“วิษณุ”เชียร์กก.สมานฉันท์ให้ทำงานก่อน-อย่าติเรือทั้งโกลน

“วิษณุ”เชียร์กก.สมานฉันท์ให้ทำงานก่อน-อย่าติเรือทั้งโกลน
5 พฤศจิกายน 2563
122

“วิษณุ”เชียร์กก.สมานฉันท์ให้ทำงานก่อน-อย่าติเรือทั้งโกลน มึนไม่รู้คุยคนเบื้องหน้า-เบื้องหลังม็อบ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มราษฎรปฏิเสธไม่เข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ เพราะมองว่าเป็นการซื้อเวลา จนดูเหมือนจะคลอดคณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้ ว่า ตนไม่รู้ แต่เอาใจช่วย ถ้าคลอดไม่ได้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ในเมื่อเราทั้งหมดพูดกันว่าเป็นอำนาจของประธานรัฐสภา ตามข้อบังคับการประชุมข้อ 5 (6) ที่ระบุถึงอำนาจของประธานรัฐสภา

 

ดังนั้น อย่าไปสงสัยอะไร ขอให้ประธานรัฐสภาทำของท่านไป อีกทั้งไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ประธานรัฐสภาจะลุกขึ้นฟิตจัดมาทำเอง แต่ในสภาเองเป็นคนโยนไปให้ท่านทั้งนั้น ตั้งแต่ฝ่ายรัฐบาลคือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ลงจากบัลลังก์ไปนั่งคุยข้างล่าง ฝ่ายค้านคือ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ส.ว.คือ นายคำนูณ สิทธิสมาน หรือแม้แต่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐเอง ดังนั้น ประธานรัฐสภาจึงรับเอามาทำ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงขณะนี้ถ้าผู้ชุมนุมไม่เอาด้วยกับคณะกรรมการชุดนี้แล้วจะทำอย่างไรต่อ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนคิดว่าอย่าเพิ่งไปพูดอะไรในตอนนี้ ปล่อยให้เขาพยายามทำอะไรกันอยู่ เพราะมันอาจจะได้ผลขั้นต้นก็ได้ คือ ให้มีตัวบุคคลเข้ามานั่งพูดคุยกัน ส่วนจะที่ได้ผลขั้นที่สองคือ มีข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการชุดนี้ ถือเป็น 2 ขั้นตอน

 

“ฉะนั้นปล่อยให้เขาทำงาน อย่าลุกขึ้นติเรือทั้งโกลน ลุกขึ้นตีปี๊บ หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า เรือล่มเมื่อจอด ตาบอดเมื่อแก่ มันยังไม่ถึงขั้นนั้น เพราะฉะนั้น ให้เขาทำไปก่อน ถ้าลุกขึ้นแห่กัน หรือโห่กัน หรือกระหึ่มกันว่าไม่สำเร็จหรอก ถ้าตนเป็นนายชวน ตนก็ไม่อยากทำเหมือนกัน”

 

ส่วนเรื่องโครงสร้างก็ให้สถาบันพระปกเกล้าเขาออกแบบ ซึ่งมีหลายสูตร อย่างนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ก็ออกมาอีกสูตรหนึ่งไม่ใช่หรือ แต่ถึงอย่างไรก็มีวิธีของมัน ในโลกนี้คนที่เป็นคู่กรณีขัดแย้งกัน มีการคิดและเสนอทางออกอย่างนี้กันมาหลายสูตรแล้ว แต่บังเอิญของไทยเราไม่เหมือนกับปัญหาของอินโดนีเซียกับอาเจะห์ หรืออีกหลายปัญหา ถ้าคนสองกลุ่มขัดแย้งกัน วิธีแก้ปัญหาอาจจะเป็นอย่างหนึ่ง แต่อันนี้จะเอาสองคนมานั่งคุยกันก็กลายเป็นว่าต้องเริ่มต้นว่าใครขัดแย้งกับใคร

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม บ่นมาก่อนหน้านี้มาตลอดว่าท่านอยากจะเชิญมาคุย แต่ไม่รู้จะเชิญใคร เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นอีกฝ่ายหนึ่ง ถ้าเชิญนาย ก. แล้วนาย ข. นาย ค.ไม่มา แล้วนาย ก.ก็กลับไปพูดอะไรกับนาย ข. นาย ค.ไม่ได้”

 

ดังนั้นจะพูดกับคนที่อยู่เบื้องหน้าหรือคนที่อยู่เบื้องหลังก็ไม่รู้ อย่างเมื่อคืนก็มีโพลของซูเปอร์โพลพิเคราะห์ดูแล้วสังคมเห็นว่าแต่ละฝ่ายมีผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งก็ต้องทำให้คิดไปใหญ่ว่าแล้วถ้าไม่เอาผู้อยู่เบื้องหลังมาคุยด้วย เอาแต่เบื้องหน้ามาแล้วจะได้อะไร ดังนั้น ต้องลงไปดูที่สาเหตุ ที่ตนพูดคือ ทฤษฎีทั้งหมด ถ้าให้ตนทำก็ทำไม่เป็น เพราะไม่รู้ว่ามันมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: