2พรรคหนุน-ค้าน "บิ๊กตู่" ยื่นข้อเสนอต่างขั้ว - "ไพบูลย์" ชี้ "ส.ส.-พรรค" หนุนม็อบส่อถูกยุบ

2พรรคหนุน-ค้าน
26 ตุลาคม 2563
1,681

การอภิปรายม.165 เพื่อหาทางออกปัญหาการเมืองให้รัฐบาล ส.ส.2ฝั่ง ต่างเสนอความเห็นคนละขั้ว

      เมื่อเวลา 10.45 น. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ  พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่ออภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 เพื่อสนับสนุนการดำรงตำแหน่งของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อบริหารประเทศและแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจรวมถึงความเดือดร้อนของประชาชน ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มคนจำนวนหลักหมื่นคน เพราะยังมีประชาชนกว่า 8.4ล้านคนสนับสนุนให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ
       นายไพบูลย์ ยังกล่าวถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม จำนวน 3 ข้อ คือ ให้นายกฯ ลาออก, แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นฉบับประชาชนและปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์  นั้นตนเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนนั้นมีความต้องการทำเนื้อหาเพื่อเป็นปฏิปักษ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์ และปฏิรูปสถาบัน  ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งแบับนั้นเคยมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ดังนั้นข้อเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้นเชื่อว่าผู้บริหาร ส.ส.ของพรรคการเมืองใด เข้าร่วมการชุมนุมหรือสนับสนุนโดยวิธีใด  และ เสนอตั้งกรรมาธิการ (กมธ.)ปฏิรูปสถาบันเข้าข่ายสนับสนุนการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ของการปกคองในระบอบประชาธิปไตย สุ่มเสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญาและถูกยุบพรรคการเมือง ส่วนข้อเสนอให้ยุบสภาและเลือกตั้ง ตนมองว่าอาจกระทบต่อเศรษฐกิจและเกิดความเสียหาย  ดังนั้นหากอยากฟังเสียงประชาชน ควรทำประชามติ ให้ประชาชน 66.5 ล้านคนออกเสียงว่าจะเห็นด้วยกับการชุมนุมที่กระทบต่อความสงบ เรียบร้อยและเศรษฐกิจ
       “ผมขอประณามนักการเมืองที่แอบอยู่เบื้องหลังของเยาวชนและใช้เยาวชนเป็นโล่ห์กำบังเพื่อแย่งชิงอำนาจรัฐ บั่นทอนความมั่นคงของชาต ทั้งนี้แกนนำผู้ชุมนุม คือ นักเรียน นักศึกษาไม่บรรลุนิติภาวะ และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเยาวชน ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าน่าละอาย  อย่างไรก็ตามผมขอเรียกร้องประชาชนใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 ปกป้องและรักษาชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์”  นายไพบูลย์ กล่าว

      จากนั้นเป็นการอภิปรายของส.ส.ฝ่ายค้าน โดยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายเรียกร้องให้นายกฯ ชี้แจงต่อการกระทำที่แก้ปัญหาสถานการณ์ทางการเมือง ในบางเรื่องที่ระบุว่าได้ทำแล้ว หากไม่ชี้แจง ตนเชื่อว่านายกฯ​ใช้เวทีของรัฐสภาเพื่อฟอกขาวให้ตนเอง อย่างไรก็ตามการออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงเพื่อควบคุมสถานการณ์การชุมนุม หลายฝ่ายกังวลว่าเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ชุมนุม ทั้งนี้รัฐบาลควรเข้าใจว่าการใช้กฎหมายเพื่อควบคุมสถานการณ์เพื่อความมั่นคงของรัฐ ไม่ใช่เพื่อความมั่นคงของรัฐบาล อย่างไรก็ดีการควบคุมสถานการณ์การชุมนุมควรใช้กฎหมายปกติเพื่อดูแลสถานการณ์แทน การใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นอกจากนั้นเพื่อให้สมกับการถอยคนละก้าว นายกฯ​ควรยกเลิกทุกข้อกล่าวหาและข้อหาที่ดำเนินคดีกับแกนนำผู้ชุมนุมและแนวร่วมทุกข้อกล่าวหา และไม่ควรลุแก่อำนาจ

160368585786

         นายพิจารณ์ ยังอภิปรายเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลพิจารณาการสนับสนุนรัฐบาล ขณะเดียวกันนายกฯ ควรลาออก เพื่อเปิดทางให้คนที่เห็นความเท่าเทียมของทุกคนเป็นผู้ที่นำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญ คืนอำนาจให้กับประชาชน. 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง