สร้างขุมทรัพย์ โดยไม่ต้องลุ้นผล 'เลือกตั้งสหรัฐ'

สร้างขุมทรัพย์ โดยไม่ต้องลุ้นผล 'เลือกตั้งสหรัฐ'
26 ตุลาคม 2563 | โดย ศิริพร สุวรรณการ | คอลัมน์ ส่องโลกสู่ขุมทรัพย์การลงทุน
488

เปิดบทวิเคราะห์ แม้ผลการเลือกตั้งสหรัฐที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้จะมีผลต่อตลาดการเงินและการลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันยังมีหลุมหลบภัยจากความผันผวนนี้อย่าง "หุ้นจีน A-Shares" ขุมทรัพย์ในการลงทุนระยะยาวที่น่าสนใจ

อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเลือกตั้งสหรัฐ แม้ในครั้งที่ผ่านมา การเลือกตั้งดูจะไม่มีผลมากนักกับตลาด ต่างจากครั้งนี้ที่ผลการเลือกตั้งจะกำหนดทิศทางนโยบายการคลังและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่เป็นตัวแปรของอนาคตเศรษฐกิจโลก ภายหลัง Fed ลดดอกเบี้ยจนต่ำสุดและอัดฉีดเงินเข้าระบบครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์เพื่อต่อสู้กับวิกฤติโรคโควิด-19

ผลโพล ณ ขณะนี้ชี้ว่า นายโจ ไบเดน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครตมีโอกาสได้เป็นประธานาธิบดีคนถัดไป และพรรคเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา หากเป็นเช่นนั้น น่าจะส่งผลต่อสหรัฐ และการค้าโลก ดังนี้

160363586286

และแน่นอนว่า นโยบายข้างต้นจะมีผลต่อตลาดการเงินเช่นกัน

  • ดอลลาร์ มีแนวโน้มอ่อนค่าลง 

จากแผนการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมากทำให้ตลาดกังวลต่อฐานะการคลัง ความน่าสนใจของตลาดหุ้นในประเทศลดลงในช่วงสั้น และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศผ่อนคลายขึ้น

  • อัตราดอกเบี้ยขยับขึ้น 

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต้องใช้งบประมาณขนาดใหญ่ทำให้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นและเป็นลบต่อตราสารหนี้ อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางจะไม่รีบขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ดอกเบี้ยตลาดจึงจะปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ ผันผวน - ระยะสั้น

ตลาดหุ้นสหรัฐจะกระทบทางลบจากการเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายและการขึ้นภาษี ในทางกลับกันจะดีกับตลาดหุ้นนอกสหรัฐ เพราะการค้าโลกฟื้นตัวและดอลลาร์อ่อนค่า อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว มาตรการใช้จ่ายขนาดใหญ่จะสนับสนุนเศรษฐกิจและตลาดหุ้นสหรัฐได้

จากวันนี้ถึงวันรับรองผลการเลือกตั้ง ตลาดหุ้นสหรัฐ และตลาดหุ้นหลักของโลกจะผันผวนสูงเพราะมีกระแสเงินลงทุนเชื่อมโยงกัน ซึ่งแทนที่นักลงทุนจะรอลุ้นหรือเข้าลงทุนตามการคาดการณ์ผลการเลือกตั้งใดๆ เราแนะนำหุ้นจีน A-Shares ที่เป็นทั้งหลุมหลบภัยจากความผันผวนนี้เพราะมีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นโลกไม่มาก และเป็นขุมทรัพย์ในการลงทุนระยะยาวได้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก ได้แก่ 

1.เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวได้ดีจากวิกฤติโรคโควิด-19 โดย GDP ไตรมาส 2 และ 3 สามารถกลับมาขยายตัวได้ ต่างจากสหรัฐ และยูโรโซน ที่ยังเผชิญกับการระบาดอยู่ และยังไม่นับรวมถึงความสามารถในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมทั้งทางการเงินและการคลังหากต้องการหรือจำเป็น

2.เติบโตโดดเด่นในระยะยาว จีนจะมีบทบาทในโลกมากขึ้นเรื่อยๆ จากขนาดเศรษฐกิจ การเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างประเทศ และความก้าวด้านเทคโนโลยีที่ไม่แพ้ชาติตะวันตก นอกจากนี้ ประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน สะท้อนอำนาจซื้อในประเทศโดยไม่ต้องพึ่งพาความต้องการจากต่างประเทศ

3.การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เช่น การขยายตัวของสังคมเมือง การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การใช้เทคโนโลยีเพิ่มขึ้นทั้งภาคการผลิตและการบริโภค ซึ่งสอดคล้องกับดัชนี A-Shares ที่ประกอบด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เทคโนโลยีและ Healthcare ในสัดส่วนที่มากกว่าหุ้นจีน H-Shares

4.ตลาดหุ้นจีนใหญ่ มีหุ้นให้เลือกเกือบ 4,000 บริษัท และการรวมหุ้นจีน A-Shares เข้าคำนวณในดัชนี MSCI Emerging Market ส่งผลบวกต่อกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ามาลงทุนในจีน

5.ถึงแม้ว่าหุ้นจีนจะปรับขึ้นมาค่อนข้างแรงตั้งแต่ต้นปี แต่ระดับราคาหรือ Valuation ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับอดีต และเทียบกับทั้งตลาดหุ้นสหรัฐ ยุโรป และอินเดีย

อย่างไรก็ดี การลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงสูง และจีนเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีนักลงทุนรายย่อยในประเทศเป็นผู้เล่นหลัก มีต่างชาติถือหุ้นจีนเพียงราว 3% ของมูลค่าตลาดเท่านั้น จึงเหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและสามารถลงทุนเพื่อรอผลได้ระยะยาว ทั้งนี้ การเลือกหุ้นที่ดีและมีกลไกควบคุมความเสี่ยงโดยผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยลดความเสี่ยงพร้อมทั้งเพิ่มผลตอบแทนได้ดี

หมายเหตุ

- หุ้นจีน A-Shares คือ หุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Shenzhen และ Shanghai

- หุ้นจีน H-Shares คือ หุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง