แก้ปัญหาม็อบ ไม่ให้ลาม-ยืดเยื้อ

แก้ปัญหาม็อบ ไม่ให้ลาม-ยืดเยื้อ
29 ตุลาคม 2563 | โดย [บทบรรณาธิการ]
324

ก่อนเศรษฐกิจจะล่มสลาย รัฐบาลต้องมีแสดงความจริงใจต่อแก้ไขสถานการณ์การชุมนุมที่ชัดเจนโดยเร็ว หากขยายวงหรือยืดเยื้อกินเวลาถึงสิ้นปี จะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจจะติดลบมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMS ที่สามารถประคับประคองธุรกิจได้อีกไม่เกิน 4-5 เดือน

หอการค้าไทยเปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจของภาคธุรกิจต่อสถานการณ์ปัจจุบัน พบว่าปัจจัยที่กระทบทบต่อธุรกิจ แม้จะยังคงเป็นการแพร่ระบาดโควิด-19 มากที่สุด ทว่าสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นที่กังวล หากว่าขยายวงหรือยืดเยื้อกินเวลาถึงสิ้นปี จะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจจะติดลบมากขึ้น ผลสำรวจผู้ประกอบการ 1 ใน 3 ยังมองว่าธุรกิจมีความเสี่ยงมากถึงขั้นปิดกิจการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีคงเหลือความสามารถประคับประคองธุรกิจได้อีกไม่เกิน 4-5 เดือน

ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมากขึ้นๆ กระทบยอดขาย ตัวเลขการจ้างงานภายในประเทศให้ย่ำแย่ กำลังซื้อของประชาชนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงปลายปีก็จะไม่เห็นผล แนวโน้มจีดีพียังติดลบ 7.5-8.5% ในปี 2563 ส่วนปีหน้าขยายตัวระหว่าง 3.5 -4.5% จากเดิมที่คาดการว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ต้องปรับเปลี่ยน หากการชุมนุมยืดเยื้อไปอีก 3 เดือน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาจล่าช้าไปถึงไตรมาส 3 ปี 2564

ความไม่น่าไว้วางใจดังกล่าวเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายพึงตระหนัก เพราะความเดือดร้อนในด้านชีวิตความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจจะตกอยู่กับคนไทยทั้งประเทศ วันนี้รัฐบาลต้องระดมสมองแก้ปัญหาแบบเร่งด่วนในช่วงไม่ปกตินี้ หากมีหน่วยงานที่เหลื่อมหน้าที่หรือมีภารกิจที่ซ้ำซ้อน จะต้องรวมศูนย์มากขึ้น เพื่อให้การบูรณาการแก้ปัญหาสำเร็จ เช่น ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ที่เคยรวมหลายฝ่ายเข้าด้วยกัน วันนี้อาจจะต้องควบรวมกับศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ หรือ ศบศ.

ศบค.กับ ศบศ.ทำหน้าที่ป้องกันโควิด เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ตามลำดับ เป้าหมายคือปลอดภัยและปากท้องอิ่ม ยังมีคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจคอยกำกับดูแลและสนับสนุนอยู่อีกชั้น นอกจากการควบคุมโควิดอย่างระมัดระวัง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบบูรณาการแล้ว การสกัดไม่ให้ผู้ชุมนุมจะขยายวงกว้าง ยืดเยื้อไม่รู้จุดสิ้นสุดให้ได้โดยเร็ว เราหวังว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีทางออกอยู่ในใจ และจะเลือกทางที่ดีที่สุด โดยเฉพาะผู้นำรัฐบาลที่ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นและมั่นใจ รัฐบาลจะเลือกหนทางที่ดีที่สุดให้กับประเทศ

ก่อนเศรษฐกิจจะล่มสลาย เราเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ไขสถานการณ์การชุมนุมที่ชัดเจนโดยเร็ว รัฐบาลต้องมีแสดงความจริงใจต่อการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแต่งตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ มีความโปร่งใส ตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลที่ได้รับการยอมรับจากสังคม เราเห็นว่าวิกฤติประเทศวันนี้ การพูดคุยหรือตั้งโต๊ะเจรจาเป็นสิ่งสำคัญ การถอยคนละก้าวยิ่งเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อให้ที่สุดแล้วทางออกของประเทศจะเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย แม้ทางออกนั้นอาจต้องมีผู้เสียสละ ไม่ว่าจะจากฝ่ายตรงข้ามหรือตัวผู้นำรัฐบาล

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง