ ขจัดอคติ ความจุไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้น เมื่อสิ่งเหล่านี้ผนวกเข้าหากันประสิทธิภาพในกระบวนการต่างๆ ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้ ได้ยกเคสตัวอย่างลูกค้าไอบีเอ็มที่ประยุกต์นำเอไอไปใช้ในการประกอบธุรกิจ อย่างเช่น งานวิจัยของ LOTTE ผู้ผลิตขนมรายใหญ่ได้ใช้ AI วิเคราะห์ว่าทำอย่างไรให้ขนมชิ้นนั้นประสบความสำเร็จ ลดความเสียหายในการผลิต ผ่านการนำตัวแปรต่างๆ ตั้งแต่เรื่องของบรรจุภัณฑ์ รสชาติ กลิ่น มาวิเคราะห์ โดยใช้ระยะเวลาถึง 2 ปีในการเก็บข้อมูล ดังนั้น เอไอจะเก่งก็ต่อเมื่อมีข้อมูลจำนวนมาก แต่ข้อมูลที่ป้อนเอไอจะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ยังใช้เอไอเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ ซึ่งตัวอย่างที่ IBM เข้าไปช่วยคือ Assistant for Citizens โดยใช้เป็นผู้ช่วยภาครัฐ หน่วยงานด้านการดูแลสุขภาพ และสถาบันการศึกษา ช่วยถ่ายทอดข้อมูลโควิด-19 ให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง ส่วนตัวอย่างในประเทศไทย อย่างเช่นการที่ สวทช.จับมือ สถาบันวิจัยไอบีเอ็ม และกลุ่มมิตรผล ผ่านการนำเทคโนโลยีเอไอ, ไอโอที, การสำรวจระยะไกลผ่านดาวเทียม และข้อมูลพยากรณ์อากาศแบบเจาะจงพื้นที่ เข้ามาพัฒนาด้านการเกษตรเพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตอ้อยในประเทศไทย

การวิจัยครั้งนี้นําร่องพัฒนาแดชบอร์ดอัจฉริยะและแอพพลิเคชั่นบนมือถือ เพื่อช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสุขภาพของอ้อย ความชื้นของดิน ความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีจากโรคและศัตรูพืช การคาดการณ์ผลผลิต และดัชนีพืชพรรณ (NDVI) เพื่อหาค่าคุณภาพความหวานของอ้อย (CCS) โดยอาศัยเทคโนโลยีเอไอและข้อมูลสภาพอากาศที่แม่นยําจาก The Weather Company รวมถึงเทคโนโลยีไออีและบิ๊กดาต้า”

160614384755

จากนั้นจะสามารถคำนวณกลับมาว่าจะได้ผลผลิตอย่างไร และสามารถทราบคุณภาพได้อีกด้วย ดังนั้น การที่นำข้อมูลทั้งหมดมาสอนเอไอจะทำให้เกิดความแม่นยำมากขึ้น เพื่อสร้างผลผลิตให้มีคุณภาพมากขึ้น และลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งนี้นอกจากอ้อย ในอนาคตจะมีการต่อยอดสู่พืชชนิดอื่นๆ ได้ อาทิ ข้าวโพด ถั่ว มันสำปะหลัง และข้าว

160614386659

“การผนึกจุดแข็งร่วมกันแสดงให้เห็นถึงก้าวย่างใหม่ของเกษตรกรรมอัจฉริยะในประเทศไทย ที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกได้อย่างเจาะจง เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่อาจนำไปสู่การสูญเสียผลผลิต”

ดังนั้น จึงสามารถสรุปได้ว่าปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ สามารถนำมาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์ได้หลากหลาย ทำให้องค์กรสามารถเดินหน้าแบบก้าวกระโดด ต่อยอดสู่การยกระดับธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นส่วนช่วยในการผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าจากการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ สู่การเป็นผู้ “ประดิษฐ์ปัญญา” ได้อีกด้วย

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง