'อาลีบาบา' โหมโรง 'มหกรรมช้อป 11.11'

'อาลีบาบา' โหมโรง 'มหกรรมช้อป 11.11'
30 ตุลาคม 2563 | โดย Wariya Khamchana
335

“อาลีบาบา” เตรียมคิกออฟ มหกรรมชอปปิงออนไลน์ระดับโลก “11.11” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 เตรียมจัดหนักนวัตกรรมเทคโนโลยี สินค้า บริการ ทรัพยากร พร้อมผสานกลยุทธ์ ช้อปเปอร์เทนเมนท์ ดันค้าปลีกยุคใหม่ เป็นมากกว่าแค่การชอปปิงออนไลน์

นายคริส ถัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด (ซีเอ็มโอ) อาลีบาบา กรุ๊ป กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับ อาลีบาบา ปีนี้เดินหน้าจัดมหกรรมชอปปิงออนไลน์ระดับโลก 11.11 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 โดยครั้งนี้มุ่งทรานส์ฟอร์ม "มหกรรม 11.11" สู่วัฏจักรใหม่ของการชอปปิงออนไลน์ มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและยกระดับประสิทธิภาพอีโคซิสเต็มส์ แพลตฟอร์ม รวมถึงประสบการชอปปิงออนไลน์ของผู้บริโภค

พร้อมกันนี้ ได้เพิ่มเทคโนโลยีฟีเจอร์ สินค้าที่วางจำหน่าย รวมถึงแบรนด์ ที่จะดึงดูดคนรุ่นใหม่ กลุ่มเจนแซด (Gen-Z) ให้ได้มากขึ้น ครั้งนี้มีแบรนด์ใหม่ๆ เข้าร่วมมากกว่า 1 พันราย จากจำนวนดังกล่าวเป็นแบรนด์จากต่างประเทศกว่า 600 ราย พร้อมกันนี้ผสานไปกับกลยุทธ์ “ชอปเปอร์เทนเมนท์” ที่ยังคงจัดเต็มกิจกรรมบันเทิงผ่านไลฟ์สตรีมมิงซึ่งมีดารา นักแสดง ศิลปินเข้าร่วมจำนวนมาก

“เราได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี บุคลากร ทรัพยากร และระบบงานหลังบ้านที่จะทำให้มั่นใจว่ามหกรรมครั้งนี้จะเป็น โกลบอล ชอปปิง เฟสติวัล ที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด”

อาลีบาบาคาดการณ์ว่า จะมีผู้ใช้งานสนใจเข้าร่วมจับจ่ายสินค้าช่วงเทศกาล 11.11 ไม่น้อยกว่า 800 ล้านราย นับเป็นตัวจักรสำคัญที่สร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ต่างๆ ปัจจุบันตลาดคอนซูเมอร์จีนมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

นายคริสกล่าวว่า เทศกาลชอปปิงระดับโลก 11.11 คือช่วงเวลาทองของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย มีผู้ค้าหลายรายวางมหกรรมนี้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ต้องมีการเตรียมตัววางแผนไว้ก่อนล่วงหน้าเพื่อผลิตสินค้าไว้รองรับ ดังนั้นหากต้องการที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ผู้ค้าจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อม และใช้เครืองมือที่ทางอาลีบาบาให้บริการให้คุ้นชิน เพื่อว่าเมื่อถึงวันจริงจะได้เป็นเหมือนการค้าขายวันปกติทั่วไป

ปัจจุบัน ผู้บริโภคจีนยุคใหม่ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ ดังนั้นมหกรรมครั้งนี้ทางทีมอลล์โกลบอลได้นำสินค้าที่หลากหลายจากผู้ผลิตทั้วโลกมาวางจำหน่ายสินค้า ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้าที่ตอบโจทย์และเป็นที่ต้องการ โดยครั้งนี้มีแบรนด์ใหม่เข้าร่วมมากกว่า 2,600 ราย สินค้าใหม่กว่า 1.2 ล้านรายการ เบื้องต้นจากที่ได้เปิดให้พรีเซลยอดจีเอ็มวีเพิ่มขึ้นมากถึง 90% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา นอกจากคนจีนในประเทศแล้ว มีคนจีนที่อาศัยอยู่ทั้วโลกไม่น้อยกว่า 100 ล้านคนที่เข้าร่วมจับจ่ายในมหกรรมครั้งนี้ด้วย

นางเจสสิก้า หลิว ประธานกรรมการร่วม ลาซาด้า กรุ๊ป กล่าวว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซเติบโตได้เร็วที่สุดในโลก และมีการคาการณ์ว่าภายในปี 2568 จะเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า

ที่ผ่านมา ช่วงวิกฤติโควิด พบว่าทุกประเทศมีความต้องการชอปปิงออนไลน์เพิ่มขึ้น หลายแบรนด์พยายามเข้ามาสู่ออนไลน์ ในบางประเทศที่ยังคงเวิร์คฟรอมโฮมเป็นโอกาสของลาซาด้าที่จะเข้าไปตอบโจทย์ในส่วนนี้

สำหรับมหกรรม 11.11 ครั้งนี้ ทางลาซาด้ามีความพร้อมเต็มที่ที่จะให้บริการ ภายใต้รากฐานที่แข็งแรงที่เป็นตัวผลักดันให้เกิดการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง อินฟราสตักเจอร์ที่มีความพร้อม ทั้งได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรและเทคโนโลยีจะเครืออาลีบาบา

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง